ข้ามเวลามาเป็นภรรยาที่สามีไม่รัก(1989)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 15 เม.ย. 2567 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2567 เวลา 07.39 น. • Littlerabbit1234ข้อมูลเบื้องต้น
คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีฉากล่อแหลม (18+) ฉากที่ใช้ความรุ่นแรง ผู้อ่านควรมีวิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์ให้มาก ใครที่ไม่ชอบนิยายแนวนี้โลกสวยกดผ่านค่ะ ไม่กลั่นแกล้งหรือไม่แสดงความคิดเห็นที่บั่นทอนกำลังใจของไรท์เตอร์นะคะ
ข้ามเวลามาเป็นภรรยาที่สามีไม่รัก
พระเอก : หลี่หนิงหลง อายุ 30 ปี
ครูหนุ่มสุดหล่อที่สาวๆหมายปองร่วมทั้งจางซูหลินเองก็เช่นกันฐานะทางบ้านร่ำรวย
ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รักแต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจึงรับผิดชอบเธอและลูกชายให้ดีที่สุด
นางเอก: จางซูหลิน อายุ 28 ปี
ลูกสาวแม่ค้าหาบเร่ฐานะทางบ้านยากจนแอบรักหลี่หนิงหลงมาตั้งแต่อายุ 12 ปี จนให้ที่สุดก็ได้แต่งงานและมีลูกชายด้วยกัน
แต่สิ่งที่เธอวาดฝันไว้ว่าจะมีความสุขกลับไม่เป็นอย่างที่หวังจนทำให้นิสัยของเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ลูกชาย : หลี่หนิงคุณ อายุ 9 ขวบ
ป๊าจะหย่ากับม๊าจริงเหรอครับ T__T
.
.
.
.
.
.
.
"ฉันจะหย่ากับเธอ จางซูหลิน"
"คุณป๊าคะ ให้โอกาสฉันซักครั้งได้ไหม"
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ชาติของจีนแต่อย่างใด สถานที่ในเรื่องไม่มีอยู่จริง กฏหมายและเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่ไรเตอร์แต่งขึ้นเองทั้งสิ้น
นิยายเรื่องนี้ห้ามลอกเรียนแบบ ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ที่อื่นโดยเด็ดขาดหากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฏหมายกำหนด
❤ ไรท์ขอความกรุณาใครไม่ชอบกดปิดได้เลยนะคะ ไรท์รับฟังความคิดเห็นของนักอ่านทุกคนและพร้อมปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ไรท์ยังทำได้ไม่ดีพอ แต่ขอร้องอย่าคอมเม้นอะไรแย่ๆ ใส่กันพูดคุยด้วยเหตุและผลนะคะ
❤ นิยายเรื่องนี้ไรท์แต่งจบแล้วจะทยอยลงจนจบจะติดเหรียญก่อนแล้วเปิดให้อ่านฟรีทีละตอน สนับสนุนไรท์ด้วยนะคะ
การเปลี่ยนแปลง
จางซูหลิน ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจางอาศัยอยู่ในเมืองปักกิ่งเมืองใหญ่ของประเทศจีนครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้ร่ำรวยเพียงแค่ขายของหาบเร่เพียงเท่านั้นพ่อแม่ส่งเสียให้เธอเรียนจบแค่มัธยมต้นเพียงเท่านั้นเพราะฐานะทางบ้านยากจนจึงได้มีเงินที่จะส่งเสียเธอเรียนต่อ แต่ความสวยของเธอจึงทำให้มีหนุ่มๆมากมายแวะเวียนเข้ามาจีบหลายคนหากแต่เธอนั้นก็ไม่ได้คบหรือตกลงแต่งงานกับใครเพราะเธอมีคนที่เธอแอบรักอยู่แล้วนั้นก็คือ หลี่หนิงหลง รุ่นพี่หนุ่มหล่อหากแต่ครอบครัวของหนิงหลงนั้นร่ำรวยมากจึงได้เรียนต่อในระดับชั้นที่สูงและในยามนี้ก็เรียนครูยิ่งทำให้ฐานะของเธอและพี่หนิงหลงต่างกันมากยิ่งขึ้นแต่เธอก็ยังแอบมองรุ่นพี่คนนี้อยู่เรื่อยๆเพราะบ้านของรุ่นพี่นั้นอยู่ห่างจากบ้านของเธอเพียงสองซอย
เมื่ออายุได้ 17 ปีพ่อและแม่ของเธอก็ได้จากไปตลอดการเพราะอุบัติเหตุทำให้เธอต้องอาศัยอยู่คนเดียวและดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงตัวเองด้วยการสมัคงานโรงงานแถวบ้านทำไปก่อนเพราะความรู้มีน้อยงานที่ทำจึงหนักมากจนเธอแทบทนไม่ไหวในบางวันเธออดทนอยู่กับงานในโรงงานนรกนี้เกือบหนึ่งปีจนในวันที่เธอนั้นเดินทางกลับบ้านช่วงค่ำของวันเธอได้พบเข้ากับหลี่หนิงหลงที่เดินกลับบ้านด้วยอาการมึนเมาอย่างหนักในตอนนั้นสมองของเธอคิดเพียงว่าต้องเข้าไปทักและพี่หนิงหลงต้องเป็นสามีเธอเท่านั้นด้วยฤทธิ์ของสุราทำให้ชายหนุ่มทำตามอารมณ์ของร่างกายและได้มีอะไรกับซูหลินในค่ำคืนนั้น
เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นว่าตนนั้นอยู่ในสภาพยังไงก็ได้แต่ตกใจและยอมรับผิดชอบจางซูหลินด้วยความจำยอมถึงยังไงเขาก็ได้ล่วงเกินเธอไปแล้วหากเรื่องนี้ถูกพูดออกไปคงไม่ดีแน่ แต่เรื่องในครั้งนี้กลับทำให้คุณพ่อคุณแม่ของหนิงหลงนั้นไม่ชอบใจเป็นอย่างมากและตั้งตัวเกลียดลูกสะใภ้คนนี้ในทันที
ซูหลินแต่เดิมเธอคิดว่าแต่งเข้าบ้านหลี่แล้วเธอนั้นจะสุขสบายหากแต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะเธอนั้นถูกพ่อแม่สามีกลั่นแกล้งทุกวันในตอนที่สามีออกไปเรียน ต่อมาเธอก็ท้องลูกของสามีหากแต่คุณแม่นั้นก็ไม่ได้ยินดีกับเรื่องนี้ซ้ำยังใช้งานเธอทุกอย่างจากตอนแรกที่ยอมทนในภายหลังเธอเองก็ไม่คิดจะยอมแล้วเช่นกันทำให้เธอและแม่สามีนั้นทะเลาะกันใหญ่โตเมื่อเธอคลอดลูกชายออกมาสามีเธอจึงได้ขอแยกบ้านในทันทีเพื่อตัดปัญหาทั้งหมด
ในตอนแรกดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นหากแต่มันกลับไม่ใช่เมื่อเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งทำงานบ้านไหนจะโดนชาวเมืองนินทาว่าเธอนั้นทำตัวไร้ประโยชน์ไม่เหมาะสมกับคุณครูอย่างสามีเธอทำให้เธอเคลียดและเริ่มที่จะใช้อารมณ์กับลูกชายอีกทั้งยังติดเหล้าขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยหลงรักสามีมากมายความรู้สึกกลับกลายเป็นเบื่อหน่ายไปเสียหมด เบื่อที่สามีเธอไม่มีเวลาให้ เบื่อที่เธอต้องทนเลี้ยงลูกคนเดียว เบื่อที่เธอนั้นไม่ได้แต่งตัวสวยๆเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกันชีวิตของเธอมันต้องดีกว่านี้
หากแต่ก็ทำได้แต่บ่นหรือคิดคนเดียวเพียงเท่านั้นเพราะเงินที่สามีให้เธอใช่ในแต่ละเดือนมันไม่พอที่จะซื้อเสื้อผ้าหรือข้าวของมากมายที่เธออยากได้เธอจึงทำได้เพียงกินเหล้าแล้วตัดพ้อกับชีวิตของเธออยู่ทุกวัน
แง่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงเด็กชายตัวน้อยที่หิวนมร้องไห้ขึ้นมาเสียงดังและนั้นยิ่งทำให้ซูหลินที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งอารมณ์เสียขึ้นไปอีก
“จะร้องอะไรหนักหนาห๊ะ!! รำคาญ!! ”
เสียงแหลมตะโกนออกมาดังลั่นพร้อมทั้งปาแก้วในมือทิ้งจนแตกกระจายเต็มพื้นมุมห้องและนั้นยิ่งส่งผลให้เด็กน้อยในวัยสองขวบร้องไห้ออกมาเสียงดังกว่าเดิม
“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย แกจะรีบเกิดมาทำไมกันห๊ะ ! ฉันน่าจะฆ่าแกให้ตายตั้งแต่อยู่ในท้อง ” เธอไม่น่าปล่อยให้มันเกินมาไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอก็จะสุขสบายกว่านี้
“เอาไปอยากกินก็กินเอง ” ขวดนมที่มีนมอยู่ครึ่งขวดถูกโยนไปที่เด็กน้อยด้วยความแรงจนขวดนั้นกระแทกเข้ากับขาของหลี่หนิงคุณเต็มแรงหากแต่ผู้เป็นแม่กลับไม่คิดใยดีอีกทั้งยังหันกลับไปยกขวดเหล้าขึ้นดื่มต่อในทันที
เด็กน้อยที่แม้จะเจ็บปวดเพียงใดหากแต่เมื่อเห็นว่าขวดนมอยู่ตรงหน้าจึงหยิบขึ้นมาดูดกินด้วยความหิวโหยในทันที เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังนอนกินนมอยู่บนเบาะของตนเงียบๆพร้อมทั้งดวงตากลมโตนั้นยังมีหยาดน้ำใสเคลือบอยู่ ขาเล็กเริ่มแดงขึ้นมาเรื่อยๆหากเวลาผ่านไปคงเขียวช้ำเป็นจ้ำแน่
ตกเย็นเป็นเวลาเลิกงานของหลี่หนิงหลงร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านของตนพร้อมทั้งข้าวของในมือมากมายหากแต่ก็ต้องคิ้วขมวดเป็นปมเมื่อเห็นว่าในห้องโถงใหญ่ยามนี้เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าพร้อมทั้งเศษแก้วแตกกระจายอยู่มุมห้อง ตาคมมองหาลูกชายตัวน้อยของตนในทันที ในยามนี้เด็กน้อยกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนเบาะที่ปูอยู่ที่พื้นห้องคนเดียวส่วนผู้เป็นแม่นั้นนอนไม่ได้สติอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในอ้อมแขนยังกอดขวดเหล่าไว้แน่น
มือใหญ่วางของทุกอย่างลงพื้นพร้อมทั้งเดินเข้าไปหาลูกชายในทันทีก่อนที่จะอุ้มลูกน้อยขึ้นไปในห้องนอนใหญ่ก่อน หนิงหลงจัดการอาบน้ำให้ลูกชายของตนในทันทีพร้อมทั้งชงนมผงให้ลูกน้อยกินจนหลับไปในที่สุดก่อนที่เจ้าตัวจะเดินกลับออกมาจัดข้าวของทุกอย่างที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นและกลับออกมาเก็บเศษแก้วและขวดเหล้าที่แตกอยู่เต็มพื้นบ้านให้เรียบร้อย
หนิงหลงมองผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของตนนิ่งในใจเพียงคิดว่าทำไมเธอถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ทั้งนิสัยและร่างกาย
เดิมทีซูหลินนั้นเป็นหญิงสาวที่สวยมากและนิสัยของเธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรในวันที่แต่งงานกันแรกๆเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่งจนเริ่มมาเข้าปีที่สามนี้เธอเปลี่ยนไปทุกอย่าง อารมณ์ร้อนขึ้นพูดจาไม่ดีใส่ลูกและตัวเขาเองก็ด้วยอีกทั้งยังดื่มเหล้าทุกวันเงินเดือนที่เขาแบ่งให้เธอแต่ละเดือนนั้นไม่น้อยเลยแต่เธอกลับนำมันไปซื้อเหล้ากินจนหมด
แม้ในใจของเขานั้นจะไม่ได้รักเธอตั้งแต่แรกหากแต่เขาเองก็ไม่ได้นอกใจเธอซักครั้งอีกทั้งยังหวังเพียงว่าเราทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลี้ยงลูกให้เติบใหญ่อย่างมีความสุขแต่ดูเหมือนว่าชีวิตที่เขาคิดไว้จะไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว
เราจะหย่ากัน
วันเวลาล่วงเลยไปจากเดือนเป็นปีจากปีเป็นสองปีซูหลินก็ยังเป็นเช่นเดิมหรืออาจจะหนักกว่าเดิมไปมากแล้วร่างกายที่เคยงดงามกลับดำคล้ำแห้งผอมไปหมดด้วยพิษของสุราใบหน้างามเรียบตึงในตอนนี้กลับมีแต่ริ้วรอยมากมายอีกทั้งยังเกิดสิวฝ้ากระเต็มไปหมดเพราะเจ้าตัวไม่คิดใส่ใจดูแลตัวเองซักนิด
“หนิงคุณ !! เอาเหล้ามาให้ฉัน ” ร่างบางที่นอนหมดสภาพอยู่ในห้องนอนใหญ่ของบ้านตะโกนเสียงดังเรียกลูกชายนำเหล้ามาให้ตัวเอง
เด็กน้อยในวัยเก้าขวบที่ได้ยินผู้เป็นแม่เรียกก็ไม่คิดที่จะเดินออกไปดูนั่งทำการบ้านของตนต่อไปเช่นเดิมเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เขาเห็นม๊าของตนนั้นเมาเหล้าทุกวันทุกเวลา เมื่อเขากลับมาจากโรงเรียนพร้อมป๊าก็จะเห็นม๊านอนเมาอยู่ห้องโถงหรือไม่ก็ห้องนอนใหญ่ทุกวัน หรือบางครั้งก็จะเห็นป๊ากับม๊าทะเลาะกันเป็นประจำจนเริ่มชินชาไปแล้ว
“หนิงคุณได้ยินที่ฉันบอกไหม!! เอาเหล้ามา ”
เสียงแหลมร้องตะโกนออกมาอีกครั้งและครั้งนี้เธอเดินออกมาจากห้องนอนด้วยอาการโงนเงนมือเหี่ยวหยาบกระด้างจับผนังห้องเพื่อผยุงตัวเองเดินไปหน้าห้องของลูกชายก่อนจะเดินเข้าไปในห้องลูกชายในทันที
ปึก!!!! โอ๊ย !! เพร๊ง!!!!! ม๊า ฮื้ออออ~~
คนเมาขว้างแก้วเหล้าใส่ลูกชายของเธอทันทีเมื่อเห็นว่าลูกชายนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างห้องเสียงแก้วที่กระแทกคิ้วของหนิงคุณแล้วหล่นลงสู่พื้นแตกเสียงดังพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและตกใจของลูกชายทำให้หนิงหลงที่ทำอาหารอยู่ในครัวด้านล่างรีบวิ่งขึ้นมาดูในทันทีและภาพที่เห็นในตอนนี้ก็ทำให้ความอดทนของเขาขาดสะบั้นลงในทั้นที
ลูกชายตัวน้อยของตนนั้นเลือดไหลลงมาตั้งแต่หางคิ้วจนเปื้อนเสื้อสีฟ้าอ่อนที่ตนใส่ให้เมื่อกลับจากโรงเรียนร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดที่เกิดจากผู้หญิงที่ตนนั้นเรียกว่าม๊า
“เธอทำอะไรลูกซูหลิน !! ” ร่างใหญ่วิ่งเข้าไปกอดลูกชายด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันกลับไปตะคอกให้ภรรยาในทันที
“ก็ฉันเรียกแล้วมันไม่มา ! แค่คิ้วแตกไม่ตายหรอก ” ซูหลินเอ่ยออกไปอย่างไม่สำนึกจนทำให้หนิงหลงนั้นคิดว่าพอแล้วกับผู้หญิงคนนี้ที่ทนมาตลอดสิบปีก็นับว่าถึงที่สุดแล้ว
“หลังจากที่ฉันพาลูกไปโรงพยาบาลเสร็จฉันจะพาเธอไปเซ็นใบหย่าที่อำเภอ”
เขาทนมามากแล้วจริงๆทำกับเขายังไม่เท่าไหร่แต่เธอทำร้ายลูกมาหลายครั้งแล้วทั้งตีทั้งดุด่าและที่หนักสุดคงเป็นวันนี้ที่ทำให้ลูกเลือดตกอย่างออกขนาดนี้ เขาเคยคิดว่าการที่ให้ลูกชายได้อยู่กับแม่ของตนนั้นดีที่สุดเพราะถึงยังไงเธอก็เป็นแม่แต่มาครั้งนี้เขารู้แล้วว่าการที่ลูกไม่มีเธอมันจะต้องดีกว่า
“คุณพูดอะไรฉันไม่หย่า ” เมื่อได้ยินที่สามีเอ่ยออกมาก็ทำให้เธอนั้นตื่นกลัวขึ้นมาในทันทีหญิงที่ถูกสามีหย่าขาดนั้นเท่ากับตายทั้งเป็นอีกทั้งยังถูกมองไร้ค่าเสียยิ่งกว่าหญิงหม้ายสามีตายเสียอีก
หนิงหลงไม่ได้สนใจที่เธอพูดออกมาเพราะในตอนนี้เขาต้องพาลูกชายไปโรงพยาบาลก่อนร่างใหญ่จะอุ้มลูกชายขึ้นพร้อมทั้งเดินลงไปชั้นล่างในทันทีเพื่อจะไปโรงพยาบาล
“กลับมาพูดให้รู้เรื่องนะหลี่หนิงหลง ”
ซูหลินเดินตามสามีออกไปทั้งที่ตนนั้นยังเมามายอยู่มาก ภาพตรงหน้าแยกออกเป็นหลายภาพซ้อนทับกันไปหมดแต่ด้วยความไม่ยอมจึงทำให้เธอเลือกที่จะเดินตามไปทั้งอย่างนั้น
พลัก!!!!! กรี๊ด ~~
ร่างบางที่ก้าวขาผิดเหยียบขั้นบันไดพลาดไปสองขั้นกลิ้งตกลงไปชั้นล้างด้วยความเร็วหนิงหลงที่เดินถึงชั้นล้างแล้วก็รีบหันกลับมาตามเสียงกรี๊ดของภรรยาในทันทีก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกโพร่งขึ้นเมื่อเห็นว่าภรรยาของตนนั้นกลิ้งตกลงมาจากชั้นบนของบันได
“ม๊า !!/ ซูหลิน!! ”
สองพ่อลูกร้องออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นว่าม๊าและภรรยาของตนนั้นนอนหมดสติอยู่บนพื้นเลือดไหลออกมาจากศีรษะมากมาย
หนิงหลงวางลูกชายลงพร้อมทั้งนำผ้าเช็ดหน้าของตนให้ลูกชายปิดและกดแผลที่หางคิ้วไว้ส่วนตนนั้นเดินเข้าไปอุ้มร่างภรรยาที่หมดสติอยู่ขึ้นมาแนบอกก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ของตนในทันทีโดยที่ไม่ลืมที่จะบอกลูกชายเดินตามมาด้วย
รถยนต์คันสวยวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลในทันทีด้วยความเร่งรีบทั้งลูกชายที่บาดเจ็บทั้งภรรยาเองก็ดูท่าจะอาการหนักอยู่เหมือนกัน เมื่อมาถึงพยาบาลก็รีบเข้ามาช่วยในทันทีร่างสูงเองก็รีบเดินตามเข้าไปด้วยเมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว
“พี่คะใครเป็นอะไรคะ? ” หลี่ไป๋หลานเอ่ยถามพี่ชายของเธอทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ชายนั้นเดินเข้ามาในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่
“พี่สะใภ้ตกบันไดหนิงคุณเองก็คิดแตกน่ะ ” ร่างสูงหยุดเดินพร้อมทั้งตอบน้องสาวของตนไปตามตรง
“ทำยังไงถึงได้เจ็บทั้งคู่คะไม่ใช่ว่าภรรยาของพี่เมาอีกแล้วหรอกนะ ” ไป๋หลานเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเอือมระอาเธอไม่ชอบพี่สะใภ้คนนี้แต่ไหนมาแล้ว
“มันเรื่องของครอบครัวพี่ไป๋หลาน อีกอย่างเธอเองก็ควรเคารพซูหลินด้วยไม่ใช่เพราะเป็นพี่สะใภ้แต่เพราะซูหลินอายุมากกว่าเธอ ”
เอ่ยจบก็ไม่ได้รอฟังว่าน้องสาวของตนจะว่ายังไงอีกร่างสูงรีบเดินออกมาทันทีในตอนนี้เขาต้องการรู้ว่าภรรยาและลูกของเขานั้นปลอดภัยหรือไม่
เดินมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินก็พอดีกับที่คุณหมอเดินออกมาบอกอาการของลูกชายพอดี
“ลูกชายของคุณไม่ได้เป็นอะไรมากครับเย็บไปสองเข็มส่วนภรรยาคุณในตอนนี้หมอกำลัวตรวจอย่างละเอียดอยู่ครับ ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ ” เด็กชายตัวน้อยเดินออกมาหาผู้เป็นพ่อเมื่อเย็บแผลเสร็จแล้วก่อนจะกอดป๊าของตนไว้แน่น
“ป๊าม๊าจะเป็นอะไรไหมครับ เลือดออกเต็มเลย ”
เด็กน้อยเอ่ยถามออกไปเสียงแผ่วในใจนั้นรู้สึกเป็นห่วงม๊าของตนเป็นอย่างมากแม้ตั้งแต่จำความได้ตนนั้นจะไม่ได้ความรักความอบอุ่นจากม๊าเลยก็ตามแต่ถึงยังไงม๊าก็ยังเป็นม๊าของเขา
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณหมอต้องช่วยม๊าได้แน่ ” มือใหญ่ลูบลงเบาๆที่หลังของลูกชายพร้อมทั้งเอ่ยออกมาเสียงนุ่มอย่างปลอบโยน
“แล้วป๊าจะหย่ากับม๊าจริงๆเหรอครับ ” เขาเคยได้ยินเพื่อนๆเล่าว่าหย่าคือการที่ป๊ากับม๊าจะไม่อยู่ด้วยกันแล้วและจะไปมีครอบครัวใหม่เขาจะต้องกลายเป็นลูกที่ไม่มีใครต้องการ
“หนิงคุณทำไมถามป๊าแบบนี้ละลูก หนิงคุณคิดอะไรอยู่บอกป๊าได้ไหม ” เขารู้ว่าถึงยังไงเรื่องนี้ก็ต้องได้พูดคุยกับลูกชายอยู่แล้วถือโอกาสนี้ถามและพูดคุยเลยก็แล้วกัน
“คุณเคยได้ยินมาว่าป๊าม๊าของเพื่อนที่หย่ากันแล้วจะไม่ได้อยู่ด้วยกันและจะไปมีครอบครัวใหม่ครับ ” แขนแกร่งกอดกระชับร่างเล็กของลูกชายในทันทีที่ฟังจบลูกชายของเขาคงกลัวว่าเขาและม๊าของตนจะไปมีครอบครัวใหม่แล้วทิ้งตนเป็นแน่
“หนิงคุณไม่ต้องกลัวนะครับลูกต่อให้ป๊ากับม๊าหย่ากันแล้วหนิงคุณก็จะยังเป็นลูกของป๊ากับม๊าเหมือนเดิมป๊าไม่รู้ว่าม๊าจะไปมีครอบครัวใหม่หรือเปล่าแต่สำหรับป๊าแล้วต่อให้หย่าไปป๊าก็จะไม่มีภรรยาใหม่ครับป๊าจะมีหนิงคุณเป็นลูกชายคนเดียวด้วย ”
“ต้องหย่าจริงๆเหรอครับม๊าจะไปอยู่ที่ไหนใครจะดูแลม๊าถ้าป๊าหย่าแล้ว ” เด็กน้อยเอ่ยถามออกมาด้วยความเดียงสาความรักที่มีต่อผู้เป็นแม่นั้นมากมายเหลือเกิน
“เอาไว้ให้ม๊าฟื้นขึ้นมาก่อนดีกว่าเนาะเดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที ”
พอมาฟังลูกชายพูดออกมาแบบนี้ใจเขาก็ปวดหนึบขึ้นมาในทันทีไม่มีใครอยากให้ครอบครัวแตกแยกตัวเขาเองก็เช่นกันแต่จะให้มาทนอยู่ต่อไปเหมือนที่ผ่านมาเขาเองก็คงไม่ไหวแล้วรอให้ซูหลินฟื้นขึ้นมาก่อนค่อยว่ากันอีกที
“ครับป๊า ”
เด็กน้อยตอบรับเสียงอ่อยเมื่อป๊าของตนไม่ยอมรับปากว่าจะไม่หย่ากับม๊าแล้ว เขารู้ว่าม๊านั้นทำไม่ดีต่อป๊าต่อตัวเองไว้มากแต่เขาก็รักม๊ามากเช่นกันรักจนไม่อยากให้ใครมาว่าม๊าและไม่อยากให้ป๊ากับม๊าต้องแยกจากกันตลอดไป
เมื่อดวงใจถูกพลากจาก
รถม้าคันใหญ่วิ่งด้วยความเร็วลัดเลาะไปตามชายป่าของแคว้นจ้าวซึ่งเป็นแคว้นใหญ่และเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ทั้งด้านพืชพันธุ์และการค้าขายสินแร่ต่างๆ
“ท่านพี่เจ้าคะเราจะทำเช่นไรดีเหตุใดฮ่องเต้ถึงได้พระทัยร้ายเพียงนี้ ” ร่างบางเอ่ยถามฟูจวินออกไปด้วยความกังวลพร้อมทั้งกอดบุตรชายตัวน้อยในวัย 9 หนาวไว้แนบอก
“เจ้ากับลูกหนีไปให้ไกลพี่จะถ่วงเวลานักฆ่าพวกนี้ไว้เอง ”
ขุนนางหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมทั้งมองหน้าภรรยารักและบุตรชายของตนด้วยความรักใคร่ที่สุด เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในยามนี้เป็นเพราะเขาเองเขาหนุนหลังชินอ๋องจึงทำให้องค์ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยและส่งนักฆ่าตามฆ่าครอบครัวของตนในยามนี้
“ไม่เจ้าค่ะท่านพี่น้องและลูกจะอยู่กับท่านพี่ ” หลินหลินเอ่ยออกมาพร้อมทั้งขยับเข้าไปใกล้สามีมากขึ้น
“เราไม่รอดแน่น้องหญิงพี่ไม่อยากให้เจ้ากับลูกต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ ”
“ลูกจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ขอรับ หากต้องตายลูกไม่หวั่นเกรง ” เด็กน้อยในวัยเพียง 9 หนาวเอ่ยออกมาด้วยความแน่วแน่เกิดมาเป็นบุรุษมิมีอันใดต้องหวั่นเกรง
“เช่นนั้นเราจะสู้ไปด้วยกัน ” เมื่อเอ่ยยังไม่ทันจบดีรถม้าที่นั่งมาก็คว่ำลงในทันทีเพราะวิ่งไปชนเข้ากับหินก้อนใหญ่ข้างทางอย่างแรง
“นายท่านขอรับรีบหนีไปข้าจะถ่วงพวกมันไว้ให้ ” บ่าวคนสนิทของขุนนางใหญ่อย่างหลี่หนิงหลงเอ่ยออกมาพร้อมทั้งคุ้มกันนายของตนไว้อย่างสุดความสามารถ
นักฆ่ากว่ายี่สิบคนล้อมรอบคนทั้งสี่ไว้ไม่ให้หนีไปได้ก่อนจะรีบจัดการสังหารตามที่ถูกสั่งมา ดาบเล่มใหญ่ฟาดฟันกันจนเกิดเสียงดังสนั่นพร้อมทั้งแรงเสียดสีทำให้เกิดประกายไฟออกมาหลี่หนิงหลงฟาดฟันศัตรูด้วยความชำนาญและความเก่งกาจหากแต่ด้วยจำนวนคนที่แตกต่างกันมากตนย่อมเสียเปรียบเพียงไม่นานบ่าวคนสนิทของตนอย่างชินอี้ก็พลาดพลั้งถูกแทงจนเสียชีวิตและตัวเขาเองในยามนี้ก็บาดเจ็บจนแทบไม่มีกำลังเหลืออยู่แล้ว
“ท่านพี่ !! ”
ร่างบางที่เห็นว่าสามีนั้นพลาดพลั้งก็ร้องเรียกในทันทีพร้อมทั้งวิ่งเข้าไปรับร่างของสามีไว้ในอ้อมแขนอีกข้างกอดบุตรชายของนางไว้แน่น
“อึก ! เห็นทีพี่จะไม่สามารถปกป้องเจ้าและบุตรชายได้แล้วเป็นแน่ ”
เสียงแผ่วเอ่ยออกมาพร้อมทั้งกระอักเลือก้อนใหญ่มือใหญ่ลูบใบหน้างามของภรรยารักก่อนจะหันไปเอ่ยกับบุตรชายของตน
“บิดาของโทษเจ้าหนิงคุณที่ไม่สามารถปกป้องเจ้ากับมารดาเจ้าได้อีกแล้ว อึก!! ”
ท่านพี่ !!!! / ท่านพ่อ !!!
สองแม่ลูกร้องเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งฝืนฟ้าของตนด้วยดวงใจที่แตกสลายเมื่อเห็นว่าบิดาและสามีของตนนั้นสิ้นลมหายใจแล้ว
“จับฮูหยินหลี่ไปให้องค์ฮ่องเต้ส่วนบุตรชายของนางฆ่าทิ้งเสีย ” เสียงเหี้ยมเอ่ยออกมาพร้อมทั้งเดินเข้ามาเพื่อจะจับฮูหยินหลี่ในทันที
“พวกเจ้าอย่าเข้ามา ปล่อยบุตรชายข้า ” ร่างบางเอ่ยออกมาเสียงดังเมื่อนักฆ่าจับบุตรชายของนางไป
“ท่านแม่หนีไปไม่ต้องห่วงลูก ”
เด็กน้อยเอ่ยออกมาพร้อมทั้งบอกให้มารดาของตนหนีไปให้ไกลเพราะพวกมันต้องการพามารดาของตนไปให้องค์ฮ่องเต้เป็นแน่
“เงียบปากเจ้าซะ ” เสียงเหี้ยมเอ่ยออกมาพร้อมทั้งใช้ดาบเล่มยาวแทงเข้าไปกลางหัวใจของเด็กน้อยในทันที
ม๊ายยยย !!!!!!!!
เสียงร้องปานขาดใจของหลี่ซูหลินร้องออกมาเมื่อเห็นว่าบุตรชายของนางนั้นโดนฆ่าต่อหน้าร่างบางวิ่งเข้าไปกอดร่างของบุตรชายของนางไว้แน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียน
เหตุใดสวรรค์จึงไม่เมตตาครอบครัวนางเหตุใดจึงได้ทอดทิ้งนางไว้เช่นนี้ร่างบางกอดร่างไร้วิญญาณของบุตรชายไว้แน่นร่ำไห้ออกมาปานใจจะขาดตามดวงใจของนางทั้งสองไป
“ฮูหยินหลี่เจ้ากลับไปกับพวกข้าเสีย องค์ฮ่องเต้รอเจ้าอยู่ ”
ร่างบางที่ได้ยินเช่นนั้นในใจก็ยิ่งโกธรเกลียดบุรุษชั่วผู้นั้นนักทำลายครอบครัวนางทั้งยังพรากดวงใจของนางไปทั้งสองดวง หึช่างโฉดชั่วเสียจริงอย่าได้คิดว่าชาตินี้ชาติไหนบุรุษชั่วผู้นี้จะได้ใจและร่างกายของนาง
มือบางหยิบปิ่นปักผมสีเงินของตนออกมาพร้อมทั้งปักมันเข้ากลางดวงใจที่เจ็บปวดของนางในทันทีด้วยความเร็วทำให้นักฆ่าที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่สามารถหยุดยั้งนางไว้ได้
ร่างบางล้มลงนอนราบไปกับพื้นดินข้างร่างของสามีพร้อมทั้งร่างของบุตรชายที่อยู่ในอ้อมกอดมือบางจับเข้าที่มือของสามีไว้แน่นดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสเหม่อมองไปที่ใบหน้าของสามีนิ่งก่อนจะหันไปมองบุตรชายในใจเพียงอธิฐานหากชาติหน้าชาติใดขอให้เราสามคนได้เกินมาเป็นครอครัวเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก
“อึก! ชาติใด……ขอ…เราเกิด…..มะ มา อยู่ด้วย เฮือก~ กันอีก ”
เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาจนเฮือกหายใจสุดท้ายของชีวิตนาง ดวงตากลมโตไม่ได้ปิดลงกลับเบิกโพร่งอยู่เช่นนั้นดวงใจของนางเองก็ไม่ได้สงบปล่อยวางเรื่องราวของชีวิตนี้มือเรียวกำมือของสามีไว้แน่นไม่คลายออกภาพนี้ทำให้ผู้ที่ยืนมองอยู่หดหู่ใจไม่น้อยหากแต่พวกตนนั้นมีหน้าที่เพียงรับคำสั่งและทำตามเท่านั้นมิอาจขัดคำสั่งได้
ร่างผ่ายผอมนอนไม่ได้สติมานานนับห้าวันแล้วบนหัวพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวแขนข้างซ้ายช้ำ ขาข้างซ้ายหักต้องเข้าเฝือกไว้อย่างนี้นานนับเดือนร่างทั้งร่างมีรอยช้ำเป็นจ้ำอยู่ทั่ว ใบหน้าซีดเซียวจากที่ไม่น่ามองอยู่แล้วในตอนนี้เธอยิ่งดูน่าเกลียดมากขึ้นเป็นเท่าตัวในตอนเช้าจะไมมีใครมาเฝ้าเธอหากแต่ตอนเย็นทั้งหนิงหลงและลูกจะมานอนเฝ้าเธอทุกคืนอยู่แล้ว
สิบโมงเช้าของวันที่หกร่างบางที่นอนไม่ได้สติอยู่นานก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเปลือกตาคล้ำขยับยุกยิกไปมาก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบากเมื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงได้แล้วก็ต้องแปลกตาแปลกใจไปกับสิ่งที่อยู่รอบกายหากแต่ร่างบางก็ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาทำเพียงนอนนิ่งพร้อมทั้งความคิดความทรงจำความรู้สึกมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจนอายุได้ 28 ปีทั้งรอยยิ้มความสุข เสียงร้องไห้ความทุกข์ที่มีในใจล้นทะลักเข้ามาในหัวอย่างน้ำหลากมือบางกำเข้ากันแน่นพร้อมทั้งดวงตาที่ปิดสนิทเธอนอนนิ่งๆทำความเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้นานนับสามชั่วโมงน้ำตาเม็ดใหญ่ไหลรินลงมาทางหางตาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรับรู้เรื่องราวทุกอย่างในตอนนี้แล้ว
ในใจแม้จะเจ็บปวดเจียนตายหากแต่ในยามนี้นางทำได้เพียงยอมรับและปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในยุคอนาคตแห่งนี้กับสามีและบุตรชายในยุคนี้ของนางให้ได้ แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เรื่องปรับตัวแต่เป็นเรื่องที่ นางข้ามเวลามาเป็นภรรยาที่สามีไม้รักแล้วอย่างนี้นางต้องทำเยี่ยงไรดี