โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทักษิณ” ปลุกเชื่อมั่น

INN News

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • INN News

สร้างแรงกระเพื่อมให้กับ "เศรษฐกิจ" และ "ตลาดหุ้นไทย" อยู่ไม่น้อย สำหรับอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ก่อนหน้านี้จุดพลุข่าวดีลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย แต่ฉุดราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าร่วงลงยกแผง หรือจะเป็นการออกมาประกาศการันตีเงินหมื่น เฟส 2 สำหรับคนสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป รับแน่ๆ เงินสดๆ วันที่ 29 มกราคม 2568 ส่วนเฟส 3 ดิจิทัล วอลเล็ต เฮทั่วไทยมีนาคมปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่า วาจาอดีตนายกฯทักษิณ ย่อมมีผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล

แต่อย่างไรก็ตาม ในห้วงจังหวะที่ดัชนีหุ้นไทยดิ่งลงหลุด 1,400 จุด จากปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบไม่ว่าจะเป็นความกังวลจากปัญหาการเมืองภายในประเทศจนทำให้โบรกเกอร์ต่างชาติลดน้ำหนักหุ้นไทย หรือแม้แต่ความไม่เชื่อมั่นของระบบตลาดทุนจากกรณี Force Sell รวมถึงการเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่ "นายโดนัลด์ ทรัมป์" จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการวันที่ 20 ม.ค.นี้ เพราะมีความไม่แน่นอนว่า "นายโดนัลด์ ทรัมป์" จะประกาศนโยบายกำแพงภาษีทันทีผ่านการใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจหรือไม่

ดังนั้น เมื่อ"ตลาดหุ้นไทย" ซึ่งยึดโยงกับ "ความเชื่อมั่น" ทำให้นักลงทุนต่างจับตาการแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2568 หัวข้อว่า Dinner Talk with Tony : Bull Rally of Thai Capital Market โดยหวังว่า วิสัยทัศน์ของอดีตนายกฯทักษิณจะมาเปลี่ยนทิศทางจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรงให้เป็นตลาดขาขึ้น

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป ระบุว่า ในอดีตนายกฯทักษิณ เคยผลักดันดัชนีขึ้นกว่า 472 จุดในช่วง 3 ปีแรกของการเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 1 และได้เคยผลักดันดัชนีหุ้นไทยจาก 450 จุด ในช่วงหลังวิกฤติซับไพรม์ ในปี 2551 ไปสู่ระดับสูงสุดที่ 1,070 จุด ในการเข้าดำรงค์ตำแหน่งในสมัยที่ 2 จึงมองว่า หากในครั้งนี้มีทิศทางการผลักดันตลาดหุ้นไทยรูปแบบใหม่จะเป็นบวกต่อ SET Index

ขณะที่ "นายไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า การแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทย แต่ไม่มาก เพราะปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด ก็คือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในปีที่ผ่านมาน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก

"ถ้าพูดแค่ภาพใหญ่ ๆ ทิศทาง 5 ปี 10 ปี ผมเฉยๆแล้ว คือเอาเป็นว่า จะทำอย่างไรดีกว่า มาตรการที่จับต้องได้ และก็เป็นมาตรการที่ทำได้จริง คือ วันนี้ แผนที่เป็นความฝันระยะยาว ๆ ผมก็คิดว่าดี ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนโฟกัสระยะสั้นๆที่เรามีปัญหาหนักๆ จะดีลกันอย่างไร ปัญหาที่คุณทรัมป์ขึ้นมา เรามีแผนตอบรับหรือยัง จะทำกันอย่างไร และความไม่มั่นใจทั้งหลายในตลาดหุ้นที่เกิดปัญหามากมาย เราจะแก้กันอย่างไรในนี้คือเรื่องของตลาดหุ้น ส่วนเรื่องเศรษฐกิจเอง ก็ชัดเจน แจกเงินรอบแรก ก็ไม่ได้สร้างพลังหมุน เหมือนที่ทำไว้ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไร ว่า รอบ 2 รอบ 3 ที่กำลังพยายามทำกัน มันจะสร้างพลังหมุนได้ เพราะใช้กระสุนจะหมดแล้ว ก็ไม่หมุนซะที ก็จะเหนื่อย"

"นายไพบูลย์" กล่าวอีกว่า ในการแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกฯทักษิณ ถ้าสามารถส่งนโยบายไปให้รัฐบาลได้เร็ว ก็จะมีผลบวกต่อเศรษฐกิจ

"ต้องเป็นปาฐกถาซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมั่นได้จริง คือ ทุกคนเห็นว่าโอเค ใช่แล้ว คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ถ้าคุณทักษิณ สามารถส่งต่อนโยบายไปให้รัฐบาลทำได้ คนก็จะมองว่า รัฐบาลรอบนี้ น่าจะสามารถขับเคลื่อนได้จริง เพราะรอบที่แล้วๆมา ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลไม่สามารถทำได้เหมือนที่เคยพูดไว้ในการที่จะสร้างพลังหมุนของเศรษฐกิจทั้งหลายให้โตได้ในระดบที่เคยพูดเอาไว้"

จากนี้ต่อไป จะต้องจับตาปฏิกิริรยาของตลาดหุ้นไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" เพราะเชื่อแน่ว่าทุกประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจและการเมือง ย่อมส่งผลต่อบรรยากาาศกาลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...