โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก DeepSeek สตาร์ทอัพจีน พัฒนาโมเดล AI ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำ ขึ้นแท่นคู่แข่งสำคัญของ OpenAI

Thairath Money

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 06.06 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเครื่องมือ AI ตัวหนึ่งได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “DeepSeek” สตาร์ทอัพสัญชาติจีน ผู้พัฒนาโมเดล AI ส่งผลให้คนในแวดวงเทคโนโลยีออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลามเกี่ยวกับความสำเร็จของบริษัทนี้และผลกระทบต่อสถานะของ AI ในปัจจุบัน

DeepSeek คืออะไร?

DeepSeek คือบริษัทสตาร์ทอัพของจีน ก่อตั้งโดย Liang Wenfeng ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์และเป็นบุคคลสำคัญในวงการ AI ของจีน ได้ทำการเปิดตัว DeepSeek เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวออกมาแล้วได้รับการพูดถึงอย่างมาก คือ โมเดล R1 ซึ่งเน้นด้านงานที่เกี่ยวข้องกับการให้เหตุผล (Reasoning Tasks) และเป็นคู่แข่งสำคัญของโมเดล o1 ของ OpenAI

  • เส้นทางของ DeepSeek เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว DeepSeek Coder ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ซึ่งเป็นโมเดล Open-Source ที่ออกแบบมาสำหรับงานเขียนโค้ดโดยเฉพาะ

  • ต่อมาในปีเดียวกันได้เปิดตัว DeepSeek LLM โมเดลที่มีเป้าหมายเพื่อแข่งขันกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่อื่น ๆ

  • ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2024 ก็ได้เปิดตัว DeepSeek-V2 ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประสิทธิภาพที่สูงและต้นทุนที่ต่ำ โดยการเปิดตัวนี้ได้จุดชนวนให้เกิดสงครามราคาในตลาดโมเดล AI ของจีน บีบบังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน เช่น ByteDance, Tencent, Baidu และ Alibaba ลดราคาของโมเดล AI เพื่อให้สามารถแข่งขันได้

  • หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาต่อไปเป็น DeepSeek-Coder-V2 ซึ่งเป็นโมเดลที่ก้าวหน้าขึ้นออกแบบมาสำหรับการแก้ปัญหาการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน และรองรับความยาวบริบทสูงถึง 128,000 โทเคน โมเดลนี้เปิดให้ใช้งานผ่าน API ราคาประหยัด โดยคิดค่าบริการที่ 0.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อโทเคนสำหรับข้อมูลนำเข้า และ 0.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อโทเคนสำหรับข้อมูลผลลัพธ์

  • โมเดลล่าสุดของบริษัท ได้แก่ DeepSeek-V3 และ DeepSeek-R1 ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ DeepSeek ในฐานะผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการ AI ซึ่งเป็นโมเดลที่มีศักยภาพที่น่าประทับใจในด้านการทดสอบประสิทธิภาพต่าง ๆ โดยที่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน DeepSeek-R1 ซึ่งเปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 เน้นด้านงานที่เกี่ยวข้องกับการให้เหตุผล หรือ Reasoning Tasks และยังเป็นคู่แข่งสำคัญของโมเดล o1 ของ OpenAI

อย่างไรก็ตาม แม้ DeepSeek จะประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น แต่บริษัทยังคงมุ่งเน้นด้านการวิจัยเป็นหลัก และยังไม่มีแผนการเชิงพาณิชย์ในวงกว้างในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ DeepSeek ยังได้ขึ้นแท่นเป็นแอปฯ ฟรีที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐอเมริกาบน iOS แซงหน้า ChatGPT อีกด้วย

DeepSeek อ้างว่า โมเดลที่ออกแบบมามีต้นทุนในการพัฒนาที่ต่ำกว่าโมเดลของเจ้าอื่น ๆ โดยมีต้นทุนที่ราว 5.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากเทียบกับเจ้าอื่นที่ใช้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้นทุนของ DeepSeek จึงต่ำมาก

DeepSeek มีข้อได้เปรียบตรงที่มีงานวิจัยของตัวเองและยังมี Open-Source อย่างเช่น PyTorch และ Llama จาก Meta อีกด้วย

นอกจากนี้ Liang Wenfeng ก็ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความภาคภูมิใจของชาติจีน โดยในปี 2021 ทาง Liang ได้เริ่มซื้อหน่วยประมวลผลกราฟิกของ Nvidia จำนวนมากเพื่อใช้ในโครงการ AI ควบคู่กับการบริหารกองทุน High-Flyer โดยในช่วงแรกเขายังออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้วิเคราะห์กราฟหุ้น และต่อมาก็ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนา AI ที่ฉลาดระดับเทียบเท่ามนุษย์

ที่มา: TechCrunch, FT, WSJ

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก DeepSeek สตาร์ทอัพจีน พัฒนาโมเดล AI ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำ ขึ้นแท่นคู่แข่งสำคัญของ OpenAI

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...