“สมูทอี” ปักธง “เมดิคอล สกินแคร์ ไอคอน”ลุยเปิดตลาดต่างประเทศอัพยอดขายทะลุ “พันล้าน”
“สมูทอี” ทุ่ม 200 ลบ.ปรับโพชิชันนิ่งปักหมุด “เมดิคอล สกินแคร์ ไอคอน” เร่งขยายโพรดักซ์ให้ครอบคลุมล้าง-บำรุง-ปกป้อง ดึง “หลิง-ออม” เป็นนิวเฟซออฟขยายฐานลูกค้าGen Z กรุยทางขยายฐานลูกค้าต่างประเทศมุ่งเป้าจีน-เวียดนาม รักษาอัตราการโต 2 ดิจิดยอดขายแตะ “พันล้าน”
นายธนชัย ชัยกิตติวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมูทอี บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดสกินแคร์หลัง โควิด มีอัตราการเติบโตสูงมากปีละ 2 ดิจิดขึ้นไป มีมูลค่าตลาดกลุ่มแมสโพรดักซ์กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 12%
ขณะที่ตลาดเวชสำอางมีขนาดตลาดใหญ่กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% เนื่องจากคนไทยมีความเป็น“Beauty Fighter” เรื่องความสวยความงามยอมไม่ได้ และผู้บริโภคที่หันมาใช้สกินแคร์มีอายุที่น้อยลง ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็มีความรู้มากขึ้น ต้องการสกินแคร์ที่ได้รับการทดสอบและยอมรับจากแพทย์
ทั้งนี้“สมูทอี” เป็นแบรนด์ Medical Skincare หรือเวชสำอางที่ทำตลาดในเมืองไทยมากว่า 33 ปี นวัตกรรมเวชสำอางค์ที่ล๊อนซ์ออกสู่ตลาด ช่วยให้ผิวคนไทยสวยสุขภาพดี ทำให้สมูทอีเป็นเบอร์หนึ่งในร้านขายยา
อย่างไรก็ตามในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคคนไทยต้องการผิวสวย สุขภาพดีแบบเกาหลี แต่ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามมากเกินความจำเป็นจน “โอเวอร์โดส” ซึ่งเป็นโอกาส ที่สมูทอีเล็งเห็นและตั้งเป้าที่จะเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มนี้ให้ได้
โดยกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ผ่าน 3 กลยุทธ์คือ กลยุทธ์ที่ 1 เปิดตัวจุดยืนใหม่ “อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” โดยปักธงในการเป็น“เมดิคอล สกินแคร์ ไอคอน”
“เราเชี่ยวชาญเรื่องสิว ริ้วรอยเป้าหมายของเราคืออยากให้คนไทยผิวสวยสุขภาพดี เราอยากให้คนนึกถึง สมูทอีในการเป็นแบรนด์เวชสำอางในใจ เราอยากเป็น “เมดิคอล สกินแคร์ ไอคอน” เมื่อนึกถึงผิวสวยสุขภาพดีอย่างยั่งยืนจะนึกถึงเรา นี่เป็นไดเรคชั่นที่เซ็ตในปีนี้”
กลยุทธ์ที่ 2 ผลิตภัณฑ์ภายใต้“เอสเซนเชียลแคร์ โซลูชั่น” โฟกัส“ล้าง” ด้วยคลีนเซอร์ “บำรุง” ด้วยสกินแคร์และ “ปกป้อง” ด้วยกันแดด
“ปัจจุบันเราตอบปัญหาโจทย์ปัญหาเฉพาะกลุ่ม คือสิว ริ้วรอย แต่การที่จะเป็น “เมดิคอล สกินแคร์ ไอคอน” แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค เราจึงต้องล๊อนซ์สินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น สิว กระจ่างใสและย้อนวัย เพื่อรุกตลาดสกินแคร์ในปีนี้”
กลยุทธ์ที่ 3 ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัยและอยากลองใช้ โดยใช้งบการตลาด 200 ล้านบาทซึ่ง 90% ของงบการตลาดจะถูกใช้ในช่องทางดิจิทัล
“ปี2567 เราปิดยอดขายที่ 900 ล้านบาท ปีนี้เราตั้งเป้าในการเป็น “เมดิคอล สกิน แคร์ ไอคอน” พร้อมกับขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และคาดหวังยอดขายทะลุ “พันล้าน” เติบโต 2 ดิจิด”
[caption id="attachment_149309" align="aligncenter" width="1502"]
นายธนชัย ชัยกิตติวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - เภสัชกรศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด[/caption]
ด้าน เภสัชกรศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก กว่า 40% เคลมว่าตัวเองผิวบอบบาง แพ้ง่าย จากในอดีตที่มีสัดส่วนราว ๆ 10% จากมลภาวะที่เกิดขึ้น และความกล้าที่จะลองผลิตภัณฑ์ความงามต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เร็วแต่บางครั้งก็ส่งผลเสียต่อผิว
3 นวัตกรรม คีย์โพรดักซ์ที่สมูทอี จะชูในปีนี้ ตัวแรกคือ นวัตกรรมเซรั่มกันแดดสมูทอี ซัน แอสตาแซนธิน ที่ออกสู่ตลาดในเดือนมกราคม และในไตรมาส 2 มีแผนจะล๊อนซ์ผลิตภัณฑ์กลุ่มคลีน คือ “สมูท อี นัน ไอออนนิก พีเอช ไฟว์ นิวเจน” ที่อัพเกรดสูตรให้เข้ากับเทรนด์ผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการผิวสวย สุขภาพดี และสุดท้าย “แคร์” สมูทอี คลินิกคัล เซรั่ม 4 SKU ตามปัญหาผิว คือ ลดรอยสิว กระจ่างใส ลดริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้น
นอกจากนี้ในกลยุทธ์ที่3 คือการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคสมูทอี โดยเชิญ “หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง” และ “ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” สองนักแสดงสาวดาวรุ่งมาเป็นนิวเฟซ ออฟ สมูทอี ช่วยสื่อสารการตลาด ผ่านกิจกรรมการตลาดทั้งปี เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ Gen Z มากขึ้นจากเดิมที่ฐานลูกค้าของ สมูทอี เป็นกลุ่มGen XและGen Y
นอกจากนี้การมี “หลิง-ออม”เข้ามาเป็น นิวเฟซ ออฟ สมูทอี ยังตอบโจทย์แผนการขยายไปสู่ตลาดโลกเนื่องจากมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นทั้งในจีน เวียดนาม และประเทศอื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน สมูทอีได้เริ่มทำตลาดในมาเลเซียและเวียดนามแต่ยังมีสัดส่วนตลาดที่เล็ก