โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกฯคาด Q4/67 กลุ่มแบงก์ฟันกำไร 5-5.5 หมื่นลบ. ทรงตัวจาก Q4/66 ชู SCB-TTB-TISCO-KKP ปันผลเด่น

efinanceThai

เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 05.42 น.

โบรกฯคาด Q4/67 กลุ่มแบงก์ฟันกำไร 5-5.5 หมื่นลบ. ทรงตัวจาก Q4/66 ชู SCB-TTB-TISCO-KKP ปันผลเด่น

โบรกฯ ประเมินกำไรไตรมาส 4/67 กลุ่มแบงก์ไว้ที่ 5-5.5 หมื่นล้านบาท ทรงตัว หรือ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบจากไตรมาส 4/66 ที่อยู่ 50,405 ล้านบาท ส่งทั้งปีกำไร อยู่ที่ 2.34 แสนล้านบาท จับตาค่าใช้จ่ายพิเศษอาจฉุดกำไรแบงก์ลดลง ชู BBL-KTB ยังน่าลงทุน หลังปันผลเฉลี่ย 4-5% ส่วน KBANK ยังถูกกดดันจากคุณภาพสินทรัพย์ ด้าน SCB-TTB-TISCO-KKP แม้จ่ายปันผลสูง 6-8% แต่ Upside ถูกจำกัด

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL , ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK , ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด(มหาชน) หรือ KKP , ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB , บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน) หรือ TTB คาดอยู่ที่ 50,000-55,000 ล้านบาท ทรงตัว หรือ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบจากไตรมาส 4/66 ที่อยู่ 50,405 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา(62 - 66) เฉลี่ยกำไรไตรมาส 4 ของธนาคารจะลดลง 10% ถ้าเทียบจากไตรมาส 3 เนื่องจากไตรมาส 4 ส่วนใหญ่ธนาคารจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเข้ามา เช่น งบลงทุน แต่ถ้าหากเทียบจากไตรมาส 4/66 กำไรจะทรงตัว หรือ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ ในขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2567 คาดอยู่ที่ 234,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% YoY

"เราจะเห็นการเร่งตัวตามฤดูกาล และ รายได้ NIM จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วน Credit cost คาดทรงตัว QoQ ตามภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งหากเทียบกำไรเชิง YoY ประเมินว่า KTB มีอัตราการเติบโตสูงกว่ากลุ่มฯ จากฐานกำไรต่ำงวดไตรมาส 4/66"นายภาสกร กล่าว

สำหรับทิศทางหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) คาดสิ้นไตรมาส 4/67 จะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ทั้งจากการแปลงหนี้ THAI เป็นทุนของ BBL , KTB ประกอบกับ ฐานสินเชื่อ ซึ่งเป็นตัวฐานในการคำนวณ NPL กลับมาเติบโต โดยคาดจะประคอง NPL ให้อยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างจากสิ้นไตรมาส 3/67 ที่ 3.8% และ สิ้นปี 2566 ที่ 3.5%

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยแนะหุ้นธนาคารที่มีจุดเด่นด้าน Dividend yield ราว 6-8% ประกอบด้วย SCB , TTB , TISCO และ KKP แต่ปัจจุบัน Upside ไม่ได้สูงแล้ว แต่ถ้าหาก Outperform ยังเลือก KTB และ BBL จากแนวโน้มสินเชื่อมีแรงส่งจากการลงทุนภาครัฐ และ เอกชน รวมถึงทั้งคู่มี Coverage ratio ที่ 179% และ 267% ตามลำดับ จากค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 174% โดยคาดทำให้ความจำเป็นในการตั้งสำรองในระดับสูงดังที่ผ่านมาน้อยลง ในขณะที่ KBANK มี Coverage ratio ที่ 139%

"หุ้นที่แนะนำเราแบ่งเป็น 2 อย่าง อย่างแรก คือ การจ่ายปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม โดยค่าเฉลี่ยกลุ่ม อยู่ที่ 6% แต่ SCB , TTB , TISCO และ KKP จ่ายปันผลเฉลี่ย 6-8% ส่วนอีกกลุ่ม เช่น BBL , KBANK และ KTB จ่ายปันผลเฉลี่ย 4-5%"นายภาสกร กล่าว

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...