โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจ้าสัว “ธนินท์” มองเศรษฐกิจเมืองไทยยุคโลกป่วนยังมีอนาคต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 06.36 น.

หัวเรือใหญ่ “CP” เจ้าสัว “ธนินท์” มองโลกเข้าสู่ภาวะปั่นป่วน-เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่แต่ประเทศไทยยัง “มีโอกาส” การท่องเที่ยวเดินมาถูกทางแต่ยังต้องการ “เงิน” อัดฉีด ขณะที่ภาคเกษตรเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของไทยแต่ต้องมี “ชลประทาน”เพิ่มผลผลิต 5 เท่า CP เริ่มแล้วใช้ AI -ไฮเทคคุมผลิตเกษตร-ปศุสัตว์แทนคน

เจ้าสัว “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยบนเวที “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ในหัวข้อ “Future Thailand: Next Growth” ว่า เศรษฐกิจประเทศไทยยังมีอนาคต แม้ว่าจะอยู่ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งเรื่องของดิน ฟ้า อากาศปั่นป่วน การเมืองปั่นป่วน ขณะที่เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามในวิกฤตก็ยังมีโอกาส และในโอกาสก็มีวิกฤต ภาคการท่องเที่ยวไทยวันนี้รัฐบาลทำได้ถูกต้อง แต่การท่องเที่ยวที่จะได้เงินเข้าประเทศเร็วที่สุดต้องมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนการท่องเที่ยว และเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเดินไปถึงระดับ นักท่องเที่ยวเป้าหมายที่เจาะจงเป็นกลุ่มไหน ประเทศอะไร และสำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องของความปลอดภัย

นอกจากนี้เมืองไทยยังสามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนในโลกได้ถ้ามี“มหาวิทยาลัย” ที่ก้าวทันกับโลก ถ้าทำได้สิ่งที่จะตามมาคือ ต่างชาติเข้ามาเรียนในไทยจะทำให้ไทยได้ทั้งคนเก่ง สมอง และยังได้เงินเข้าประเทศอีกมหาศาลไม่แพ้ท่องเที่ยวในระยะยาว

อีกเรื่องหนึ่งที่ไทยได้เปรียบคือเรื่อง“เกษตร” ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยเจอภัยพิบัติหนักๆอย่างแผ่นดินไหวหรือพายุ มีแต่ปัญหาของน้ำท่วมและและภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลมีงบประมาณสำหรับทำถนนอยู่แล้ว หากจะสามารถนำมาทำถนนเข้าที่ไร่ นา ปฏิรูปที่ดิน เอาจริงเอาจังเรื่องชลประทาน ประเทศไทยจะไม่เจอน้ำท่วมและภัยแล้ง และจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 5 เท่า สามารถปลูกพืชได้ 3 ครั้ง และปลูกพืชไร่ได้ 3 เท่า

ขณะที่พื้นที่สูงสามารถปรับปลูกผลไม้ ส่วนที่ราบสามารถทำเป็นบึงขายน้ำสำหรับปั่นไฟ รอบ ๆ บึงยังสามารถพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตากอากาศ ที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคการเกษตรมีการใช้เทคโนโลยีมากที่สุด ปัจจุบัน CP ใช้ Drone ในการเกษตรในกัมพูชา 40,000 ไร่ ในจีนแสนกว่าไร่ และในรัสเซีย 7 แสนกว่าไร่ ในการเฝ้าระวังแมลงศัตรูพืช ให้ปุ๋ยและยาฆ่าศัตรูพืช รวมทั้ง AI และ IOT ในปศุสัตว์เช่น วัดความชื้น อุณหภูมิออกซิเจน แอมโมเนีย สัตว์ป่วย โรค และใช้หุ่นยนต์-เครื่องจักรในการให้อาหารเพื่อความปลอดภัย แม่นยำและคุณภาพ ไปจนถึงเรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งในการผลิตห่วงโซ่นี้ยาวที่สุดไปจนถึงค้าปลีก ภัตตาคาร โต๊ะอาหารของมนุษย์ทุกคน

“CP ทำตั้งแต่ต้นน้ำ คนอาจจะมองว่าผูกขาดแต่จริงๆไม่ใช่ แต่เพื่อให้ทุกขั้นตอนมันสุกพร้อมกัน ผลิตมากของเหลือก็เสียหาย ผลิตน้อยของไม่พอขายก็เสียหาย เฉพาะฉนั้นสินค้าเกษตรเป็นน้ำมันบนดินใช้ไม่หมด คอปแรกเก็บเกี่ยวไปแล้ว คอปที่ 2 ก็พร้อมเตรียมเก็บเกี่ยว ส่วนคอปที่ 3 ก็เตรียมปลูก ดังนั้นสินค้าเกษตรเป็นทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าของประเทศไทย”

เจ้าสัว “ธนินท์” กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญของประเทศไทยคือต้องสร้างคนที่มีรายได้ ซึ่งหนีไม่ได้เรื่องของการศึกษาต้องมีความรู้ความฉลาด ต้องเรียนไปทำงานไปเรียนจบต้องสามารถ ทำงานได้เลย โจทย์คือไทยสามารถทำให้ระยะเวลาเรียนสั้นลงได้หรือไม่เพราะประชากรเราน้อยลงทุกปี วันนี้เราต้องการแรงงานทำงาน 5 ล้านคนที่พร้อมทำงานและเสียภาษี แต่วันนี้ไทยผลิตเด็กจบใหม่ปีละ 3 แสนคน ดังนั้นการจะได้แรงงาน 5 ล้านคนต้องใช้เวลา 10 กว่าปีไทยถึงจะมีคนพอ

ภาคธุรกิจเองการจะอยู่รอดได้จะต้องคิดถึงประชาชน เพราะธุรกิจได้กำไรจากประชาชน ขายสินค้าให้ประชาชน ถ้าคนไทยไม่รวยขึ้นก็ไม่มีเงินมาใช้ทั้งสินค้าไฮเทคและอาหารของบริษัท

“เราต้องคิดถึงลูกค้าของเราก่อน ให้เขามีรายได้ มีกำลังซื้อ ถ้าประชาชนไม่มีกำลังซื้อเราผลิตสินค้าออกมาก็ไม่มีคนให้ขายให้ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่นักธุรกิจแต่พื้นฐานจริงๆจะต้องมาจากมหาวิทยาลัย และรัฐบาลที่จะออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ประเทศ

เรารู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลง รู้ว่าทั่วโลกชอบเมืองไทยแต่กฎหมายเราไม่ค่อยเอื้อ แล้วกลัวต่างชาติจะเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย แต่ถ้าเราสามารถหาอาชีพที่เมืองไทยยังต้องการก็จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจทันทีโดยเฉพาะเรื่องของ “ไฮเทค” เพราะสุดท้ายไฮเทคทุกอย่างคนเป็นคนสร้างและคนเป็นคนใช้ ถ้าคนไม่มีความรู้ก็ไม่สามารถใช้ไฮเทคเหล่านี้ได้

โจทย์ของ CP คือทำให้ต้นทุนถูกลง ดังนั้นเครื่องจักรของ CP ที่จะลงทุนต้องมีพลังเท่ากับ 5 เท่าของของเดิม หุ่นยนต์หรือ AI ทำให้คนฉลาดขึ้นทำน้อยได้มาก ทำมากยิ่งได้มาก ค่าแรง 600 บาทถึงแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างพนักงานของบริษัทให้เก่งขึ้นทันกับโลก รู้จักใช้ AI และไฮเทคเข้ามาทำให้คนเก่งขึ้นและการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...