โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สื่อมาเลย์เผย รัฐบาลไทยยังคง ‘เงียบ’ บีอาร์เอ็น ปั่นป่วนเพราะความโง่เขลาของตัวเอง

77kaoded

เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 02.56 น. • 77 ข่าวเด็ด

สำนักข่าว UtusanTV มาเลเซียนำเสนอบทความที่น่าสนใจพร้อมพาดหัวข่าวว่า รัฐบาลไทยยังคง 'เงียบ' บีอาร์เอ็น ปั่นป่วนเพราะความโง่เขลาของตัวเอง

แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ (BRN) เปรียบเสมือน “ไส้เดือนโดนความร้อน” เมื่อรัฐบาลไทยปัจจุบันที่นําโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ให้คํามั่นสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับการพูดคุยสันติภาพที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย

ผู้นํา BRN ต่างก็รู้สึก “ร้อนตัว” เมื่อการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นการพูดคุยสันติภาพไม่ได้เป็นประเด็นหลักในการเยือน

พวกเขารู้สึกหงุดหงิดและสิ้นหวังมากขึ้นเมื่อ Datuk Seri Anwar Ibrahim นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีไทย นายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการของประธานอาเซียน - มาเลเซีย พ.ศ. 2568

อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรเป็นบิดาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีประสบการณ์ในการควบคุมความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศเป็นเวลาห้าปีตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2549

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่ได้หยุดชะงักลง แต่ในทางตรงกันข้าม BRN ต้องโทษตัวเองหากรัฐบาลไทยปัจจุบันไม่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการพูดคุยดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไทยเพิกเฉยต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เห็นได้ชัดเมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบน้ำท่วมเมื่อเร็วๆ นี้อย่างเร่งด่วน

แต่น่าแปลกใจมากที่ BRN พยายามเน้นย้ำว่าพวกเขาเป็นกลุ่มบริสุทธ์ที่สุดบนโลกของอัลลอฮ์ เมื่อพวกเขาได้กล่าวหารัฐบาลไทยว่าไม่จริงจังกับการแสวงหาสันติภาพในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว

ความจริงก็คือ หากกระบวนการพูดคุยสันติภาพไม่ดำเนินต่อไป BRN ที่ควรเป็นฝ่ายที่จะต้องถูกตําหนิ ซึ่งการกระทำของพวกเขาต่างหากที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้รัฐบาลไทยไม่มีความสนใจต่อการพูดคุยสันติภาพ

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องตลก ไม่ว่าในการแถลงการณ์หรือการให้สัมภาษณ์ของผู้นํา BRNที่ “ยกยอตัวเอง” เป็นผู้ปกป้องประชากรมุสลิม ซึ่งความจริงแล้วจนถึงขณะนี้กระบวนการพูดคุยสันติภาพล้มเหลวและไม่บรรลุผลใด ๆ เลยเนื่องจากพฤติกรรมของพวกเขาที่ไม่มีความจริงใจ

แต่ BRN อ้างว่าพวกเขาได้แสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการหาทางออกทางการเมืองที่มุ่งยุติความขัดแย้ง พวกเขาถือว่ารัฐบาลไทยไม่จริงจังในการแสวงหาสันติภาพ และกล่าวหาว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

เป็นสิ่งปกติ ที่ BRN ชอบอ้างว่าพวกเขากําลังต่อสู้เพื่อประชากรมุสลิมและระบุว่ากลุ่มนี้ถูกกดขี่โดยรัฐบาลไทย แต่ในความเป็นจริง BRN เป็นผู้รับผิดชอบในการเชิญชวนหรือนำพาความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นต่อชุมชนมุสลิมในพื้นที่ดังกล่าว

ในเมื่อรัฐบาลไทยเต็มใจที่จะพูดคุยกับพวกและเต็มใจให้มาเลเซียเป็นผู้อํานวยความสะดวก BRN ก็แสดงทัศนคติ “พูดโกหก” แสดงตนเป็นมนุษย์ “สองหน้า” และแสร้งเป็นผู้ดีเมื่ออยู่บนโต๊ะพูดคุย เสมือนพวกเขาต้องการสร้างสันติภาพ แต่ในพื้นที่พวกเขาได้ข่มขู่และก่อให้เกิดความโกลาหลรวมถึงการสังหารชาวมุสลิมผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะผู้ที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย

ซึ่งข้อเท็จจริงพิสูจน์ให้เห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะพูดคุยเพื่อสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 มั่นใจว่าพวกเขาสามารถนําสันติภาพสู่จังหวัดดังกล่าว

ความตั้งใจของกองกําลังทหารดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส Safei Che Lah (นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ) ซึ่งระบุว่าเขาพร้อมที่จะร่วมมือและแก้ไขปัญหาในระดับรากหญ้า ตลอดจนนําสันติภาพมาสู่พื้นที่จังหวัดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้นำ BRN ได้“ท่องเที่ยว” จากบาหลีไปยังยุโรป ซึ่งคาดว่าในนามของการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของประชากรมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย พวกเขาได้เพิกเฉยต่อคํามั่นสัญญาของรัฐบาลไทยก่อนหน้านี้ พวกเขามีท่าทีเสมือน “เต่าในกระดองไม่สามารถเอาหัวออกจากกระดองได้” เมื่อพวกเขาเห็นปฏิกิริยาของรัฐบาลใหม่ของไทยที่ดูเหมือนจะไม่ให้ความสำคัญต่อพวกเขา

เรื่องดังกล่าวทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะความโง่เขลาของ BRN ในการพูดคุยกับรัฐบาลไทยก่อนหน้านี้ น่าแปลกที่การให้สัมภาษณ์ของโฆษก BRN ที่ยกย่องอดีตนายกรัฐมนตรีไทย นายเศรษฐา
ทวีสิน ที่พวกเขาถือว่ามีความมุ่งมั่นมากกว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อการพูดคุยสันติภาพกับพวกเขา

คำถามคือ จริงหรือ BRN ชื่นชมความมุ่งมั่นก่อนหน้านี้ของ นายเศรษฐา ทวีสินอดีตนายกรัฐมนตรีไทย? หากพวกเขาชื่นชมความพยายามของเขาจริง ๆ เหตุใด BRN จึงขัดขวางการพูดคุยด้วยการโจมตีด้วยระเบิดและสังหารชาวมุสลิมในขณะที่มีการพูดคุยในสมัยที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี และ ทำไมในสมัยที่ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี BRNยังคงกล่าวหารัฐบาลไทยว่ากดขี่ประชากรมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย?

หากพวกเขาต้องการพูดคุยกับรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างจริงใจ เหตุใดเมื่อเกิดน้ำท่วมเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้นํา BRN ได้ใส่ร้ายรัฐบาลไทยว่า ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยถูกเลือกปฏิบัติติและถูกทอดทิ้ง?

เหตุใดผู้นํา BRN พยายามหลอกลวงประชาคมโลกด้วยวิธีการใส่ร้ายเช่นนี้ ซึ่ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เพียงแต่ต้องการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัด
ดังกล่าวโดยทันทีเท่านั้น แต่เขายังสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(DDPM) ส่งงบประมาณฉุกเฉินเพื่ออนุมัติให้ดำเนินการบรรเทาทุกข์ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยด่วน

กรมดังกล่าวยังได้ส่งข้อเสนอเพิ่มเติมต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะในแต่ละพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

แต่ BRN ทำอะไรกับเหตุการณ์น้ำท่วม? พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ช่วยประชาชน แต่เขาไปยิงทหารที่ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือชาวมุสลิมในช่วงภัยพิบัติ

ตามรายงานของสื่อ ณ เวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร 5 คน กําลังเติมทรายในกระสอบเพื่อช่วยประชาชนในการรับมือกับน้ำท่วมระลอกสอง ผู้ก่อการร้าย BRN จำนวน 4 คนได้โจมตีพวกเขาด้วยอาวุธสงคราม ส่งผลให้ทหารคนหนึ่งเสียชีวิตในขณะที่อีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส

การโจมตีดังกล่าวได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวบ้าน โดยได้มีการรวมตัวประท้วงพร้อมกับถือผ้าที่เขียนว่า “น้ำท่วมในพื้นที่… ทหารมาช่วยประชาชน… น้ำท่วมลดลง…BRN มายิงทหาร”

การประท้วงโดยการรวมตัวของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ปฏิเสธการต่อสู้ที่ไร้ศีลธรรมของBRN เนื่องจากได้นํามาซึ่งหายนะมากกว่าการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของประชากรมุสลิม

ซึ่งการประท้วงดังกล่าวมีประชาชนชาวมุสลิมกว่า 500 คน ได้ทำการละหมาดขอความช่วยเหลือจากพระองค์เจ้าอัลเลาะห์ เพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ดังกล่าว

พวกเขาปฏิเสธการกระทำที่รุนแรงของ BRN และได้แสดงออกผ่านผ้าที่เขียนว่า“พลเมืองอำเภอจะแนะต้องการสันติภาพ พลเมืองอำเภอจะแนะไม่ต้องการความรุนแรง หยุดใช้ความรุนแรง”

ในความเป็นจริง ไม่เพียงแต่ที่อำเภอจะแนะ แต่ทั่วทุกพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ประชากรมุสลิมต้องการอยู่อย่างสงบสุขและปฏิเสธการต่อสู้ที่ไร้ศีลธรรมของ BRN

ไม่แตกต่างจากคนหนุ่มสาวที่กิน“ยาบ้า” BRN ยังคงเพ้อฝันเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อปกป้องประชากรมุสลิม และพวกเขายังเพ้อฝันว่าได้รับการสนับสนุนจากประชากรมุสลิม

ความจริงก็คือการต่อสู้ของ BRN เป็นเพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้นําระดับสูงเท่านั้น นั่นคือเป็นเหตุให้ BRN เริ่มเกิดการแตกแยก มีการพูดคุยกันว่าปีกฝ่ายทหารBRN ไม่พอใจกับการกระทำล่าสุดของหัวหน้าพูดคุยBRN ที่มีการนัดพบกันกับองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศที่ยุโรปเมื่อเร็ว ๆ นี้

หากสิ่งที่กล่าวถึงนั้นเป็นความจริง ก็เป็นการสมควรแล้วที่การต่อสู้ของ BRN ถูกปฏิเสธโดยประชากรมุสลิม และรัฐบาลไทยไม่ยอมรับการเรียกร้องหรือการข่มขู่ของBRNเพื่อให้มีการพูดคุยสันติภาพต่อไป

นี่เป็นเพราะตราบใดที่ BRN ยังคงเสแสร้งและหน้าซื่อใจคด การพูดคุยก็ไร้ประโยชน์และในเรื่องนี้มาเลเซียในฐานะผู้อํานวยความสะดวก ก็ต้องมีทัศนคติที่ควรระมัดระวังกับบทบาทที่มีเล่ห์เหลี่ยมของ BRN

เนื่องจากเห็นว่า BRN พยายามร่วมมือเพื่อได้รับกองทุนสนับสนันโดยอ้างว่าชุมชนมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ถูกกดขี่ในขณะที่การสอบสวนของสภากาชาดสากลในจังหวัดดังกล่าวได้ออกแถลงการปฏิเสธในเรื่องนี้แล้ว

ด้วยเหตุที่มีการร่วมมือกับกับองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ดร.นิก มาตุลเลาะห์เสรี โฆษก BRN รองหัวหน้าฝ่ายเทคนิค BRNกล่าวว่า BRN พร้อมที่จะพูดคุยกับรัฐบาลไทยได้ตลอดเวลา ตราบใดที่ไม่มีเงื่อนไขว่า การพูดคุยจะต้องผูกพันตามรัฐธรรมนูญไทย ในขณะเดียวกัน BRN ต้องการให้องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศมีส่วนร่วมในการพูดคุยสันติภาพด้วย

คำถามคือ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นจังหวัดในดินแดนอธิปไตยของประเทศไทย เป็นหนึ่งในดินแดนที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย แล้วเหตุใดกระบวนการพูดคุยสันติภาพจึงจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญไทย?

อะไรคือแรงจูงใจหรือกลอุบายของ BRN? หรือเป็นการส่อความหมายว่าหลังจากนี้BRN ต้องการให้องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศหรือฝ่ายต่างชาติจัดการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เพราะความเชื่อที่บิดเบือนว่าจังหวัดดังกล่าวกําลังถูก “ล่าอาณานิคมและกดขี่โดยรัฐบาลไทย”

ข้อสรุปนั้นง่ายมาก… หาก BRN ไม่ต้องการทำตามที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ ปล่อยให้ประตูสู่การพูดคุยปิดตลอดไป หลังจากนั้นเราคอยมาดูกันว่า ผู้นํา BRN จะปั่นป่วนอย่างไร เพราะการกระทำที่แสดงให้เห็น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือ แนวร่วมล่มสลายแห่งชาติ “Barisan Runtuh Negara”

/////////////////

https://utusantv.com/2024/12/23/pemerintah-thailand-terus-membisu-brn-menggelupur-akibat-kejahilan-sendiri/?swcfpc=1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...