โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไข้หวัดนก H5N1 แพร่กระจายรุนแรง ปี 2568 สหรัฐฯ อาจเป็นจุดเริ่มต้นโรคระบาดใหญ่ครั้งใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 01.03 น. • The Bangkok Insight

ปี 2568 เฝ้าระวัง สหรัฐฯ อาจเป็นจุดเริ่มต้นโรคระบาดใหญ่ครั้งใหม่ หลังพบไข้หวัดนก H5N1 แพร่กระจายรุนแรง

การระบาดของไข้หวัดนก H5N1 ในสหรัฐ กำลังสร้างความวิตกกังวลในระดับโลก เมื่อพบว่ามีการกลายพันธุ์และสามารถแพร่กระจายข้ามสายพันธุ์ของสัตว์เลือดอุ่นได้อย่างรวดเร็ว

ไข้หวัดนก H5N1

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่จำเป็นต้องมีต้นกำเนิดจากภูมิภาคเอเชียหรือแอฟริกาเสมอไป และสหรัฐอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ครั้งต่อไปได้ เช่นเดียวกับกรณีไข้หวัดใหญ่สเปนในปี 1918 ที่แม้จะมีชื่อเรียกที่ทำให้เข้าใจผิด แต่นักวิจัยจำนวนมากเชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐ

จากรายงานล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยสถานการณ์น่าวิตกของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่องในสหรัฐ โดยพบการกลายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของยาต้านไวรัสลดลง และที่น่ากังวลคือการแพร่กระจายของเชื้อที่ไม่จำกัดเฉพาะในนกอีกต่อไป สุ่มเสี่ยงที่จะมีการกลายพันธุ์เกิดการระบาดอาการรุนแรงระหว่างคนสู่คน

สถานการณ์ล่าสุดสร้างความกังวลอย่างมาก เมื่อพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 แล้ว 65 รายในสหรัฐ โดย 3 รายพบการกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยา oseltamivir ในการรักษาลดลง สถานการณ์ยิ่งน่าวิตกเมื่อพบว่า เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายสู่วัวนม และตรวจพบ RNA ของไวรัสในนมดิบความเข้มข้นสูง

การระบาดครั้งนี้ไม่เพียงจำกัดอยู่ในสัตว์ปีกเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังสัตว์หลากชนิด รวมถึงกรณีแมวบ้านที่เสียชีวิตจากการกินอาหารแช่แข็งที่มีเชื้อปนเปื้อน พร้อมกันนี้ คนงานฟาร์มจำนวนมากก็ล้มป่วยด้วย อาการระบบทางเดินหายใจและตาอักเสบ

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ การพบผู้ป่วยอาการรุนแรงจากเชื้อไข้หวัดนกกลายพันธุ์ในรัฐลุยเซียนา รัฐวอชิงตัน และที่บริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากการกลายพันธุ์

ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ

CDC เปิดเผยผลการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดนก HPAI A(H5N1) จากผู้ป่วยอาการรุนแรงในรัฐลุยเซียนา โดยเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรหัสพันธุกรรมของเชื้อที่พบในวัวนม นกป่า สัตว์ปีก และผู้ป่วยรายก่อนหน้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ B3.13 ผลปรากฏว่าเชื้อได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ D1.1

ที่น่าสนใจคือ การตรวจพบการกลายพันธุ์ความถี่ต่ำในยีน hemagglutinin จากตัวอย่างของผู้ป่วย ซึ่งลักษณะการกลายพันธุ์นี้ไม่พบในเชื้อที่เก็บได้จากสัตว์ปีกในพื้นที่ที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนี้เกิดขึ้นภายในร่างกายของผู้ป่วยหลังจากได้รับเชื้อ

การกลายพันธุ์ความถี่ต่ำในยีน hemagglutinin ที่พบในไวรัสไข้หวัดนก H5N1 พบได้ดังนี้

1. A134A/V

  • ตำแหน่งที่ 134 ของโปรตีนส่วนหนาม
  • 88% ของไวรัสยังคงเป็นกรดอะมิโนอะลานีน (Alanine) เหมือนเดิม
  • 12% กลายพันธุ์เป็นกรดอะมิโนวาลีน (Valine)

2. N182N/K: ของโปรตีนส่วนหนาม

  • ตำแหน่งที่ 182 ของโปรตีน
  • 65% ของไวรัสยังคงเป็นกรดอะมิโนแอสพาราจีน (Asparagine) เหมือนเดิม
  • 35% กลายพันธุ์เป็นกรดอะมิโนไลซีน (Lysine)

3. E186E/D: ของโปรตีนส่วนหนาม

  • ตำแหน่งที่ 186 ของโปรตีน
  • 92% ของไวรัสยังคงเป็นกรดอะมิโนกลูตามิก (Glutamic acid) เหมือนเดิม
  • 8% กลายพันธุ์เป็นกรดอะมิโนแอสพาร์ติก (Aspartic Acid)

การกลายพันธุ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในแต่ละตำแหน่ง มีทั้งไวรัสที่ยังคงลักษณะเดิมและไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณสมบัติของไวรัสในด้านต่างๆ เช่น ความสามารถในการติดเชื้อหรือการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน

รายละเอียดเชื้อไข้หวัดนกกลายพันธุ์ในรัฐลุยเซียนา

CDC ได้วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของไวรัส ที่พบในตัวอย่างจากทางเดินหายใจส่วนบนสองตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (HPAI) A(H5N1) ในรัฐลุยเซียนา

ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อไวรัส A(H5N1) สายพันธุ์ D1.1 ซึ่งมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับไวรัส D1.1 ที่ตรวจพบเมื่อเร็วๆ นี้ในนกป่าและสัตว์ปีกในสหรัฐ รวมถึงในผู้ป่วยที่รัฐวอชิงตัน และบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดาที่มีอาการรุนแรง

ไวรัสไข้หวัดนก A(H5N1) สายพันธุ์นี้แตกต่างจากสายพันธุ์ B3.13 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางและก่อให้เกิดการระบาดในฝูงวัวนม สัตว์ปีก และสัตว์อื่นๆ พร้อมทั้งพบการติดเชื้อในมนุษย์เป็นครั้งคราวในสหรัฐ

นักวิจัยได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมแบบละเอียด จากตัวอย่างทางคลินิกสองตัวอย่างของผู้ป่วยในลุยเซียนา เพื่อค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกี่ยวข้องกับการปรับตัวเข้ากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบการเปลี่ยนแปลงความถี่ต่ำบางประการในส่วนของยีนฮีแมกกลูตินิน (hemagglutinin: HA) ซึ่งพบได้น้อยในมนุษย์

แต่เคยมีรายงานในผู้ป่วย A(H5N1) ที่มีอาการรุนแรงในบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ซึ่งบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโรคขณะที่ไวรัสเพิ่มจำนวนในตัวผู้ป่วย การวิเคราะห์ยีน N1 neuraminidase (NA), matrix (M) และ polymerase acid (PA) จากตัวอย่างไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับตัวบ่งชี้ที่ทราบแล้วหรือสงสัยว่าจะทำให้ลดความไวต่อยาต้านไวรัส

ยีนฮีแมกกลูตินิน เป็นยีนที่สำคัญในไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยทำหน้าที่ควบคุมการสร้างโปรตีนฮีแมกกลูตินิน ซึ่งเป็นไกลโคโปรตีนหรือส่วนหนามที่อยู่บนเปลือกผิวชั้นนอกของอนุภาคไวรัส โปรตีนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากช่วยให้ไวรัสสามารถจับกับตัวรับกรดไซแอลิก (Sialic acid) บนผิวเซลล์ของโฮสต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในการเข้าสู่เซลล์ของไวรัส

ฮีแมกกลูตินินมีความจำเพาะต่อการจับกับตัวรับกรดไซแอลิกที่แตกต่างกันในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด เช่น ในมนุษย์ ตัวรับที่พบส่วนใหญ่จะเป็นแบบ SA-α2,6-Gal, ในสัตว์ปีก ตัวรับส่วนใหญ่จะเป็นแบบ SA-α2,3-Gal

ความจำเพาะนี้ส่งผลต่อความสามารถของไวรัสในการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ เช่น จากสัตว์ปีกสู่มนุษย์ นอกจากนี้ ฮีแมกกลูตินินยังมีบทบาทในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยสามารถกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีในร่างกาย

ยีนฮีแมกกลูตินินในไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ถูกแบ่งออกเป็น 18 ชนิด (H1-H18) ซึ่งแต่ละชนิดมีความจำเพาะและความสามารถในการติดเชื้อที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น:

  • H1N1 และ H3N2 เป็นสายพันธุ์ที่พบในมนุษย์และทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  • H5N1 และ H7N9 เป็นสายพันธุ์ที่พบในสัตว์ปีกและสามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ ทำให้เกิดอาการรุนแรง

การศึกษายีนฮีแมกกลูตินินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนายาต้านไวรัสและวัคซีน รวมถึงการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ที่อาจเพิ่มความสามารถของไวรัสในการแพร่ระบาดหรือข้ามสายพันธุ์

โดยภาพรวม ลำดับพันธุกรรมของยีนฮีแมกกลูตินิน จากตัวอย่างทางคลินิกทั้งสองชิ้นมีความใกล้ชิดกับลำดับ HA ที่ตรวจพบในไวรัสสายพันธุ์ D1.1 อื่นๆ รวมถึงไวรัสที่ถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างที่เก็บในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2567 จากนกป่าและสัตว์ปีกในลุยเซียนา

ยีน HA ของไวรัสเหล่านี้ยังมีความใกล้ชิดกับไวรัสสายพันธุ์วัคซีนตัวเลือก A/Ezo red fox/Hokkaido/1/2022 (CVV) โดยพบการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโน 2 หรือ 3 ตำแหน่ง ไวรัสเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโนใน HA เฉลี่ย 3 หรือ 4 ตำแหน่งเมื่อเทียบโดยตรงกับลำดับพันธุกรรมของ A/Astrakhan/3212/2020 CVV

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไวรัสที่ตรวจพบในตัวอย่างทางเดินหายใจของผู้ป่วยรายนี้มีความใกล้ชิดกับไวรัสวัคซีนตัวเลือก HPAI A(H5N1) ที่มีอยู่แล้วและพร้อมให้ผู้ผลิตใช้ในการผลิตวัคซีนหากจำเป็น

การดำเนินการต่อไป

โดยภาพรวมแล้ว CDC ประเมินว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปจากการระบาดของเชื้อไข้หวัดนก HPAI A(H5N1) ในสหรัฐ ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง พร้อมการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในตัวอย่างทางคลินิก ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังทางพันธุกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งในคนและสัตว์ การควบคุมการระบาดของไข้หวัดนก A(H5) ในฟาร์มโคนมและสัตว์ปีก รวมถึงมาตรการป้องกันสำหรับผู้ที่สัมผัสกับสัตว์ติดเชื้อหรือสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ

ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...