โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 เรื่องหลักสำคัญ...ในการจัดทำ “พินัยกรรม” ให้สุขใจ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 02.34 น. • บุณยนุช ยุทธ์ประทุม

Wealth EZ: การจัดทำ “พินัยกรรม” เป็นการแสดงความประสงค์และเจตนารมณ์ของเจ้ามรดกที่ต้องการให้ทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ตามกฎหมายแก่ “ผู้รับพินัยกรรม” ไม่ว่าผู้รับพินัยกรรมจะเป็นทายาทโดยธรรม บุคคลอื่นๆ มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล เพื่อให้ผู้รับมรดกนั้นสามารถนำไปจัดการและดำเนินกิจการต่อให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
ดังนั้น การจัดทำ “พินัยกรรม” ให้สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับนั้น จะต้องทำให้ “ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม” “ถูกใจผู้ให้และผู้รับ” และ “ถูกต้องตามกฎหมาย ตามแบบของพินัยกรรมที่กฎหมายกำหนดไว้ และที่ดียิ่งไปกว่านั้น หากเจ้ามรดกเป็นผู้กำหนดและมีการเตรียมความพร้อมให้รอบคอบและมีความสมบูรณ์ทุกด้าน ก็จะทำให้เกิดความสบายใจและหมดห่วงว่าทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของตนที่จะส่งต่อให้มีผู้รับผิดชอบไปนั้น ผู้รับจะได้ดูแลสืบทอดตามเจตนารมย์ให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว และ/หรือสังคมต่อไปได้ โดย 5 เรื่องหลักสำคัญในการจัดทำพินัยกรรมที่จะทำให้เจ้ามรดกสุขใจนั้น มีดังต่อไปนี้
1.วันที่และสถานที่ทำพินัยกรรม วันเวลาที่ผ่านไปหลังทำพินัยกรรม เจ้ามรดกอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายการของมูลค่าทรัพย์สินหรือสิทธิต่างๆ การทำพินัยกรรมจะต้องมีการปรับให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน หรือใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด และหากมีการจัดทำ “พินัยกรรมฉบับใหม่” ในวันที่เป็นปัจจุบันแล้ว “พินัยกรรมฉบับใหม่” นั้นจะมีผลบังคับแทนที่ “ฉบับเดิม” ซึ่งเจ้ามรดกต้องจัดทำพินัยกรรมในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่อยู่ในภาวะไร้ความสามารถในการรับรู้ เช่น มีอาการมึนเมา มีภาวะเจ็บป่วยจนไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ เป็นต้น
ในกรณีที่เจ้ามรดกมีอายุมาก หรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยควรต้องมี ‘ใบรับรองแพทย์’ ว่ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ด้วย”
2.บัญชีเครือญาติ แม้ว่าเจ้ามรดกสามารถระบุในพินัยกรรมว่าได้มอบทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นทายาท บุคคลในครอบครัว, บุคคลอื่นๆ, มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล แต่การจัดทำ “บัญชีเครือญาติ” ก็เป็นการรวบรวมสมาชิกในครอบครัวและสามารถนำไปยื่นต่อศาล เพื่อจัดตั้ง “ผู้จัดการมรดก” ให้ดำเนินการจัดการมรดกได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เป็นการช่วยลดความวุ่นวาย ลดความเสี่ยงด้านภาษีในการถูกเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจากการยื่นแบบที่ไม่ตรงตามช่วงเวลาที่สรรพากรกำหนดให้ยื่น
อีกทั้งในกรณีที่ผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยธรรมเสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก ผู้จัดการมรดกสามารถส่งต่อทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้กับผู้สืบสันดานได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นการรับมรดกแทนที่ หรือรายการทรัพย์สินนั้นอาจตกทอดเป็นของแผ่นดินแล้วแต่กรณี”

3.บัญชีทรัพย์สิน เป็นการเตรียมรายการทรัพย์สินทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพื่อไม่ให้ตกค้างตามหน่วยงานรัฐ หรือค้างเลขที่บัญชีตามสถาบันการเงินต่างๆ ที่อาจถูกค่าธรรมเนียมหักโดยอัตโนมัติจนเงินหมดบัญชี ในการจัดทำบัญชีทรัพย์สินนี้จะต้องรวมรายการทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี หรือไม่เสียภาษีการรับมรดก โดยจะต้องคำนึงถึงการเตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกองมรดกด้วย อาทิเช่น ภาษีมรดก (Estate Tax), ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land and Building Tax) ของทรัพย์สินประเภทที่ดินและอาคารต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งของผู้รับพินัยกรรม โดยเฉพาะส่วนที่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เงินจากกองมรดกจึงต้องมีมากพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสามารถของผู้รับพินัยกรรมให้ดูแลทรัพย์สินมรดกต่อได้เป็นอย่างดี ในการเตรียมรายการทรัพย์สินทั้งหมดนี้รวมถึงภาษีการโอนที่ดินมรดก (0.5%-2%) และภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) ซึ่งจะต้องถูกจัดเก็บจากผู้รับทรัพย์มรดกด้วย”
4.“ผู้จัดการมรดก” และ “ผู้รับพินัยกรรม” “ผู้จัดการมรดก” จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในการดำเนินการ ได้แก่ บรรลุนิติภาวะ (มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์) ไม่เป็นคนวิกลจริต ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งนี้เพราะผู้จัดการมรดกจะต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีเวลาจัดการมรดกเพื่อส่งต่อให้ผู้รับพินัยกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ ‘ผู้รับพินัยกรรม’ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กรก็จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในการรับเช่นกัน ได้แก่ มีความสามารถให้การจัดการและดูแลทรัพย์สินเพื่อสืบทอดตามเจตนารมณ์ของเจ้ามรดก และ/หรือดำเนินกิจการของครอบครัวให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป”
5.การลงนามของ “เจ้ามรดก” และ “พยาน” โดยเฉพาะการทำพินัยกรรมแบบธรรมดา ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด “เจ้ามรดก” จะต้องลงนามต่อหน้า “พยาน” อย่างน้อยสองคน ซึ่งผู้ที่มาเป็นพยานจะต้องลงนามต่อหน้าเจ้ามรดกนั้นต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นคนหูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง พยานต้องลงลายมือชื่อเท่านั้น จะพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือลงตราประทับไม่ได้ และต้องไม่เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมนั้นด้วย
“ในการส่งต่อทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของ ‘เจ้ามรดก’ เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์และสุขใจนั้น จำเป็นต้องทำให้ถูกต้องและถูกกฎหมาย ผ่านการจัดทำ ‘พินัยกรรม’ ที่มีการปรับให้เป็นข้อมูลปัจจุบันมากที่สุดและเป็นไปตาม เวลาที่เหมาะสม โดยเจ้ามรดกต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ มีการจัดเตรียมบัญชีเครือญาติ บัญชีทรัพย์สินที่ครบถ้วน เลือกผู้จัดการมรดกที่มีคุณสมบัติดีพร้อมและไว้วางใจได้ มอบทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้แก่ ‘ผู้รับพินัยกรรม’ ที่เจ้ามรดกต้องการให้ และมีพยานที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด”
การจัดทำ “พินัยกรรม” ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ จะช่วยให้เจ้ามรดกมีความสุขใจมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจว่าทรัพย์สินมรดกที่หามาได้ส่งมอบให้ผู้รับเป็นไปตามความประสงค์และเจตนารมณ์ที่ “เจ้ามรดก” ต้องการจริง ๆ ก็จะทำให้ได้รับความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับอีกทั้ง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ครอบครัวและสังคมได้อีกทางหนึ่ง
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...