All-New MG HS 2025 เปิดตัวแล้วที่อังกฤษ
All-New MG HS 2025 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศอังกฤษ พร้อมขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร และ Plug-in Hybrid 1.5 ลิตร
MG HS เป็นรถยนต์ Compact Crossover SUV ที่ผลิตโดย SAIC Motor ผู้ผลิตยานยนต์ สัญชาติจีนภายใต้แบรนด์ MG ของอังกฤษ เปิดตัวเจเนอเรชันแรกในปี 2018 โดยทำตลาดแทนที่ MG GS วันนี้ All-New MG HS 2025 ใหม่ ถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ โดยเน้นจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่ามากที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน
ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ MG นอกจากรูปลักษณ์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยวแล้ว ยังมีพื้นที่กว้างขวางขึ้น เทคโนโลยีขั้นสูง และขุมพลังพลักอินไฮบริด ที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 120 กม. ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
โดย MG HS รุ่นใหม่นี้ พัฒนาโฉมมาจาก Roewe RX5 ที่จำหน่ายในประเทศจีน ถูกนำมาออกแบบให้ความสปอร์ทสวยงามมากยิ่งขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดโลก
All-New MG HS ยาว 4,655 มม. (ยาวขึ้น 81 มม. เมื่อเทียบกับ MG HS รุ่นเดิม) กว้าง 1,890 มม. (กว้างขึ้น 14 มม.) สูง 1,634 มม. (ลดลง 30 มม.) ระยะฐานล้อ 2,765 มม. (เพิ่มขึ้น 45 มม.)
เมื่อเทียบกับคู่แข่งเจ้าตลาด All-New Honda CR-V ยาว 4,694 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,691 มม. ฐานล้อ 2,700 มม
มิติตัวถังของ Haval H6 ยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,724 มม. ความยาวฐานล้อ 2,738 มม. ส่วนมิติตัวถัง Toyota Corolla Cross 1.8 Hybrid ยาว 4,460 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,620 มม. ระยะฐานล้อ 2,640 มม.
รูปลักษณ์ภายนอก ถูกออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน ด้วยภาษาการออกแบบของ MG ยุคใหม่ ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับ All-New MG3 ที่กำลังเปิดตัวในไทยตอนนี้ ปรับสัดส่วนตัวถังใหม่ให้สมส่วนขึ้น ด้วยการลดระยะ Overhang ช่วงหน้าที่สั้นลงทำให้พื้นที่ส่วนห้องโดยสารกว้างกว่ารุ่นเดิม
เส้นสายตัวถังที่สูงขึ้น ทำให้มีสัดส่วนกระจกลดลง ไฟหน้าดีไซจ์นเรียวบาง กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟท้ายถูกออกแบบให้เป็นแนวยาวพาดเชื่อมทั้งสองข้าง ตามสมัยนิยมของรถรุ่นใหม่ๆ
ภายในห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้มีความเรียบง่ายทันสมัย จอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ต่อกัน โดยแบ่งเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สามารถปรับโหมดการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ
และจออินโฟเทนเมนท์ที่สามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทางที่สามารถแสดงข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ ในรุ่นทอปสุด มีกล้องมองภาพ 360 องศา และที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
MG HS เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9.4 วินาที ขับเคลื่อนล้อหน้า
MG HS PHEV ขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 142 แรงม้า ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.8 วินาที พร้อมแบทเตอรีขนาด 24.7 kWh สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนไกลสูงสุดถึง 120 กม.
ระบบจ่ายกระแสไฟ Vehicle-to-Load (V2L) เฉพาะรุ่น PHEV
All-New MG HS จะเริ่มส่งมอบรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ในสหราชอาณาจักรปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่รุ่น PHEV จะทยอยส่งมอบช่วงเดือนกันยายน มาพร้อม 5 สีตัวถัง ประกอบด้วย สีขาว White Pearl, สีดำ Black Pearl, สีเงิน Sterling Silver Metallic, สีเทา Hampstead Grey Metallic และ สีแดง Dynamic Red Tri-coat
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ MG Pilot package ระบบลดความเร็วโดยอัตโนมัติตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน, ระบบรักษารถยนต์ให้อยู่ในช่องจราจร พร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับ, ระบบเบรคขณะถอยออกจากมุมอับอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบยานพาหนะ, ระบบแจ้งเตือนรถที่วิ่งมาด้านหลัง ในขณะที่กำลังจะเปิดประตู
ราคา All-New MG HS ในสหราชอาณาจักร รุ่นเบนซินเทอร์โบ ราคาเริ่มต้น 24,995 ปอนด์ หรือ 1.14 ล้านบาท รุ่น Plug-in Hybrid ราคาเริ่มต้น 33,995 ปอนด์ หรือ 1.55ล้านบาท
สำหรับประเทศไทย คาดว่า All NEW MG HS Generation 2 จะเปิดตัวช่วงต้นปี 2025 หรืออาจจะมาเซอร์ไพรส์ในงาช่วง Motor Expo ปลายปีนี้