โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1O กองทุนหุ้น ETFs ตลาดเกิดใหม่ ผลตอบแทนเด่น

Wealth Me Up

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 15.45 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

“ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) คือ ประเทศที่มีเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังไม่ถึงขั้นพัฒนาเต็มที่ ประเทศในกลุ่มนี้มักมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกำลังซื้อของประชากรที่เพิ่มขึ้น เช่น จีน อินเดีย บราซิล และไทยก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

หากเปรียบเทียบแนวโน้มการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ปี 2567 ก็เหมือนต้นไม้ที่กำลังเติบโต บางช่วงก็โตเร็ว บางช่วงก็ชะลอตัว แต่โดยรวมแล้วมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ตลาดเกิดใหม่มีโอกาสสดใส โดยเฉพาะในแง่ของนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพราะมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยียุคใหม่ของโลก เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ประเทศต้นน้ำในสายการผลิตสินค้ากลุ่ม Semiconductor เป็นกลุ่มประเทศที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ขณะเดียวกันการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวก็เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น บราซิล และเม็กซิโก นอกจากนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ประเมินว่าตลาดเกิดใหม่จะได้รับปัจจัยหนุนจาก 3 ปัจจัย

  • แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์เริ่มกลับมาปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

  • แนวโน้มการลดลงของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก โดยธนาคารกลางยุโรปเริ่มลดดอกเบี้ยไปแล้วในเดือนมิถุนายน ปี 2567 ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) คาดว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในไตรมาส 4 และจะลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ กลับมาอ่อนค่า และลดแรงกดดันต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน โดยก่อนหน้านี้จีนได้ทยอยประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น มาตรการลดเงินดาวน์ ยกเลิกอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ และการให้วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน3 แสนล้านหยวนให้กับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อนำไปซื้อบ้านส่วนเกินในตลาด เพื่อพยุงราคาอสังหาริมทรัพย์ มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นต้นเหตุความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน

สำหรับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ พบว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2568–2569 เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ มีแนวโน้มจะเติบโตได้เฉลี่ยราว 4% ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะเติบโตราว 3%

กองทุนหุ้น ETFs ตลาดเกิดใหม่ประกอบด้วยหุ้นในตลาดเกิดใหม่ สามารถให้โอกาสการเติบโตที่น่าสนใจในระยะยาว หมายความว่า หากมีกรอบเวลาการลงทุนระยะยาว ย่อมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่มักมีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูง และหลายประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเคล็ดลับเบื้องต้นในการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ มีดังนี้

  • กระจายความเสี่ยง อย่าเอาไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ควรลงทุนในหลายๆ ประเทศ และหลายๆ อุตสาหกรรม
  • มองระยะยาว ตลาดเกิดใหม่อาจมีความผันผวนในระยะสั้น แต่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว
  • ติดตามข่าวสาร รู้เท่าทันสถานการณ์โลกและนโยบายของแต่ละประเทศ

นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนกองทุนหุ้น ETFs ตลาดเกิดใหม่ในแต่ละภูมิภาค เช่น เอเชีย ลาตินอเมริกา เลือกตามประเภทสินทรัพย์ เช่น ธุรกิจเทคโนโลยี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือกองทุนที่เน้นธุรกิจที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ หรือเน้นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทุนในตลาดเกิดใหม่จะให้โอกาสด้านผลตอบแทนที่ดี แต่ควรตระหนักถึงความเสี่ยงหลายประการ เช่น มีความผันผวนสูงกว่าตลาดที่พัฒนาแล้ว และยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราแลกเปลี่ยน และธรรมาภิบาล อีกทั้ง ค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุนหุ้นETFs ตลาดเกิดใหม่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...