โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ย้อนรอย เหตุคาร์บอมบ์หน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ

The Reporters

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 10.39 น.

ย้อนรอย เหตุคาร์บอมบ์หน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ คนร้ายขโมยรถยนต์ 1 คัน มาก่อเหตุ และจี้รถจักรยายนต์ 4 คันหลบหนี

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (30 ก.ย. 67) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่บริเวณมุมถนน 3 แยกหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ เหตุเกิดเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีว่าที่ร้อยตรีจิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอตากใบ น.ท.มานพ สืบสาย ผบ.ฉก.นย.ทร.ที่ 33 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คอยให้การต้อนรับ โยมีเจ้าหน้าที่ชุด อี.โฮ.ดี.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กำลังกระจายกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน

ว่าที่ร้อยตรีจิรัสย์ นายอำเภอตากใบ ได้รายงานเหตุที่เกิดขึ้น รวมไปถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดตามจับกุมคนร้าย ที่ในเบื้องต้นทราบว่าได้แอบหลบหนีไปซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้าน โดยระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้มต้มของประเทศเพื่อนบ้าน และจุดชนวนด้วยการตั้งเวลาด้วยวิทยุสื่อสาร และคนร้ายได้บรรจุน้ำมันเบนซิน 2 แกลลอนไว้ในรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวด้วย จนเกิดระเบิดขึ้นได้สร้างความเสียหายและทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จากน้ำมันเซื้อเพลิงเบนซินที่คนร้ายได้ซุกซ่อนไว้ในรถ

ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย คือ 1. พลทหารกันตยศ บินหลีมา อายุ 22 ปี สังกัด หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ 33 มีบาดแผลไฟไหม้ตามร่างกายเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ และถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแผ่นหลัง 2. พลทหาร อนุวัฒน์ เหมรา อายุ 22 ปี สังกัดเดียวกัน มีบาดแผลไฟไหม้เกิ 50 เปอร์เซ็นต์ตามร่างกาย และถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวามีแผลฉีกขาดบริเวณที่ขาข้างซ้าย ได้ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงนายหนึ่ง ได้รายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ให้นายสิทธิชัย รอง ผวจ.นราธิวาส ได้รับทราบถึงการย้อนรอยเส้นทางก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายว่า

ในช่วงเวลาประมาณ 21.40 น. คนร้าย 9 คน แต่งกายชุดสีดำเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารบุกขึ้นบ้าน น.ส.มาเรียม แล้วใช้อาวุธปืน เอ็ม.16 ขู่บังคับแล้วจับมัดเพื่อต้องการกุญแจรถยนต์เก๋ง เมื่อได้รถยนต์เก๋งเป็นที่เรียบร้อย 1 ใน 9 คนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งออกจากบ้าน น.ส.มาเรียม หายไปซึ่งคาดว่าคนร้ายได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปซุกซ่อนระเบิด และรถยนต์คันดังกล่าวมาโผล่อีกครั้งบนถนนสายบายพาสเลี่ยงเมือง โดยมีรถ จยย. 1 คัน คนร้าย 1 คน ขับนำหน้า มาออกถนนหน้าร้านเซเว่นอีลีฟเว่น สาขาตากใบ แล้วคนร้ายได้เลี้ยวขวาขับตรงไปทาง 4 แยกตากใบ เมื่อถึง 4 แยกตากใบคนร้ายได้เลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงไปเข้าถนนบำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นถนนไปมุ่งหน้าสู่บ้านพักของนายอำเภอ

เมื่อถึงบริเวณอาคารหอประชุมเอนกประสงค์ อ.ตากใบ คนร้ายที่ขี่รถ จยย.ได้จอดรอคนร้ายอีก 1 คน ที่ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมา และเมื่อถึงจุดที่เหมาะสมซึ่งเป็นถนนมีลักษณะเป็นเนินลาดชัน คนร้ายได้ออกจากรถยนต์เก๋งและได้วิ่งซ้อนท้าย รถ จยย.ที่เปิดจอดติดเครื่องไว้หลบหนีไป โดยปล่อยให้รถยนต์เก๋งที่แอบซุกซ่อนระเบิดมา ไหลไปตามสภาพถนนเมื่อถึงบริเวณหัวมุม 3 แยก ตรงข้ามหน้าบ้านพักนายอำเภอได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไหว หลังจากที่คนร้ายขับรถยนต์เก๋งออกมาจากรถได้เพียง 3 นาที

แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงสายที่ผ่านมาของวันที่ 30 ก.ย. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ใช้ช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายแต่งการชุดดำเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ใช้อาวุธปืนขู่บังคับจี้ รถ จยย.ของชาวบ้าน 4 คัน ในพื้นที่ ม.4 ต.เกาะสะท้อน แล้วคนร้ายได้ขับขี่และซ้อนท้ายกันหลบหนีไปท่ามกลางความมืด และในช่วงสายของวันเดียวกันนี้ พบว่า รถ จยย.องชาวบ้านทั้ง 4 คัน ได้จอดทิ้งไว้ที่บริเวณท่าเรือข้ามฟากในพื้นที่ ม.4 ต.เกาะสะท้อน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้ถูกขอสนับสนุนเข้าตรวจสอบรถ จยย.ทั้ง 4 คัน ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ เกรงคนร้ายจะแอบซุกซ่อนวัตถุระเบิด เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดพบรถ จยย.ดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...