โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อายลิ้งค์ลุยตลาดแว่นฟังก์ชั่น ผุดเฮาส์แบรนด์-เสริมทัพพอร์ตโฟลิโอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2567 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 00.44 น.
ประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล

อายลิ้งค์ วิชั่น กางแผนครึ่งหลังปี’67 รุกแว่นตาฟังก์ชันนอล-รับสังคมสูงวัย เน้นชูกลยุทธ์แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มาร์เก็ตติ้ง หวังสร้างการรับรู้ทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมคัดแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต-จับมือดีลเลอร์ร่วมทุนซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์แว่นตาดังจากยุโรปมาพัฒนาเป็นสินค้า House Brand คาดเปิดตัวภายใน 2-3 ปี สิ้นปีมองยังมีปัจจัยบวกกระตุ้นยอดโตตามเป้า

นายประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายแว่นตา อาทิ ไอซี!เบอร์ลิน (ic!berlin) ดิออร์ (Dior) จีวองชี่ (Givenchy) ซิลลูเอท (Silhouette) และเคนโซ่ (Kenzo) ฯลฯ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดขายปลีกแว่นตา ปี 2567 มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท เติบโตเพียงแค่ 1% ซึ่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่น้อยเมื่อเทียบกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูง และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานของ อายลิ้งค์ วิชั่น ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2567 ก็มีรายได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะสูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 200-300 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทแม่ของแบรนด์ดิออร์ลดจุดจำหน่ายของแบรนด์ดิออร์ลงประมาณ 50% หรือเหลือเพียงแค่ 60 จุด จากเดิมที่มีอยู่มากกว่า 100 จุด ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากทางบริษัทแม่ต้องการให้ร้านที่จำหน่ายสินค้าของแบรนด์ดิออร์ มีภาพลักษณ์ที่ตรงกับมาตรฐานที่ตั้งไว้ จึงทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า

ลุยตลาดแว่นฟังก์ชันนอล

สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังปี 2567 บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นทำตลาดแว่นตาในกลุ่มฟังก์ชันนอลเป็นหลัก โดยจะอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำตลาดที่มีมานานกว่า 20 ปี รวมทั้งการได้รับลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายแว่นตาฟังก์ชันนอลมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และครองส่วนแบ่งการตลาดแว่นตาฟังก์ชันนอลในประเทศไทยเกิน 90% ของตลาดรวม มาพัฒนาและสร้างการรับรู้แบรนด์ในพอร์ตฯให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

โดยเบื้องต้นจะยังคงใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มาร์เก็ตติ้งต่อเนื่อง เนื่องจากเชื่อว่าการใช้แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ยังได้ผลดีในการทำตลาด สร้างยอดขาย และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด สะท้อนจากผลลัพธ์ของการใช้หมาก-ปริญ สำหรับแบรนด์ไอซี!เบอร์ลิน และนาย-ณภัทร สำหรับแบรนด์ลาคอส

ดึงแบรนด์ใหม่เสริมทัพ

รวมถึงจะเน้นการโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งการเพิ่มสื่อโฆษณาในแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น การร่วมมือกับดีลเลอร์และตัวแทนจำหน่ายเพื่อปรับภาพลักษณ์ หรือจุดขายภายในร้าน เปลี่ยนตู้โชว์เพื่อให้มองเห็นสินค้าเด่นชัดขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจุดจำหน่ายประมาณ 300-400 จุด

ขณะเดียวกันเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์แว่นตา จะมุ่งคัดเลือกนำเข้าแบรนด์แว่นตาระดับพรีเมี่ยม, ลิมิเต็ดเอดิชั่น และการเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้มีความหลากหลายเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเปิดตัว 7 แบรนด์ใหม่เข้ามาเสริมทัพ ได้แก่ Max Mara, OFF-WHITE, Palm Angles, TAG Heuer, Thom Browne และ TOM FORD

ทำให้ปัจจุบัน อายลิ้งค์ วิชั่น มีแบรนด์แว่นตาระดับโลกอยู่ในพอร์ตโฟลิโอประมาณ 25 แบรนด์ แบ่งเป็นกลุ่มแฟชั่น 30% และกลุ่มฟังก์ชันนอล 70%

ซึ่งแบรนด์ที่เป็นเรือธงและทำยอดขายได้สูงสุดของบริษัทยังคงเป็นแบรนด์ไอซี!เบอร์ลิน โดยมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 40% ของยอดขายทั้งหมด

เร่งสร้าง House Brand

ขณะเดียวกันในปีหน้าบริษัทก็มีแผนที่จะทำสินค้ากลุ่ม House Brand ออกมาในรูปแบบแบรนด์แว่นตาฟังก์ชันนอล เพื่อสำรองกรณีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งในพอร์ตฯเปลี่ยนมือ หรือขายกิจการ ซึ่ง House Brand ก็จะเข้ามาเสริมได้

โดยเบื้องต้นจะเป็นการร่วมทุนกับดีลเลอร์ที่เป็นพาร์ตเนอร์กับทางบริษัท เข้าซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์แว่นตาดังจากยุโรปมาเป็นสินค้า House Brand ของตนเอง ซึ่งตอนนี้ได้ซื้อมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาแบรนด์ โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวอีก 2-3 ปีข้างหน้า

“การที่เรามุ่งเน้นในกลุ่มของฟังก์ชันนอลเป็นหลัก เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูง เพราะปัจจุบันตลาดฟังก์ชันนอลยังมีมูลค่าอยู่เพียง 1,500-2,000 ล้านบาท ของตลาดรวมขายปลีกแว่นตา ประกอบกับประเทศไทยเองก็มีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากร จนได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ จึงมองว่าจะทำให้ตลาดยังโตได้อีกมาก เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุเวลาเลือกซื้อสินค้าก็เริ่มมองหาอะไรที่ใส่สบาย และทนทาน ถึงแม้จะมีราคาที่สูงก็เลือกที่จะยอมจ่าย”

อย่างไรก็ตามจากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถครองส่วนแบ่งตลาดแว่นตาฟังก์ชันนอลได้เต็ม 100% ใน 3-5 ปี รวมถึงมองว่าหากนโยบายจากทางภาครัฐดำเนินการต่อในส่วนของเงินดิจิทัลวอลเลต ก็คาดว่าจะมาช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายมากขึ้น และทำให้ตลาดขายปลีกแว่นตาเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อายลิ้งค์ลุยตลาดแว่นฟังก์ชั่น ผุดเฮาส์แบรนด์-เสริมทัพพอร์ตโฟลิโอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...