สกู๊ปหน้า 1 : มหาดไทยตั้งปลัด แต่งตั้ง-โยก 28 บิ๊ก
สกู๊ปหน้า 1 : มหาดไทยตั้งปลัด แต่งตั้ง-โยก 28 บิ๊ก
การขยับเขยื้อนตำแหน่ง 28 บิ๊กข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ใช้วิธีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ก้าวขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ 40 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ต่อจาก ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่เกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้
ตามกระแสข่าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือจัดโผร่วมกับ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ก่อนจะลงตัวตำแหน่งปลัด สะกดชื่อเดียวกัน เป็น “สุทธิพงษ์” เพราะเมื่อจัดลำดับอาวุโส จะเป็นเบอร์ 1 ของข้าราชการระดับ 10 ในกระทรวงมหาดไทย ที่ปัจจุบันอายุ 57 ปี เหลืออายุราชการให้เติบใหญ่ได้อีก 3 ปี
“สุทธิพงษ์” หรือ “อธิบดีเก่ง” นั่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหนุ่มครั้งแรกตั้งแต่อายุ 46 ปี ที่ จ.นครนายก ในปี 2553 ก่อนไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยในปี 2555 ถัดมาปีรุ่งขึ้น 2556 เป็นผู้ว่าฯสระบุรี ชีพจรลงเท้าอีกครั้ง ไปเป็นผู้ว่าฯชัยนาท ในปี 2557
กระทั่งปี 2558 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และถูกย้ายไปนั่งอธิบดีกรมใหญ่ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในปี 2560 ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้มาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตั้งแต่ปี 2562
ขณะที่เก้าอี้อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนที่ว่างลง หลังอธิบดีเก่ง สายเลือดสิงห์ดำ รุ่นที่ 36 รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลุกออกไป ตกเป็นของรุ่นน้องสิงห์ดำ รุ่นที่ 37 สมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
ส่วนตำแหน่งรองปลัดของสมคิดก็ยกให้ ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯปทุมธานี สายสิงห์ดำ อายุ 55 ปี ผลงานของ “ผู้ว่าฯติ๊ก” ถูกวางไว้บนหิ้งของชาวบ้าน เป็นข่าวให้ปลื้มกันในโลกออนไลน์สมัยเป็นพ่อเมืองเลย ไลฟ์สไตล์ง่ายๆ ปั่นสองล้อไปทำงาน ซื้อกับข้าวกินในตลาด แถมยังควักเงินส่วนตัวให้หลงจู๊โรงรับจำนำ ช่วยไถ่ถอนเครื่องใช้ทำมาหากินคืนชาวบ้านไปซะ ทั้งหม้อหุงข้าว สว่านไฟฟ้า เครื่องมือเกษตร และยังให้หลงจู๊ปิดด้วยว่าใครจ่ายให้ โดยเป็นธุระช่วยโทรตามให้มารับคืนพร้อมกับแถมไข่ไก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง ติดไม้ติดมือด้วย
เมื่อมาอยู่ที่ปทุมธานียังปฏิบัติตัวเรียบง่าย ล่าสุด สละเงินเดือน 3 เดือน ช่วยประชาชนในยามโรคโควิดระบาดอย่างหนัก
ส่วนสายสิงห์ดำที่มีการโยกย้าย ยังประกอบด้วย ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯนครพนม เป็นผู้ว่าฯชัยภูมิ, ภูสิต สมจิตต์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าฯร้อยเอ็ด, พุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯกระบี่ และ ชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เป็นผู้ว่าฯนครสวรรค์
ข้ามมาที่ “สิงห์แดง” สายคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ลือลั่น วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯชัยภูมิ ต้องขับรถเลี้ยวข้ามจังหวัดกลับมาเป็นผู้ว่าฯนครราชสีมา อีกครั้ง ภายหลัง กอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯที่เคยอยู่ชัยภูมิและย้ายมานครราชสีมาในปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการกันยายนนี้
ช่วงที่ “วิเชียร” ย้ายไปชัยภูมิ ล่าสุด เมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ชาวโคราชออกมาปกป้อง เพราะมองว่าถูกการเมืองเล่นงานหลังจากไปสั่งปิดโรงงานน้ำตาลใหญ่แห่งหนึ่งใน อ.พิมาย ฐานปล่อยมลพิษ
แต่กระทรวงคลองหลอดชี้แจงว่า เนื่องจาก “วิเชียร” นั่งในตำแหน่งผู้ว่าฯนครราชสีมา ครบ 6 ปี โดย 4 ปีแรกทำงานจนครบวาระ ส่วนปีที่ 5 และ 6 ต่ออายุราชการ ครั้งละ 1 ปี ครบวาระตามกฎหมายที่ให้แค่ 2 ครั้ง ดังนั้น ต้องโยกกลับไป จ.ชัยภูมิ ก่อน แล้วจะกลับมาที่โคราชในรอบหน้า ซึ่งก็มีมติ ครม.ให้กลับมาอีกครั้งจริงๆ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ส่วนสายสิงห์แดงที่ถูกโยกย้าย ประกอบด้วย รังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าฯพิจิตร เป็นผู้ว่าฯชัยนาท, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯสกลนคร เป็นผู้ว่าฯหนองคาย ภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯเชียงราย ชาธิป รุจนเสรี
ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯนครพนม และนางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ นักปกครองผู้หญิงคนเดียวในรอบนี้ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯสกลนคร
ในสาย “สิงห์ทอง” คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชื่อของ ประจญ ปรัชญ์สกุล ถูกแต้มไฮไลต์อีกครั้ง ย้ายจากเก้าอี้ผู้ว่าฯเชียงราย มาเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ จัดเป็นขวัญใจผู้ใต้บังคับบัญชาอีกคน ก่อนหน้านี้เป็นผู้ว่าฯพะเยา โดนโยกสลับมาเป็นผู้ว่าฯเชียงราย แทนผู้ว่าฯหมูป่า ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในเวลานั้น ให้มานั่งเป็นผู้ว่าฯพะเยา
สำหรับสายสิงห์ทองที่โยกย้ายในครั้งนี้ ประกอบด้วย ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง, ชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าฯสิงห์บุรี เป็นผู้ว่าฯตราด, นิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าฯน่าน เป็นผู้ว่าฯปัตตานี, วีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าฯมุกดาหาร เป็นผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา, เฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯมุกดาหาร, สิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ว่าลำปาง, ปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯสระแก้ว, ชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯสิงห์บุรี
ขณะที่ชาวปทุมธานีถึงกับเฮ หลังเห็นชื่อของ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯหมูป่า ต้องเดินทางไกลจากลำปางมาคุมพื้นที่ที่ขณะนี้ถูกทาเป็นสีแดงเข้ม โรคโควิดระบาดหนักสุดเหวี่ยง ก่อนหน้าคนปทุมฯเพิ่งเสียดาย โบกมืออำลาผู้ว่าฯชัยวัฒน์ ต้องไปนั่งตำแหน่งใหญ่ขึ้นในกระทรวงมหาดไทย
ส่วนบุคคลอื่นๆ ที่โยกย้ายในวาระเดียวกัน ภิรมย์ นิลทยา ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯยะลา, เจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าฯนราธิวาส เป็นผู้ว่าฯสงขลา, ไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯพิจิตร, เสถียร เจริญเหรียญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ และพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าฯตาก ไปเป็นผู้ว่าฯอุบลราชธานี
ที่ประชุม ครม.ยังมติเห็นชอบต่ออายุราชการให้ผู้ว่าฯ 5 จังหวัดอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 คือ ภัคธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯลพบุรี, จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯกาญจนบุรี, สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น, กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าฯพัทลุง และวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี
ส่วนคิวบัญชีรายชื่อถัดไปของกระทรวงมหาดไทยหลังจากนี้ จะเป็นข้าราชการระดับ 9 หรือ “ท่านรอง” ประกอบด้วย รองอธิบดี และรองผู้ว่าราชการจังหวัด จะไต่ขึ้นเป็นระดับ 10 แทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ โปรดติดตามกันต่อไป