โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

U กำลังทรานฟอร์มธุรกิจ ไปสู่ financial investments

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 20.29 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2564 เวลา 08.41 น. • This’s Alano

บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS โดย U เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจรของกลุ่ม BTS แต่ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ U กำลังจะทรานฟอร์มไปสู่ธุรกิจใหม่ เนื่องจากมองไม่เห็นอนาคตของธุรกิจอสังหาฯ เสียแล้ว
ทั้งนี้ U มีแผนขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญในบริษัท แอ๊บโซลูท โฮเต็ลเซอร์วิส จำกัด (“AHS”) 1,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 40%ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดใน AHS และบริษัท Absolute Hotel Services Hong KongLimited (“AHSHK”) 680,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.81%ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดใน AHSHK ในราคาขายรวม 6,000,000 ยูโร (หรือประมาณ 233,580,000 บาท) คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่31 ตุลาคม 2564
รวมทั้งยังได้ขยายการลงทุนไปยังกลุ่มบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART และ SINGER ซึ่งดีลนี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 4/64 เพื่อขยายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สะท้อนจากมุมมองนายกวิน กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม BTS กล่าวว่า Uหลังจากนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม น่าจะไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ถือหุ้น U อีกต่อไป โดยมองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม ภายใน 3-5ปีนับจากนี้ไม่น่าจะมีกำไร และไม่น่าจะมีอนาคต เนื่องจาก โควิด-19 ทำให้ทั้งยุโรป และประเทศไทยได้รับผลกระทบ ทำให้มีผลขาดทุนตลอด จึงมีแผนขายโรงแรมในยุโรปทั้งหมด จาก 3-4 ปีที่ผ่านมาได้ไปซื้อเข้ามาค่อนข้างสูง มีโรงแรมทั้งหมด 7-8 พันห้อง ซึ่งหากขายทั้งหมดจะได้รับเงินเข้ามาหลายพันล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้มาไปลงทุนใน financial service และ investmentsจึงเกิดดีลเข้าลงทุนในกลุ่ม JMART โดยปัจจุบันสภาพคล่องของ U ค่อนข้างดี เนื่องจากปีก่อนได้มีการเพิ่มทุนเข้ามา ได้รับเงินเข้ามาราว 1.6 หมื่นล้านบาท และหลังจากขายโรงแรมก็ได้รับเงินอีกหลายพันล้านบาทเข้ามาอีกด้วย จึงทำให้สภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
อย่างไรก็ตาม Uยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกจำนวนมาก ที่มีโอกาสในการขาย ซึ่งถ้าหากขายเสร็จแล้ว จะเปลี่ยนมุมมองของ U ไปอีกมุมมองหนึ่งเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามการขายอสังหาริมทรัพย์ต้องรอจังหวะที่มีราคาที่ดี โดยเชื่อว่าอีก 2-3 ปี จะมีเงินอีกหลายหมื่นล้านบาทเข้ามาใน U เพิ่มเติม ดังนั้นเมื่อ U ไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว อาจจะมีการเปลี่ยนชื่อของ U ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น U เข้ามาเสนอชื่อใหม่อีกด้วย
“ เราจะเปลี่ยน Uไปสู่ financial service และ investmentsโดยจะทยอยขายอสังหาฯ ออกไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ได้ใช้เงินไปราว 35% ของทุน U โดยอีก 65% ที่รอจังหวะในการลงทุนธุรกิจอื่นๆเพิ่มเติม โดยหาพาร์ทเนอร์ใหม่เพื่อลงทุนด้วยกัน ซึ่งจะพยายามเอา U มาเป็น financial investments และมองว่า U น่าจะเติบโตได้ดีในปี 65” นายกวิน กล่าว
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ซื้อเก็งกำไร โดยคาดว่าการที่บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ที่มีโอกาสจะพลิกกลับมามีกำไรได้จะเป็นที่สนใจของตลาด และจากมูลค่าบัญชีต่อหุ้นที่ไตรมาส 2/64 คือ 1.24 บาท เมื่อคำนวณด้วยระดับ P/BV ที่ 1.0 เท่า จะได้ราคาพื้นฐานที่1.24 บาท
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า U เป็นบริษัทที่มีจำนวนหุ้นสูงมากคือ 31,819 ล้านหุ้น ดังนั้นแม้จะมีกำไรแต่ P/E ก็จะยังสูงอยู่มาก ส่วนการไม่ติด Cash Balance สัปดาห์นี้ถือเป็น Sentiment ด้านบวก ทางด้านผลการดำเนินงานครึ่งแรก 64 เป็นขาดทุนสุทธิ 449 ล้านบาท ลดลงเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุน -2.0 พันล้านบาท แต่ในแง่กำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) เป็นบวก 332 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ -729 ล้านบาท ถือว่าฟื้นตัวดีขึ้น
โดย U เพิ่มทุนสำเร็จ พลิกชีวิตเป็นบวก ที่ผ่านมาบริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนเป็นแบบบุริมสิทธิ์ ได้เงินทุนเข้ามามากถึง 15.7พันล้านบาท เป้าหมายการใช้เงินลงทุนคือ จ่ายคืนเงินกู้ 10.2 พันล้านบาท ใช้ลงทุนโครงการ 1.2 พันล้านบาท และใช้สนับสนุนการดำเนินงานในปัจจุบัน 4.3 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/64 มีหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยจ่าย (Bearing Debt) ที่ 15.3 พันล้านบาท หลังคืนเงินกู้จะเหลือเพียง 5.1 พันล้านบาท ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง
มีสัญญาจะขายหุ้นโรงแรมบางส่วนที่มีผลขาดทุนออกไป แบ่งเป็นการขายหุ้นของบริษัทร่วมที่มูลค่า 6 ล้านยูโร หรือราว 234 ล้านบาท ได้แก่หุ้นบริษัท แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส (AHS) และ แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส ฮ่องกง ลิมิเต็ด (AHSHK) รวมทั้งลงนามข้อกำหนดและเงื่อนไขในการขายหุ้นบางส่วนในกลุ่มเวียนนา เฮ้าส์ มูลค่า 136.5 ล้านยูโร หรือราว 5,367 ล้านบาท ซึ่งดีลนี้ยังต้องรอยืนยันผลสำเร็จอีกครั้ง

วางเป้าปี 65 มีกำไร

ลดธุรกิจโรงแรมเข้าสู่ธุรกิจการเงิน ล่าสุดได้รุกเข้าซื้อหุ้น JMART 9.9% จะได้เงินปันผลรับ และซื้อหุ้น SINGER 24.9% ก็จะได้กำไรตามส่วนได้เสียเข้ามา ซึ่งปัจจุบันทั้งสองบริษัทต่างมีผลกำไรที่ดี และมีการเติบโตที่สดใส รวมทั้งซื้อหุ้นบริษัทประกันชีวิตคือ แอดวานซ์ ไลฟท์ ประกันชีวิต
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าว่าปีหน้าจะมีผลกำไรสุทธิ เนื่องมาจากบริษัทเล็งเห็นว่าการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ยาวนานเกินไป ควรลดธุรกิจโรงแรม ส่วนธุรกิจการเงินมีข้อดีคือ ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ผลตอบแทนสูง แล้ว U จะมีบทบาทเป็นธุรกิจการเงิน ในกลุ่มของ BTS Group (BTSG) ต่อไป
คาดว่าจะต้องกู้เงินเพิ่มบางส่วน สำหรับค่าหุ้น JMART และ SINGER เป็น 4,130 และ 7,155 ล้านบาท ตามลำดับและในส่วนของแอดวานซ์ ไลฟท์ ประกันชีวิต รวมเป็น 2,223 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1) หุ้นสามัญ 1.5 พันล้านบาท 2) หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ 103 ล้านบาท และ 3) หุ้นเพิ่มทุน 620 ล้านบาท รวมเป็นการใช้เงินทุนทั้งหมดราว 13.5 พันล้านบาท หากนำเงินเพิ่มทุนรวมกับการขายหุ้นโรงแรมจะได้เงินราว 6.8 พันล้านบาท ดังนั้นจึงคาดว่าจะต้องกู้เงินเพิ่มที่ราว 6.7 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนครั้งนี้
ธุรกิจที่ยังดำเนินการในปัจจุบัน สำหรับธุรกิจโรงแรมจะยังเหลือ โรงแรม Diplomat ประเทศ Prague, Andel’s Lodzประเทศ Poland และโรงแรมในไทย ส่วนธุรกิจคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุนกับ SIRI และ Noble ยังดำเนินต่อไป สำหรับโครงการในอนาคตที่ดำเนินการอยู่คือ 1) โรงแรมที่ร้อยชักสาม ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2568 และ 2)โครงการอาคารสำนักงานให้เช่า The Unicorn พญาไท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...