โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลพิพากษา ลงโทษ โจ๋แก๊งงานบวชวัดสิงห์ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 11-19 ปี พร้อมสั่งชดใช้ค่าสินไหม

สวพ.FM91

อัพเดต 30 ก.ย 2562 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2562 เวลา 10.17 น.

วันที่ 30 กันยายน 2562 ศาลอาญาธนบุรี เผยแพร่เอกสาร สรุปคดีหมายเลขดำที่ อ 399/2562 โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ คดีนี้ โจทก์ว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 14.30 น. ขณะที่มีการสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ จำเลย ทั้ง 22 คน ร่วมกันกระทำความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย รวม 15 คน ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของผู้เสียหาย 2 ราย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด และจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร
 
จำเลย ให้การรับสารภาพตามฟ้อง 2 คน ที่เหลือให้การรับว่า เข้าไปในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ บางคนปฎิเสธว่า มิได้ร่วมกับจำเลยคนอื่น บางคนปฎิเสธว่า มิได้ใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งหมดปฎิเสธข้อหามั่วสุมเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง แต่ละคนรับสารภาพบางข้อหาแตกต่างกัน จำเลยทุกคน ยกเว้น จำเลยที่ 16 รับว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด แต่ระหว่างสืบพยาน จำเลยรับสารภาพตามฟ้องเพิ่มอีก 4 คน รวมรับสารภาพตามฟ้อง 6 คน และผู้เสียหายรวม 4 ราย ยื่นคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแน
 
ศาลสืบพยานโจทก์รวม 33 ปาก สืบพยานจำเลย รวม 18 ปาก และสืบพยานผู้ร้อง 4 ปาก แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงสรุปความว่า จำเลย 6 คน ที่ให้การรับสารภาพ มีความผิดตามฟ้อง จำเลย ที่ไม่มีพยานโจทก์เบิกความถึง 6 คน ทั้งไม่ได้ข้อเท็จจริงว่า ร่วมกับ จำเลย คนอื่นในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ปรากฎว่า ถูกชี้ตัวจากผู้เสียหายคนใด คงมีเพียงภาพจากกล้องวีดีโอวงจรปิด ว่า เข้าไปภายในโรงเรียน จึงฟังไม่ได้ว่า กระทำความผิดในข้อหาอื่น ยกเว้น ข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดที่ให้การรับสารภาพเท่านั้น คงเหลือ จำเลย อีก 10 คน ซึ่งมีพยายโจทก์ เบิกความยืนยันในชั้นศาล สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวน บันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหา และบันทึกการชี้ตัวของพยาน ซึ่งได้กระทำในทันทีทันใดหลังเกิดเหตุ จึงน่าเชื่อถือ รับฟังได้ว่า จำเลย บางคนทำร้ายร่างกาย บางคนทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน บางคนไล่ครูคุมสอบ และนักเรียนออกจากห้องสอบ
 
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลย ที่รับสารภาพ 6 คน และที่ฟังได้ความดังกล่าว อีก 10 คน รวม 16 คน ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ตั้งแต่ ทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ขึ้นไปบนอาคาร 3 ขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนให้ออกจากสอบ ทำร้ายครูคุมสอบและนักเรียน รวมถึงทำลายทรัพย์สินขอโรงเรียน และผู้เสียหายอันเป็นการกระทำเพื่อไปสู่เจตนาร่วมกันของ จำเลย ทั้งหมด คือ การก่อความวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียนเพื่อขัดขวางการสอบ เพื่อตอบโต้ที่ จำเลย ทั้ง 16 คนไม่สามารถใช้เครื่องเสียงในงานบวชได้ เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้ว จำเลย ทั้ง 16 คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้เคียงกัน ต่างกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้เคียงกัน จึงฟังได้ว่า จำเลย ทั้ง 16 คน เป็นตัวการร่วมกัน ดังนี้
 
เมื่อตัวการคนใดคนหนึ่ง ไปกระทำความผิด ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย โดยถือเอา การกระทำและเจตนาของตัวการผู้กระทำความผิดนั้นเป็นของตน ในส่วนฐานความผิดนั้น เห็นว่า การร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ก็เพื่อเข้าไปมั่วสุมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในโรงเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง โดยใช้วิธีขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนในห้องออกจากห้องสอบอันเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นๆ ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เมื่อครูคุมสอบหรือนักเรียนขัดขืน จำเลย บางคนจึงทำร้ายครู ผู้คุมสอบหรือนักเรียนนั้นๆ หรือทำลายทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหาย นับว่า เป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนั้นหาใช่เจตนาแต่เดิมตั้งแต่ต้น จึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกัน เมื่อ จำเลย แต่ละคนลงมือกรำความผิดภายในเจตนาร่วมกันนี้ ตัวการร่วมกระทำความผิดคนอื่นจึงต้องรับผลของการกระทำความผิดเสมือนเป็นเจตนาและการกระทำของตนด้วย
 
สรุปรวม ผู้เสียหาย 17 ราย คือ โรงเรียน 1 ราย และผู้เสียหายอื่น 16 ราย ในส่วนผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายขณะบุกรุกซึ่งเป็นกรรมเดียวกับ ข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยกำลังประทุษร้าย 2 ราย ถูกทำร้ายภายในโรงเรียน 13 ราย แต่มีผู้เสียหาย 2 ราย ขณะถูกทำร้ายทรัพย์สินได้รับคามเสียหาย เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกระทงหนึ่งซึ่งมีโทษหนักกว่า จึงให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ และมีผู้เสียหาย 1 ราย ถูกผลักหน้าอก ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย และถูกกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล 1 ราย
 
ศาล พิพากษา ลงโทษ จำเลย ทั้ง 16 คน ฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย 1 กรรม ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย 10 กรรม ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย 1 กรรม ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ 4 กรรม และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด 1 กรรม เมื่อเพิ่มโทษ จำเลย ที่มีประวัติการกระทำความผิด และลดโทษที่ให้การรับสารภาพในแต่ละข้อหาแยกันไปแล้ว จำเลย แต่ละคนได้รับโทษ จำคุก ดังนี้
 
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 18 จำคุก คนละ 15 ปี 11 เดือน, จำเลยที่ 2 จำคุก 17 ปี 5 เดือน, จำเลยที่ 3 จำคุก 13 ปี 2 เดือน 15 วัน, จำเลยที่ 4, 10, 12 แฃะ 15 จำคุก คนละ 18 ปี 11 เดือน, จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 9 จำคุก คนละ 13 ปี 7 เดือน 10 วัน, จำเลยที่ 11 จำคุก 13 ปี 10 เดือน 15 วัน, จำเลยที่ 13 จำคุก 11 ปี 10 เดือน 15 วัน
 
จำเลยที่ 14 จำคุก 13 ปี 6 เดือน 20 วัน, จำเลยที่ 17 จำคุก 19 ปี 3 เดือน, จำเลยที่ 19 จำคุก 14 ปี 10 เดือน 22 วัน, จำเลยที่ 20 จำคุก 16 ปี 4 เดือน 22 วัน, จำเลยที่ 5, 6, 8, 21 และ จำเลยที่ 22 จำคุก คนละ 2 เดือน ปละปรับคนละ 2,500 บาท โทษจำคุก รอการลงโทษไว้ 2 ปี
 
ให้จำเลยที่ 1-4 จำเลยที่ 4, 9, 15, 17-20 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 1 (โรงเรียน) จำนวน 35,400 บาท, ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย ที่ 16 จำนวน 56,142.50 บาท ให้จำเลยที่ 1-4, 7, 10 และจำเลยที่ 12 ร่วมกัน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เส่ยหายที่ 10 จำนวน 35,737 บาท และให้จำเลยที่ 15 และ 17 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก้ผู้เสียหายที่ 12 จำนวน 55,352.50 บาท ยกฟ้อง โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 16 ข้อหาอื่นนอกเหนือจากนี้ให้ยก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...