ศาลพิพากษา ลงโทษ โจ๋แก๊งงานบวชวัดสิงห์ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 11-19 ปี พร้อมสั่งชดใช้ค่าสินไหม
วันที่ 30 กันยายน 2562 ศาลอาญาธนบุรี เผยแพร่เอกสาร สรุปคดีหมายเลขดำที่ อ 399/2562 โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ คดีนี้ โจทก์ว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 14.30 น. ขณะที่มีการสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ จำเลย ทั้ง 22 คน ร่วมกันกระทำความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย รวม 15 คน ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของผู้เสียหาย 2 ราย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด และจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร
จำเลย ให้การรับสารภาพตามฟ้อง 2 คน ที่เหลือให้การรับว่า เข้าไปในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ บางคนปฎิเสธว่า มิได้ร่วมกับจำเลยคนอื่น บางคนปฎิเสธว่า มิได้ใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งหมดปฎิเสธข้อหามั่วสุมเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง แต่ละคนรับสารภาพบางข้อหาแตกต่างกัน จำเลยทุกคน ยกเว้น จำเลยที่ 16 รับว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด แต่ระหว่างสืบพยาน จำเลยรับสารภาพตามฟ้องเพิ่มอีก 4 คน รวมรับสารภาพตามฟ้อง 6 คน และผู้เสียหายรวม 4 ราย ยื่นคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแน
ศาลสืบพยานโจทก์รวม 33 ปาก สืบพยานจำเลย รวม 18 ปาก และสืบพยานผู้ร้อง 4 ปาก แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงสรุปความว่า จำเลย 6 คน ที่ให้การรับสารภาพ มีความผิดตามฟ้อง จำเลย ที่ไม่มีพยานโจทก์เบิกความถึง 6 คน ทั้งไม่ได้ข้อเท็จจริงว่า ร่วมกับ จำเลย คนอื่นในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ปรากฎว่า ถูกชี้ตัวจากผู้เสียหายคนใด คงมีเพียงภาพจากกล้องวีดีโอวงจรปิด ว่า เข้าไปภายในโรงเรียน จึงฟังไม่ได้ว่า กระทำความผิดในข้อหาอื่น ยกเว้น ข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดที่ให้การรับสารภาพเท่านั้น คงเหลือ จำเลย อีก 10 คน ซึ่งมีพยายโจทก์ เบิกความยืนยันในชั้นศาล สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวน บันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหา และบันทึกการชี้ตัวของพยาน ซึ่งได้กระทำในทันทีทันใดหลังเกิดเหตุ จึงน่าเชื่อถือ รับฟังได้ว่า จำเลย บางคนทำร้ายร่างกาย บางคนทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน บางคนไล่ครูคุมสอบ และนักเรียนออกจากห้องสอบ
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลย ที่รับสารภาพ 6 คน และที่ฟังได้ความดังกล่าว อีก 10 คน รวม 16 คน ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ตั้งแต่ ทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ขึ้นไปบนอาคาร 3 ขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนให้ออกจากสอบ ทำร้ายครูคุมสอบและนักเรียน รวมถึงทำลายทรัพย์สินขอโรงเรียน และผู้เสียหายอันเป็นการกระทำเพื่อไปสู่เจตนาร่วมกันของ จำเลย ทั้งหมด คือ การก่อความวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียนเพื่อขัดขวางการสอบ เพื่อตอบโต้ที่ จำเลย ทั้ง 16 คนไม่สามารถใช้เครื่องเสียงในงานบวชได้ เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้ว จำเลย ทั้ง 16 คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้เคียงกัน ต่างกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้เคียงกัน จึงฟังได้ว่า จำเลย ทั้ง 16 คน เป็นตัวการร่วมกัน ดังนี้
เมื่อตัวการคนใดคนหนึ่ง ไปกระทำความผิด ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย โดยถือเอา การกระทำและเจตนาของตัวการผู้กระทำความผิดนั้นเป็นของตน ในส่วนฐานความผิดนั้น เห็นว่า การร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ก็เพื่อเข้าไปมั่วสุมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในโรงเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง โดยใช้วิธีขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนในห้องออกจากห้องสอบอันเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นๆ ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เมื่อครูคุมสอบหรือนักเรียนขัดขืน จำเลย บางคนจึงทำร้ายครู ผู้คุมสอบหรือนักเรียนนั้นๆ หรือทำลายทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหาย นับว่า เป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนั้นหาใช่เจตนาแต่เดิมตั้งแต่ต้น จึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกัน เมื่อ จำเลย แต่ละคนลงมือกรำความผิดภายในเจตนาร่วมกันนี้ ตัวการร่วมกระทำความผิดคนอื่นจึงต้องรับผลของการกระทำความผิดเสมือนเป็นเจตนาและการกระทำของตนด้วย
สรุปรวม ผู้เสียหาย 17 ราย คือ โรงเรียน 1 ราย และผู้เสียหายอื่น 16 ราย ในส่วนผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายขณะบุกรุกซึ่งเป็นกรรมเดียวกับ ข้อหาร่วมกันบุกรุกโดยกำลังประทุษร้าย 2 ราย ถูกทำร้ายภายในโรงเรียน 13 ราย แต่มีผู้เสียหาย 2 ราย ขณะถูกทำร้ายทรัพย์สินได้รับคามเสียหาย เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกระทงหนึ่งซึ่งมีโทษหนักกว่า จึงให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ และมีผู้เสียหาย 1 ราย ถูกผลักหน้าอก ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย และถูกกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล 1 ราย
ศาล พิพากษา ลงโทษ จำเลย ทั้ง 16 คน ฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย 1 กรรม ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย 10 กรรม ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย 1 กรรม ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ 4 กรรม และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด 1 กรรม เมื่อเพิ่มโทษ จำเลย ที่มีประวัติการกระทำความผิด และลดโทษที่ให้การรับสารภาพในแต่ละข้อหาแยกันไปแล้ว จำเลย แต่ละคนได้รับโทษ จำคุก ดังนี้
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 18 จำคุก คนละ 15 ปี 11 เดือน, จำเลยที่ 2 จำคุก 17 ปี 5 เดือน, จำเลยที่ 3 จำคุก 13 ปี 2 เดือน 15 วัน, จำเลยที่ 4, 10, 12 แฃะ 15 จำคุก คนละ 18 ปี 11 เดือน, จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 9 จำคุก คนละ 13 ปี 7 เดือน 10 วัน, จำเลยที่ 11 จำคุก 13 ปี 10 เดือน 15 วัน, จำเลยที่ 13 จำคุก 11 ปี 10 เดือน 15 วัน
จำเลยที่ 14 จำคุก 13 ปี 6 เดือน 20 วัน, จำเลยที่ 17 จำคุก 19 ปี 3 เดือน, จำเลยที่ 19 จำคุก 14 ปี 10 เดือน 22 วัน, จำเลยที่ 20 จำคุก 16 ปี 4 เดือน 22 วัน, จำเลยที่ 5, 6, 8, 21 และ จำเลยที่ 22 จำคุก คนละ 2 เดือน ปละปรับคนละ 2,500 บาท โทษจำคุก รอการลงโทษไว้ 2 ปี
ให้จำเลยที่ 1-4 จำเลยที่ 4, 9, 15, 17-20 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 1 (โรงเรียน) จำนวน 35,400 บาท, ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย ที่ 16 จำนวน 56,142.50 บาท ให้จำเลยที่ 1-4, 7, 10 และจำเลยที่ 12 ร่วมกัน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เส่ยหายที่ 10 จำนวน 35,737 บาท และให้จำเลยที่ 15 และ 17 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก้ผู้เสียหายที่ 12 จำนวน 55,352.50 บาท ยกฟ้อง โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 16 ข้อหาอื่นนอกเหนือจากนี้ให้ยก