ยาสูบเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตเป็น65,000ล.มวลต่อปี
นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย ทำให้โรงงานยาสูบเปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคล โดยมีชื่อเรียกใหม่คือ การยาสูบแห่งประเทศไทย จะทำให้โรงงานยาสูบสามารถดำเนินกิจการและทำธุรกิจอื่นๆได้มากขึ้น ได้แก่ การผลิตยาสูบเพื่อส่งออกและการรับจ้างผลิตยาสูบเพื่อส่งออกไปขายยังต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนสถานะของโรงงานยาสูบในครั้งนี้ ถือเป็นผลดี เพราะหลังจากราคายาสูบแพงขึ้น จากการออก พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ส่งผลให้ผู้บริโภคลดลง โรงงานยาสูบจึงต้องลดกำลังการผลิตลงจาก 32,000 ล้านมวล ในปี 2560 เหลือ 18,000 ล้านมวลในปีนี้
ทั้งนี้ หากร่างพระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ในช่วงเดือน พ.ค. นี้ โรงงานยาสูบจะเร่งเจรจาการค้ากับต่างประเทศโดยตั้งเป้าผลิตยาสูบเต็มอัตรากำลังการผลิตที่ 65,000 ล้านมวลต่อปี
สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ นอกจากการส่งออกยาสูบแล้ว โรงงานยาสูบยังเตรียมกู้เงิน เพื่อนำมาใช้ในงบการลงทุนเครื่องจักรและโรงงานแห่งใหม่ ขณะที่ ในปี 2560 ที่ผ่านมาโรงงานยาสูบมีกำไรประมาณ 9,344 ล้านบาท