วิธีแก้ปัญหาเมื่อเทคโนโลยีสแกนใบหน้า (Face Unlock) เกิดทำงานไม่ได้หรือผิดปกติ
ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นอย่างระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในปัจจุบันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังมาแรง ก็คือ เทคโนโลยีปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า (Face Unlock) ที่เริ่มมีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา จากรุ่น Samsung Galaxy Note 8, iPhone X, Vivo V7+ รวมไปถึง Huawei Honor 9 Lite ที่พร้อมรองรับหลังการอัปเดตซอร์ฟแวร์ในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวถือว่ายังไม่มีความเสถียรและความปลอดภัยมากนัก หากเทียบกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เพราะต่างก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ว่าระบบสแกนใบหน้ามีปัญหาในด้านการใช้งานในที่มืดไม่ได้ หรือใช้เวลาในการปลดล็อคนานกว่าที่ควรจะเป็น ในวันนี้ เราจึงมาบอกเคล็ดลับเล็กๆ หรือวิธีแก้ไขเมื่อการสแกนใบหน้าไม่สามารถใช้ได้ในสมาร์ทโฟน (ของแอนดรอยด์)
วิธีการแก้ไขเบื้องต้น
กล้องหน้าที่ใช้งานสำหรับการสแกนใบหน้านั้นต้องไม่ถูกสิ่งของบดบัง ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันรอย, กระจกกันกระแทก หรือฝุ่นเมื่อทำการสแกนใบหน้า ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรมาบดบังใบหน้าของเรา (ตา, จมูก และปาก)แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะรองรับการใช้งานในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะใส่แว่นหรือในสภาพแสงน้อย แต่สำหรับแว่นกันแดดที่บดบังแสงและป้องกันใบหน้า อาจทำให้ระบบไม่ทำงานได้เช่นกันหากอยู่ที่แสงจ้า ตัวกล้องของสมาร์ทโฟนต้องไม่อยู่ในมุมย้อนแสงให้สังเกตระยะความใกล้/ไกลของการใช้งานเมื่อต้องการปลดล็อคว่าอยู่ในระยะห่างที่พอดีหรือไม่ โดยเราแนะนำ คือ ประมาณ 1 ช่วงแขน หรือมุมที่คล้ายกับถ่ายเซลฟี่
แต่ถ้าหากยังไม่ได้ ทำอย่างไรต่อ?
วิธีที่ 1 :
ให้ลบใบหน้า และเพิ่มใหม่เข้าไปอีกครั้ง ซึ่งต้องเข้าไปทำในส่วนของการตั้งค่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเราลบใบหน้าในครั้งแรกแล้ว ให้เราลองรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง แล้วทำการเพิ่มใบหน้าดูอีกรอบ
วิธีที่ 2 : ตรวจสอบการอัปเดตซอร์ฟแวร์
เนื่องจากเทคโนโลยีปลดล็อคด้วยใบหน้ามักจะมาพร้อมการอัปเดตซอร์ฟแวร์ (ในสมาร์ทโฟนบางรุ่น) รวมไปถึงการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือบัคบางส่วนเพื่อให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เราควรลองตรวจสอบการอัปเดตอยู่บ่อยๆ
วิธีที่ 3 :
บางครั้งตัวช่วยที่ดีที่สุดคือการเคลียร์ข้อมูลหรือแคชทิ้งไป โดยวิธีการทำก็ง่ายดาย เพียงให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > แอพ > กดที่ตัวเลือก (จุด 3 จุดด้านขวาบน) จากนั้นกด แสดงแอพระบบ และเลื่อนลงมาเรื่อยๆ เพื่อหาแอพที่เกี่ยวกับปลดล็อคใบหน้า > กดที่ ที่เก็บ และกด ลบแคช
ทั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละรุ่น
วิธีที่ 4 :
วิธีสุดท้ายเมื่อทุกวิธีข้างบนไม่ได้ผลทั้งหมด คือ การรีเซ็ทสมาร์ทโฟนใหม่ ซึ่งเราควรทำการแบ็คอัพการตั้งค่าและข้อมูลไว้ก่อน จากนั้นให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > การจัดการทั่วไป > รีเซ็ท และเลือก ตั้งค่าข้อมูลจากโรงงาน
จากวิธีทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีที่สะดวกเพื่อไม่ให้เราต้องเดินทางไปที่หน้าร้านของแบรนด์นั้นๆ นอกจากนี้ เราก็ขอแนะนำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อล็อคเครื่องเป็นอันดับแรก เพราะมีความปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบัน