จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ช่วยย่อยสลายของเสียในแปลงนา
ถึงแม้บรรพบุรุษจะเป็นชาวนา แต่คุณโต้ง - ปรรณศักดิ์ กตัณ์ณาพงศ์ ก็ไม่เคยทำนาอย่างจริงจังมาก่อน เมื่อต้องมาลงมือทำจริง ๆ การเรียนรู้จากผู้อื่นจึงสำคัญ นอกจากนั้น ก็คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ที่ค่อยๆ อยู่ ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ปรับให้อยู่ในสภาวะที่ลงตัวที่สุด จนถึงวันนี้เขามีรายรับทั้งรายวันจากผักและข่าไก่ และราย 4 เดือนจากข้าว และเตรียมปรับที่นาให้เป็นไร่นาสวนผสม เพื่อให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นแบคทีเรียพบกระจาย ทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม ทะเลสาบน้ำเค็ม น้ำทะเลสาบที่มีความเป็นด่าง น้ำที่มีความเป็นกรด น้ำพุร้อน น้ำทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้ ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ (CO2 - assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี้ ยังมีบทบาท สำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใช้เป็นอาหารได้ นอกจากนี้ ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและน้ำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วย จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Kobayashi, 2000)
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หรือ เชื้อพีบีเอส ประโยชน์ของมันคือ ช่วยคืนไนโตรเจนให้กับพืช และช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงให้กับพืช ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว พืชผัก และพืชยืนต้นทุกๆชนิด
ส่วนผสมที่จะทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง คือ
- หัวเชื้อสังเคราะห์แสง
- น้ำเปล่า 5 ลิตร
- ไข่ จะเป็นไข่เน่าหรือไข่สดก็ได้ ถ้าใช้ไข่สดจะใช้ไข่สด 1 ฟอง ต่อน้ำ 5 ลิตร
- กะปิ เพื่อช่วยให้มีโปรตีนอยู่ เพื่อขบวนการให้เกิดสี และช่วยเร่งขบวนการสังเคราะห์แสงให้ไวขึ้น ได้มากขึ้น
ขั้นตอนการทำ
อันดับแรก ต้องละลายกะปิกับน้ำเปล่า จะใช้ไม่เยอะเพราะในหนึ่งช้อนนี้ จะสามารถได้หลายแกลลอนเลย ผสมน้ำก่อนเจือจาง ให้มันละลาย สูตรมันมีหลายสูตรแล้วแต่เราจะเอามา จะใช้น้ำปลาหรือคนอร์ก็ได้ ใช้ได้หมดละลายให้เข้ากัน
ผสมหัวเชื้อ 1 แกลลอน (5 ลิตร) จะใช้น้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตรต่อ 1 แกลลอน น้ำเปล่าจะใช้น้ำที่ถ้าเป็นน้ำประปาต้องตั้งทิ้งไว้หนึ่งอาทิตย์ให้คลอรีนมันระเหยออกไป แต่ถ้าเป็นน้ำบ่อบาดาลหรือว่าน้ำธรรมชาติสามารถนำมาใช้ได้เลย
ขั้นต่อไปก็คือน้ำไข่เน่า (ก็คือไข่ไก่ของเรา ไข่แดงกับไข่ขาวหมักทิ้งไว้เจ็ดวันให้มันเป็นสีดำ) 1 แกลลอนจะใช้ไข่ประมาณ 2-3 ช้อน พอใส่ไข่เน่าไปแล้ว ก็ใส่กะปิ 1 ช้อน แล้วเขย่าให้ไข่กับกะปิเข้ากัน ไข่เน่ากับกะปิจะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ให้มันสังเคราะห์ตัวมันเองเวลาเขย่าเข้ากัน แล้วก็เอาหัวเชื้อใส่แล้วก็เขย่าก่อน เขย่าต่อไปให้เกือบเต็ม เว้นช่องว่างหน่อยนึงให้มันมีอากาศ ประมาณ 500 มิลลิลิตร ประมาณเท่านี้ เมื่อเราใส่หัวเชื้อแล้วก็ปิดฝา แล้วเขย่าให้เข้ากัน เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะได้หัวเชื้อที่เราขยาย ตั้งตากแดดไว้หนึ่งเดือน ช่วงแรก ๆ ต้องตั้งตากแดดไว้เขย่าทุกเช้าเย็นสองเวลา
วิธีการเอาไปใช้
วิธีการเอาไปใช้ก็คือ ถ้าเป็นนาข้าวอัตราการใช้ 100 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ถ้าเป็นพืชผัก 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับนาข้าว ควรใช้ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อน ๆ ถ้าฉีดในช่วงแดดจัดฉีดได้แต่ว่าประสิทธิภาพมันจะได้น้อยลงไปหน่อย ฉีดได้ทุกเวลาที่ต้องการ ถ้าบ่อยก็ยิ่งดี เพราะว่ามันจะช่วยในเรื่องไนโตรเจน ทำให้พืชมีสีเขียว ทำให้กระบวนการสังเคราะห์ของต้นของใบแข็งแรง
ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง PSB
1.ช่วยย่อยสลายของเสียในแปลงนา โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซไข่เน่า ( ไฮโดรเย่นซัลไฟต์ ) โดยที่จุลินทรีย์จะเข้าไปทำลายพันธะทางเคมี โดยการกำจัด ก๊าซไฮโดรเย่น ซึ่งเป็นพันธะทางเคมีหลักของก๊าซไข่เน่า ( H2S ) โดยนำของเสียนั้นมาเป็นพลังงานใช้ในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ และระหว่างกระบวนการที่กล่าวมานั้นจุลินทรีย์ได้ ขับของเสียออกมาให้อยู่ในรูปกลุ่ม โกสฮอร์โมน ที่มีรายละเอียดเบื้องต้น
2.ช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก โดยเข้าไปทำลายพันธะเคมีของกลุ่มก๊าซมีเธน ( CH4 ) โดยการย่อยสลายก๊าซไฮโดรเย่น จึงทำให้โครงสร้างเสียไป เหลือแต่คาร์บอนซึ่งสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ซึ่งแปลงนาโดยทั่วไปย่อมมีกลุ่มก๊าซของเสียอยู่แล้ว
3.ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคพืชได้ดี ทำให้เปลือกหรือลำต้นแข็งแรง ทนต่อการกัดกินของแมลง
4.ช่วยกระตุ้นเซลล์เจริญบริเวณปลายรากพืชให้ขยายตัวและแตกแขนงได้ดีทำให้มีรากฝอยที่หากินเก่งจำนวนมาก จึงทำให้พืชสามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีเนื่องจากการสะสมอาหารได้มาก
5.สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรีย หรือแอมโมเนียมซัลเฟตได้ โดยใช้หลักการย่อยสลายกลุ่มก๊าซของเสียให้เป็นธาตุอาหารหลักของพืชได้
6.เมื่อใช้เป็นประจำและต่อเนื่อง สามารถลดการใช้อาหารเสริม หรือปุ๋ยสูตรต่างๆลงได้ สูงสุด 50 % ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงกำไรเพิ่มมากขึ้น
7.หากมีการนำจุลินทรีย์ไปใช้ผสมผสานร่วมกับน้ำหมักหรือปุ๋ยสูตรต่างๆ จะทำให้ผลผลิตยิ่งเพิ่ม และคุณภาพผลิตดีขึ้นตามด้วย
ปรรณศักดิ์ กตัณณ์ณาพงศ์ คำตอบของอาชีพอิสระ อยู่ในแปลงนาข้าว