โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ก่อนพลาด เปิด 8 วิธี ‘คุมกำเนิด’ ได้ผลดี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.ย 2563 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2563 เวลา 23.49 น.
คุมกำเนิด

รู้ก่อนพลาด เปิด 8 วิธี ‘คุมกำเนิด’ ได้ผลดี

ท้องไม่พร้อม เกิดขึ้นได้หลากช่วงวัย ไม่เพียงกับวัยเด็กและเยาวชน แต่วัยทำงานช่วงต้น แม้กระทั่งช่วงกลางก็อาจท้องไม่พร้อมได้เช่นกัน

แน่นอนการตั้งครรภ์แบบไม่ตั้งใจ ย่อมนำมาสู่ปัญหาต่างๆ เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสม ความรุนแรงในครอบครัว สู่ปัญหาอาชญากรรมในสังคม ฉะนั้นต้องป้องกัน

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ได้แนะนำวิธีคุมกำเนิด แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.การคุมกำเนิดแบบถาวร คือ การทำหมันชาย และการทำหมันหญิง ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีบุตรเพียงพอแล้ว การคุมกำเนิดวิธีนี้มีผลดี คือ เป็นการคุมกำเนิดถาวร ปลอดภัย ไม่มีฤทธิของฮอร์โมน ไม่มีผลต่อสุขภาพหรือสมรรถภาพทางเพศ

และ 2.การคุมกำเนิดชั่วคราว ได้แก่ การรับประทานยาคุมกำเนิด ฉีดยาคุมกำเนิด ใส่ห่วงทองแดงคุมกำเนิด ฝังยาคุมกำเนิด แปะแผ่นยาคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย การนับวัน การหลั่งภายนอก เป็นต้น

 

โดยการคุมกำเนิดชั่วคราว แบ่ง 8 วิธี ดังนี้

1.ยารับประทานคุมกำเนิด

มีอยู่ 3 ชนิด คือ – ยารับประทานคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือยารับประทานคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

– ยารับประทานคุมกำเนิด ชนิดแบบที่มีฮอร์โมนเดี่ยว

– ยารับประทานคุมกำเนิด ชนิดแบบที่มีฮอร์โมนรวม ซึ่งเป็นแบบที่ใช้กันมากที่สุด

ยารับประทานคุมกำเนิด อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะยาว เพราะต้องรับประทานทุกวัน จึงมีโอกาสที่จะลืมรับประทานได้ สำหรับสตรีที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม อาจไม่เหมาะเพราะอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน และมีผลให้น้ำนมน้อยลงได้ อาจจะใช้เป็นยารับประทานคุมกำเนิด ชนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวแทน ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่หลังคลอด แต่ผลข้างเคียงของการลืมรับประทานยา คือ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอยได้บ่อย

ยารับประทานคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน สามารถใช้ได้ในช่วงไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิดโดยวิธีนี้ไม่ควรใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดเป็นประจำ เพราะมีผลข้างเคียงเช่น ทำให้ระดูมาไม่สม่ำเสมอ ระดูกะปริบกะปรอยได้ถ้าใช้เป็นประจำ

 

2.การฉีดยาคุมกำเนิด

การฉีดยาคุมกำเนิดสามารถฉีดได้ตั้งแต่ระยะหลังคลอดใหม่ ๆ ไม่มีผลต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันและปริมาณน้ำนม แพทย์จะนัดฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทุก 3 เดือน ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดดี เหมาะสำหรับการคุมกำเนิดระยะยาว ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน ราคาถูก แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น ระดูกะปริบกะปรอยในระยะแรกแต่หลังจากนั้นส่วนใหญ่จะไม่มีระดู น้ำหนักขึ้น และเมื่อหยุดฉีดยา อาจจะต้องรอประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี จึงจะกลับมามีระดูและมีการตกไข่ตามปกติ จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะเวลาสั้นๆ

 

3.การใส่ห่วงทองแดงคุมกำเนิด

การใส่ห่วงทองแดงคุมกำเนิดในโพรงมดลูก กลไกการคุมกำเนิดคือห่วงจะไปขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก แพทย์จะใส่ห่วงคุมกำเนิดเข้าไปในโพรงมดลูก แล้วเหลือสายห่วงออกมาจากปากมดลูกยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ดังนั้นจะต้องตรวจสายห่วงเป็นระยะ อายุการใช้งานของห่วงคุมกำเนิด คือ 3-5 ปีแล้วแต่ชนิดของห่วงคุมกำเนิด

ข้อดี คือ ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน ไม่ต้องฉีดยาทุก 3 เดือน ไม่มีผลของฮอร์โมน ไม่มีปัญหาเรื่องระดูผิดปกติกะปริบกะปรอย ไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว ไม่คลื่นไส้อาเจียน ไม่ทำให้เกิดสิวฝ้ามากขึ้น แต่ข้อเสีย คือ ต้องคอยตรวจเช็คสายห่วงอย่างสม่ำเสมอ โดยการตรวจด้วยตนเอง หรือมาตรวจตามที่แพทย์นัดหมาย

 

4.การฝังยาคุมกำเนิด

การฝังยาคุมกำเนิดสามารถทำได้ตั้งแต่ระยะคลอดใหม่ ๆ ไม่มีผลต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันและปริมาณน้ำนม แพทย์จะฝังหลอดยาเล็ก ๆ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร แบบจำนวน 1 หลอดหรือ 2 หลอด (แล้วแต่ชนิดของยา) เข้าใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขนด้านใน ยาฝังคุมกำเนิดจะมีฤทธิ์คุมกำเนิด 3-5 ปี แล้วแต่ชนิดของยา

ข้อดีคือสามารถคุมกำเนิดได้นาน ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน ไม่ถูกฉีดยา และ ไม่ต้องเช็คสายห่วงคุมกำเนิด ไม่มีโอกาสหลุดเหมือนห่วงคุมกำเนิด แต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ ประจำเดือนกะปริบกะปรอย น้ำหนักขึ้น

 

5.การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

การใช้แผ่นแปะที่มีฮอร์โมนคุมกำเนิดอยู่ในแผ่นขนาดประมาณ 4×4 เซนติเมตร แปะที่บริเวณสะโพก ท้องน้อย ต้นแขน หรือแผ่นหลังส่วนบน (แต่ไม่ควรแปะบริเวณเต้านม) โดยจะเปลี่ยนแผ่นทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เว้น 1 สัปดาห์ไม่ต้องแปะแผ่นยา ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีระดู

ข้อดีคือประสิทธิภาพการคุมกำเนิดค่อนข้างดี ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน ไม่ต้องถูกฉีดยา ฝังยาหรือใส่ห่วงคุมกำเนิด ผลข้างเคียงคือ บริเวณที่แปะอาจมีอาการคัน รู้สึกไม่สบายตัว กังวลว่าจะลอกหลุด คัดตึงเต้านม

 

6.การใช้ถุงยางอนามัย

การใส่ถุงยางอนามัยนอกจากคุมกำเนิดแล้วยังสามารถป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย โอกาสล้มเหลวในการคุมกำเนิดสูง เพราะวิธีการใช้ไม่ถูกต้อง คุณภาพของถุงยางไม่ดีทำให้ขาดหรือรั่วได้

 

7.การนับวัน    

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอบระดูสม่ำเสมอ โดยช่วงที่ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ คือ ก่อน 7 หลัง 7 หมายถึง ช่วงที่มีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ คือในช่วงก่อนมีระดู 7 วัน และหลังจากมีระดู 7 วัน (นับวันที่มีระดูวันแรกเป็นวันที่1) การคุมกำเนิดวิธีนี้มีโอกาสล้มเหลวในการคุมกำเนิดได้สูง เนื่องจากการนับวันผิดพลาด และไม่เหมาะสำหรับผู้ที่รอบระดูไม่สม่ำเสมอ

 

8.การหลั่งภายนอก

การใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออสุจิ การสวนล้างช่องคลอด ซึ่งเหล่านี้เป็นวิธีที่มีโอกาสล้มเหลวในการคุมกำเนิดได้สูง ดังนั้นการคุมกำเนิดแต่ละวิธีอาจเหมาะกับสตรีแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับความต้องการมีบุตรอีกหรือไม่ ระยะเวลาในความต้องการคุมกำเนิด การยอมรับได้กับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ความสะดวก ราคา โรคประจำตัวที่เป็นข้อบ่งห้ามในการคุมกำเนิดแต่ละวิธี เหล่านี้จึงเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมในสตรีแต่ละคน

ข้อมูล siphhospital.com

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...