โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาไปดู : สถิติที่บอกว่า “โรคซึมเศร้า” กำลังเป็นสิ่งที่เรามองข้าม

Mango Zero

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2562 เวลา 07.41 น. • Mango Zero

ทุกวันนี้ “โรคซึมเศร้า” ได้รับการพูดถึงค่อนข้างมากในแวดวงการแพทย์และสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โรคซึมเศร้าได้เข้ามามีบทบาทต่อจิตใจคนแทบจะทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ จนทำให้บางครั้งความรุนแรงของโรคนี้นำไปสู่จุดจบอย่างการฆ่าตัวตาย

วันนี้ Mango Zero พาทุกคนมาเปิดสถิติเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและการรับมือของคนทั่วไปปี 2562 จากผู้ตอบผลสำรวจความคิดเห็นของเว็บไซต์สุขภาพ HonestDocs จำนวน 16,533 คนที่ชวนทำให้ตั้งคำถามว่า “ทุกวันนี้เราให้ความสำคัญกับโรคนี้เพียงพอแล้วหรือยัง?”

จาก 16,533 คน 18% คิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคซึมเศร้า

เมื่อคิดเป็นจำนวนคนแล้ว ใน 16,533 คน มีคนคิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคซึมเศร้ามากถึง 2,976 คน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนที่ระบุเพศและอายุด้วยรวม 4,811 คน จำแนกได้ดังนี้

  • ช่วงอายุ 12-17 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 32%
  • ช่วงอายุ 18-24 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 32%
  • ช่วงอายุ 25-34 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 29%
  • ช่วงอายุ 35-44 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 22%
  • ช่วงอายุ 45-54 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 17%
  • ช่วงอายุ 55-64 ปี มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 16%
  • ช่วงอายุ 65 ขึ้นไป มีผู้คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 11%

46% ไม่ได้ทำอะไรเมื่อคิดว่ากำลังเป็นซึมเศร้า

จากผู้ตอบแบบสอบถามข้อ “คุณใช้วิธีใดรักษาอาการซึมเศร้า?” 2,491 คน พบว่ามีจำนวนเกือบครึ่งหรือ 46% ที่ตอบว่าไม่ได้ทำอะไร ตามมาด้วยการหาข้อมูลออนไลน์ 25% พบคุณหมอ 11% ปรึกษาเพื่อนและครอบครัว 8% และอื่นๆ 7%

อื่นๆ เช่น กิจกรรมสันทนาการ นอนพักผ่อน นั่งสมาธิ เจริญสติ ศึกษาธรรมะ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง รักษาด้วยยาหรือสมุนไพร ช่วยตัวเอง ไปจนถึงใช้ยาเสพติด

ปัญหาใหญ่ที่สุดของโรคซึมเศร้า = คนรอบข้างไม่เข้าใจ

จากผู้ตอบคำถามที่คิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 2,092 คน มีถึง 44% ที่คิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของการเป็นโรคซึมเศร้าคือคนรอบข้างไม่เข้าใจ ตามมาด้วยไม่ทราบว่าจะรับความช่วยเหลือได้อย่างไร 23% ไม่มีเงินรักษา 13% อื่นๆ 13% และไม่สามารถกินยาและบำบัดได้อย่างต่อเนื่อง 7%

อื่นๆ เช่น ไม่กล้าไปรักษาเพราะกลัวเสียประวัติ กลัวคนอื่นมองไม่ดี ไม่มีเวลา เป็นต้น

ผู้หญิงรู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยมากกว่าผู้ชาย

ในผู้ตอบคำถาม 1,053 คน ผลสำรวจแบบแยกเพศพบว่า 54% ของเพศหญิงคิดว่าตัวเองรู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง ส่วนเพศชาย ผู้ที่คิดว่าตัวเองรู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้องมีประมาณ 48%

วัยรุ่นรู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยมากกว่าวัยอื่นๆ

ในผู้ตอบคำถามจำนวน 1,053 คน กับคำถาม “คุณรู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้องหรือไม่?” สามารถจำแนกคำตอบตามอายุได้ดังนี้

  • ช่วงอายุ 12-27 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 52%
  • ช่วงอายุ 18-24 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 58%
  • ช่วงอายุ 25-34 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 55%
  • ช่วงอายุ 35-44 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 46%
  • ช่วงอายุ 45-54 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 44%
  • ช่วงอายุ 55-64 ปี มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 44%
  • ช่วงอายุ 65 ขึ้นไป มีผู้คิดว่ารู้วิธีสื่อสารและดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างถูกต้อง 43%

จะเห็นว่ากลุ่มคนอายุ 18-24 ปี หรือกลุ่มวัยรุ่น เป็นวัยที่รู้จักโรคซึมเศร้ามากที่สุด ซึ่งอาจมองย้อนไปถึงสถิติที่บอกว่ามีถึง 32% ของคนกลุ่มนี้ที่คิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้คนวัยนี้มีความตระหนักต่อโรคนี้มากที่สุดนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : HonestDocs

เพิ่มเติมคือทุกคนสามารถเข้าไปทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้า ประเมินตนเอง และสังเกตคนรอบข้างได้ที่นี่เลย!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...