โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติศาสตร์ ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ขัดแย้งนานกว่า 65 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ม.ค. 2563 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 06.08 น. • The Bangkok Insight

ความไม่ลงรอยกันระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ไม่ได้เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่สามารถนับย้อนหลังไปได้นานกว่า 65 ปี

ชาวอิหร่านฉีกธงชาติสหรัฐ ขณะรวมตัวกันประท้วงในกรุงเตหะราน หลังสหรัฐปฏิบัติการสังหาร “กัสเซ็ม โซเลมานี” ผู้บัญชาการหน่วยคุดส์ ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี)

2496 สหรัฐหนุนรัฐประหาร

สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ให้ความช่วยเหลือการก่อรัฐประหารโค่นนายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัด โมซาดเดห์ ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา พาห์ลาวี ที่สหรัฐให้การสนับสนุนขึ้นครองอำนาจแทน

*2522 ปฏิวัติอิหร่าน *

กองกำลังปฏิวัติอิหร่านบีบให้ชาห์ ต้องหลบหนีออกจากประเทศ เปิดทางให้อยาตอลเลาะห์ รูฮัลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำศาสนาอิสลาม กลับสู่ประเทศ กลายเป็นผู้นำศาสนาสูงสุด

*2522-2524 วิกฤติจับตัวประกัน *

กลุ่มผู้ประท้วงอิหร่านบุกยึดสถานทูตสหรัฐในกรุงเตะหะราน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2522 จับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกัน ในปี 2523 ภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่สั่งการโดยประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ล้มเหลว และตัวประกันถูกจับอยู่นาน 444 วัน ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมาในวันที่คาร์เตอร์พ้นจากตำแหน่ง และประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เข้าสาบานตน

*2529 เรื่องอื้อฉาวอิหร่าน-คอนทรา *

ประธานาธิบดีเรแกน เปิดเผยข้อตกลงซื้อขายอาวุธแบบลับๆ กับอิหร่าน ซึ่งเป็นการละเมิดข้อห้ามการขายอาวุธ ซึ่งคววามขัดแย้งนี้ รู้จักกันในชื่อเรื่องอื้อฉาวอิหร่าน-คอนทรา ที่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐนำกำไรที่ได้จากการขายอาวุธ ไปให้กับกลุ่มติดอาวุธในนิคารากัว ทำให้เรแกนตกอยู่ท่ามกลางมรสุมทางการเมือง

*2531 เรือรบสหรัฐยิงเครื่องบินโดยสารอิหร่านตก *

เรือรบสหรัฐยิงเครื่องบินโดยสารของอิหร่านตก บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 290 คนเสียชีวิตทั้งหมด สหรัฐชี้แจงว่า เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเครื่องบินรบ

*2545 อักษะแห่งความชั่วร้าย *

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยูบุช เรียกอิหร่านว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "อักษะแห่งความชั่วร้าย" อยู่ในกลุ่มเดียวกับอิรัก และเกาหลีเหนือ โดยสหรัฐกล่าวหาอิหร่านว่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

*2549- 2556 คว่ำบาตร *

สหประชาชาติ (ยูเอ็น) สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านตกอยู่ในสภาพง่อยเปลี้ย และค่าเงินดิ่งลงอย่างหนัก
กันยายน 2556 โทรศัพท์ประวัติศาสตร์

หนึ่งเดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ได้รับเลือกเป็นผู้นำอิหร่าน เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งถือเป็นการสื่อสารระดับบสูงสุดระหว่าง 2 ประเทศในช่วงเวลาหลายสิบปี

*14 กรกฎาคม 2558 ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน *

สหรัฐ และ 5 ชาติมหาอำนาจของโลก เห็นพ้องที่จะทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานให้คำมั่นที่จะจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร

*8 พฤษภาคม 2561 สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ *

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และกลับไปดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอีกครั้ง

เมษายน 2562 ติดป้ายก่อการร้ายกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน

สหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย

*พฤษภาคม - มิถุนายน 2562 *

เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในอ่าวโอมาน โดยสหรัฐระบุว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน กรุงเตหะรานปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

20 มิถุนายน 2562 อิหร่านยิงโดรนสหรัฐ

กองกำลังอิหร่านยิงโดรนของสหรัฐตก โดยระบุว่า ละเมิดน่านฟ้าอิหร่าน ขณะที่สหรัฐบอกว่า โดรนลำดังกล่าวบินอยู่เหนือน่านน้ำสากล

*ธันวาคม 2562 *

สหรัฐกล่าวหาว่า อิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธอิรัก โจมตีฐานทัพในสหรัฐ ที่ทำให้พลเรือนอเมริกันเสียชีวิต พร้อมโจมตีกลับ ขณะสมาชิกกลุ่มติดอาวุธจำนวนหนึ่ง รวมตัวประท้วงด้านนอกสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดด

3 มกราคม 2563 สหรัฐสังหารนายพลอิหร่าน

สหรัฐโจมตีทางอากาศในกรุงแบกแดด สังหารพล.อ.กัสเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการหน่วยคุดส์ ของอิหร่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...