โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินเยียวยา 15000 บาท ยังไม่ถึงมือ ‘ประกันสังคมมาตรา 33’ เพียบ

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.ย 2563 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2563 เวลา 05.23 น. • The Bangkok Insight

เงิน เยียวยา 15000 บาท ยังไม่ถึงมือ “ประกันสังคมมาตรา 33” ที่มีสิทธิ์กว่า 5 หมื่นราย ล่าสุดกำลังเร่งติดตามด่วน!

โครงการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังไม่ได้รับการเยียวยาฯ ของกระทรวงแรงงาน ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563

จุดประสงค์เพื่อช่วยเยียวยาประกันสังคมมาตรา 33 ที่ตกหล่น "ไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยไวรัสโควิด-19" ในอัตรา 62% ของค่าจ้างรายวัน เนื่องจากผู้ประกันตนกลุ่มดังกล่าวจำนวน 59,776 คน จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือน ภายใน 15 เดือนย้อนหลังตามเงื่อนไข

ประกันสังคมมาตรา 33 กลุ่มนี้จะได้รับเงิน เยียวยา เพื่อชดเชยรายได้จำนวน 5,000 บาท 3 งวด รวมแล้ว 15000 บาท โดยวงเงินนำมาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม

ประกันสังคม เยียวยา 15000

ทั้งนี้ สำนักงาน ประกันสังคม ได้จ่ายเงิน 15,000 บาทไปแล้วระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2563 แต่พบว่าผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์จำนวนมาก ยังไม่ได้รับเงิน 15,000 บาท เพราะติดปัญหาเรื่องเลขบัญชีธนาคาร

ล่าสุดที่ประชุม ครม. จึงมีการขยายระยะเวลาของมาตรการดังกล่าวออกไปถึงเดือนตุลาคม 2563

 

จ่ายแล้วหมื่นกว่าคน เหลืออีก 5 หมื่นรายยังไม่ได้เงิน

นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันสำนักงานฯ จ่ายเงิน เยียวยา 15000 บาท ประกันสังคมมาตรา 33 ไปแล้วหมื่นกว่าราย จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดเกือบ 6 หมื่นราย ด้านผู้มีสิทธิ์ที่เหลืออีก 4-5 หมื่นรายนั้น ประกันสังคมจะต้องเร่งติดตามและตรวจสอบ เพื่อจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์ต่อไป

สำหรับการจ่ายเงินทดแทนให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลหรือนายจ้างสั่งหยุดงาน โดยไม่ได้จ่ายค่าจ้างนั้น

ประกันสังคม จ่ายเงินทดแทนไปแล้วกว่า 9.3 แสนราย คิดเป็นวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดเหลือผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินทดแทนกรณีสุดวิสัยจำนวน 4,700 ราย คิดเป็นเพียง 0.5% เนื่องจากนายจ้างยังไม่ได้ยืนยันการว่างงานเข้ามาในระบบตามขั้นตอน ซึ่งเมื่อมีการยืนยันแล้ว ก็จะจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนตามขั้นตอนต่อไป

ด้านการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงานปกติ ได้แก่ เลิกจ้าง ลาออก และสิ้นสุดสัญญานั้น ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอเงินทดแทนเข้ามาแล้วจำนวน 7 แสนกว่าราย และมีการจ่ายเงินทดแทนไปแล้ว 1.7 หมื่นล้านบาท

เมื่อรวมทั้ง 2 กรณี คือ ว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 และว่างงานปกติ จะพบว่า กองทุนประกันสังคมจ่ายเงินให้ผู้ประกันสังคมไปแล้ว 1.6 ล้านคน คิดเป็นวงเงิน 3.2 หมื่นล้านบาท

 

ครม. ขยายเวลาจ่าย 15,000 บาท “ประกันสังคม” 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 กันยายน 2563 ว่า เรื่องประกันสังคม กระทรวงแรงงานดำเนินการอยู่ แต่วันนี้ยังมีคนตกค้างไม่ได้เงินชดเชยรายได้ 15,000 บาท เพราะยังติดค้างเรื่องการแจ้งบัญชีธนาคาร จึงขอเลื่อนการจ่ายเงินจ่ายไปเดือนตุลาคม 2563 ประมาณ 5 หมื่นกว่าคน

เปลี่ยนใช้เลขบัญชี "พร้อมเพย์"

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุด ครม. เห็นชอบให้สำนักงาน ประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ขยายระยะเวลาในการดำเนินโครงการ มาตรการชดเชยรายได้ให้กับลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือของสำนักงาน ประกันสังคม ออกไป

จากมาตรการเดิม กำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินไว้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2563 ก็จะขยายเป็นเดือนตุลาคม 2563 แล้วก็ให้สำนักงานประกันสังคมเร่งแก้ปัญหาเกี่ยวกับเลขที่บัญชีของผู้ได้รับสิทธิ์ ด้วยการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ (Promptpay) โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนแทน เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการนี้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...