โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนคนมีรถ อย่าทิ้งขวดน้ำไว้ในรถ ชนวนเกิดประกายไฟ ไหม้รถวอด!

อีจัน

อัพเดต 24 มี.ค. 2564 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 07.54 น. • อีจัน

คนมีรถฟังทางนี้ ขวดน้ำที่เรากินแล้ว ลงจากรถทุกครั้งต้องเก็บลงให้หมด ไม่อย่างนั้น อาจจะเป็นแบบนี้

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2564 ผู้ใช้ TIKTOK ชื่อ ช่างอัท เซอร์วิสตรัง โพสต์วิดีโอเตือนภัย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีขวดน้ำในรถ สะท้อนกับแดด แล้วเกิดประกายควันขึ้น นั้…

คนมีรถฟังทางนี้ ขวดน้ำที่เรากินแล้ว ลงจากรถทุกครั้งต้องเก็บลงให้หมด ไม่อย่างนั้น อาจจะเป็นแบบนี้

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2564 ผู้ใช้ TIKTOK ชื่อ ช่างอัท เซอร์วิสตรัง โพสต์วิดีโอเตือนภัย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีขวดน้ำในรถ สะท้อนกับแดด แล้วเกิดประกายควันขึ้น นั้นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้รถ ในคลิปผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า เกือบซวยแล้วพร้อมกับระบุข้อความว่า

เตือนภัยใกล้ตัว รถลูกค้าเอารถมาซ่อมขวดน้ำตั้งไว้ดีที่ไฟไม่ลุกทั้งคัน ขึ้นรถไปเจอพอดี

ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊กส่วนตัวของช่าง ก็มีการโพสต์เตือนภัยว่า

เตือนภัยใกล้ตัว เชื่อได้ใครอีกหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าไอ้เจ้าขวดน้ำ ที่เรามักซื้อดื่มระหว่างเดินทางนั้นมีอันตรายอย่างมาก เนื่องจากเราดื่มน้ำไม่หมดหรือซื้อไว้เพื่อสิ่งใดก็ตามเมื่อแสงตกกระทบกับน้ำเรียกการหักเหของแสงแปล เปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานความร้อนจนก่อให้เกิด “ไฟ” เนื่องจากในรถเราเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดีเช่น ผ้าหนังสังเคราะห์ ,พลาสติก, ยาง นี่คืออันตรายทั้งนั้น

อย่าลืมนะครับเก็บออกจากรถเป็นการดีที่สุด อีกอย่างน้ำดื่มที่ใส่ขวดพลาสติกเมื่อถูกแสงแล้วก็ไม่ควรนำมารับประทานเพราะมันเกิดสารก่อมะเร็ง อย่าลืมเก็บออกนะครับ รวมถึงกูด้วย

จันเห็นแล้วรีบไปดูในรถเลยค่ะ ก่อนลงรถทุกครั้งอย่าลืมเก็บขวดน้ำนะคะ พลาดแค่เสี้ยววินาทีเดียว อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...