"กรมการปกครอง" จ่อยกเครื่องกฎหมายคุมโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียง ให้ทันสมัย ไม่ก่อความรำคาญ
“กรมการปกครอง” จ่อยกเครื่องกฎหมายคุมโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียง ให้ทันสมัย ไม่ก่อความรำคาญ
วันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กรมการปกครองอยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำร่างพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง (ฉบับที่…) พ.ศ…เพื่อแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับดังกล่าวให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เป็นการสร้างภาระให้ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ รวมถึงเพื่อควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงมิให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมโดยรวม
เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่กำหนดให้การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องโฆษณาเป็นภาษาไทยเท่านั้น นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาในการตีความและการบังคับใช้กฎหมายในบางกรณี
จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและเป็นกฎหมายที่มีมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมจากการใช้เครื่องขยายเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่บนพื้นฐานการรับรองและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
โดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ยังคงหลักการให้มีระบบอนุญาต โดยผู้ที่จะทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนและเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะทำการโฆษณาได้ ทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาและมีหน้าที่ดำเนินการให้การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันผลกระทบจากการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงที่อาจก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน และเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ
ทั้งนี้กรมการปกครอง ได้กำหนดหลักการสำคัญประกอบการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณา พ.ศ. 2493 จำนวน 10 ข้อ ดังต่อไปนี้
1).กำหนดบทจำกัดสิทธิและเสรีภาพในคำปรารภของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหลักการร่างกฎหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2).แก้ไขเพิ่มเติมกิจกรรมที่มีการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงให้ได้รับการยกเว้นการขออนุญาตการใช้เสียงตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 เพื่อไม่ให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ อันเป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร
ทั้งนี้ฝ่ายบริหารสามารถกำหนดข้อยกเว้นเพิ่มเติมกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ โดยกิจกรรมที่มีการใช้เครื่องขยายเสียงที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ 1.งานราชพิธีหรืองานรัฐพิธี 2.คำสอนหรือกิจกรรมเพื่อการกุศลในทางศาสนา 3.การประกอบพิธีกรรมอันเป็นวัฒนธรรม ประเพณี หรือขนบธรรมเนียมประจำท้องถิ่น 4.กิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานของรัฐ การประชาคมหมู่บ้านหรือชุมชน 5.การหาเสียงในการเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
6.การหาเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทน ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น 7. กิจกรรมในโรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 8.กิจกรรมของนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอันเป็นสาธารณะกุศล 9.กิจกรรมที่เป็นการกีฬา 10.กิจกรรมในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ 11. การค้าขายเพื่ออุปโภคหรือบริโภคในลักษณะเคลื่อนที่
12. การแสดงดนตรีหรือความสามารถของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ 13.การจัดกิจกรรมภายในที่รโหฐาน ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการค้าหรือที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 14.การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้า หรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการ 15. การประกอบกิจการของร้านอาหารที่ไม่มีลักษณะเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ 16. การเรี่ยไรที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไร
3).มีแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม “โฆษณา” ให้มีความหมายครอบคลุมการใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อสร้างความบันเทิง ในงานมหรสพของประชาชน อันมีลักษณะเป็นการโฆษณาหรือเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณา เพื่อควบคุมการใช้เสียงและการรักษาความสงบเรียบร้อยจากกิจกรรมดังกล่าวที่มีรูปแบบหลากหลายในปัจจุบันและเพื่อให้การจัดกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวเข้าสู่ระบบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่
4).เพิ่มเติมบทนิยาม “มหรสพ” ให้มีความหมายว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อความบันเทิง ความรื่นเริง เป็นต้น 5).กำหนดให้ห้ามมิให้ทำการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 6).ยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดให้การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องโฆษณาเป็นภาษาไทยเท่านั้น เนื่องจากประชาชนมีความรู้และนิยมสื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศที่มีความเป็นสากลกันอย่างแพร่หลาย ประกอบกับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารมีการพัฒนาไปตามยุคสมัยอยู่เสมอ ดังนั้น การที่พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ที่กำหนดให้ผู้ที่ใช้ภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาไทยในการโฆษณา มีความรับผิดทางอาญา จึงเป็นบทบัญญัติที่ไม่มีความเหมาะสม และไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน
7).ปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการขออนุญาตการใช้เครื่องขยายเสียงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในระบบอนุมัติอนุญาต เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 และระเบียบที่เกี่ยวข้องได้กำหนดขั้นตอนการขออนุญาตใช้เสียงที่สร้างภาระ แก่ประชาชนเกินสมควร ทั้งนี้ กรมการปกครอง มีความเห็นว่า ระบบการอนุญาตยังคงมีความจำเป็น และเหมาะสมต่อการควบคุมและเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมที่มีการใช้เครื่องขยายเสียง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการใช้เสียงที่อาจกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ปัญหาการก่ออาชญากรรมหรือการฝ่าฝืนต่อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมาซึ่งความเสียหายที่ร้ายแรงและกระทบต่อสังคมในภาพรวม ซึ่งในบางกรณีก็ไม่อาจยียวยาความเสียหายที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้
8). กำหนดรูปแบบใบอนุญาตให้มีความสอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมที่มีการใช้เครื่องขยายเสียงแบบต่อเนื่องหรือชั่วคราว แบบเพื่อทำนองการค้าหรือไม่เป็นไปในทำนองการค้า และแบบที่มีการเคลื่อนที่หรือไม่มีการเคลื่อนที่ 9).กำหนดให้ก่อนการยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ขอรับใบอนุญาต ได้แก่ ผู้ดำเนินการโฆษณาหรือผู้ดำเนินการจัดให้มีการโฆษณา รวมถึงผู้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอ มีหน้าที่ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมการใช้เสียงและการรักษาความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด ภายในกิจกรรมที่มีการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง
10).แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือฝ้าฝืนข้อกำหนดของกฎหมาย โดยแก้ไขเพิ่มเติมให้มีโทษทางปกครอง หรือโทษทางอาญา โดยพิจารณาตามความหนักเบาแห่งพฤติการณ์และหลักความเป็นธรรมต่อประชาชน