ป.6 ทิ้งเกมมือถือ สนใจแกะตัวหนังตะลุง จนครูหนังต้องยกนิ้วให้
วันที่ 17 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านบางจาก อ.ปะทิว จ.ชุมพร อดีตเป็นเด็กติดเกมส์มือถืออย่างหนัก แต่ปัจจุบันกลับมีความสามารถในการแกะตัวหนังตะลุงและมีความสนใจในเรื่องของหนังตะลุงเป็นอย่างมาก สร้างความปลื้มใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ
.
พบนายศักย์ศรณ์ จันทร์หอม ผู้เป็นพ่อ อายุ 42 ปี และนางสาวแสงทอง วรพันธ์ ผู้เป็นแม่ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 5 ต.ชุมโค อ.อปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งกำลังจะไปรับน้องพีท หรือด.ช.คมพิศิษฐ์ จันทร์หอม อายุ 12 ปี ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านบางจาก ซึ่งห่างจากบ้านเพียง 300 เมตร และเมื่อน้องพีทก็จะรีบวางกระเป๋า หากไม่มีการบ้านหรือทำการบ้านมาจากโรงเรียนหรือไม่มีภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากพาอแม่ น้องพีทก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่มาแกะตัวหนังตะลุงทันที
.
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพ่อของน้องพีท เปิดเผยว่า น้องพีท เริ่มมีความสนใจในเรื่องของหนังตะลุง รวมถึงการแกะหนังตะลุง ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งในระหว่างนั้นตนเองได้พาน้องพีท ไปเที่ยวงานวัดและที่วัดก็มีการแสดงหนังตะลุงของ หนังไข่นุ้ย ซึ่งหลังจากที่น้องพีทได้ไปดูเมื่อกลับมาก็ได้เริ่มศึกษาเรื่องหนังตะลุง จากใน YouTube และเริ่มที่จะนำเอากระดาษแข็งและกระดาษ A4 มาวาดเป็นตัวหนังตะลุง พร้อมกับระบายสี และเริ่มตัดกระดาษเป็นตัวหนังตะลุงและหาไม้ไผ่มาผูกยึดตัวหนังตะลุงที่ตนเองตัดจากกระดาษแข็งตามที่ตนเองได้เห็นและได้ดู ซึ่งก่อนหน้านี้ น้องพีทจะติดโทรศัพท์ และเล่นเกมส์ไม่สนใจเรื่องการเรียน แต่เมื่อได้ไปดูหนังตะลุงพฤติกรรมก็เปลี่ยนไป ไม่เล่นโทรศัพท์ รีบทำการบ้านและมุ่งมั่นศึกษาเรื่องการแกะหนังตะลุง
.
นายศักย์ศรณ์ ยังกล่าวต่อว่า เมื่อน้องพีทรู้ว่ามีการแสดงหนังตะลุงที่ไหน น้องพีทจะร้องขอให้พาไปทุกครั้ง และจะไปนั่งดูอย่างให้ความสนใจ รวมไปถึงบางครั้งบางโอกาสก็จะ เดินไปด้านหลังเวทีและขอขึ้นไปดูด้านหลังเวทีเพื่อไปดูนายหนังเล่นหลังตะลุงอย่างใกล้ชิด และน้องพีทยังขอเป็นเพื่อนทางเฟสกับนายหนังตะลุงที่ตนเองไปดู น้องพีทจะมีการทักถามพูดคุยติดตามเรื่องการแสดงหลังตะลุงรวมไปถึงเข้าไปดูการว่าบทกลอนของนายหลังแต่ละคณะ
.
นอกจากนั้นน้องพีทยังพยายามที่จะหาค้นหาข้อมูลคนแกะหนังตะลุงที่ชุมพร เพื่อที่จะไปศึกษาเรียนรู้เรื่องการแกะหนังตะลุง และก็ได้เห็นข้อมูลของช่างชอบ ซึ่งน้องพีทได้ติดต่อไปที่ช่างชอบ พูดคุยเพื่อขอไปศึกษาเรื่องการแกะหนังตะลุง โดยน้องพีทจะติดต่อพูดคุยเอง ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าลูกจะกล้าที่จะพูดจะทักไปคุย ในส่วนตัวนั้นตนเองรู้สึกดีใจที่ลูกตนเองสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น้อยคนให้ความสนใจ ตนเองก็ช่วยสนับสนุนลูกโดยการพาไปรับไปส่งที่บ้านช่างชอบ
.
บางครั้งก็ไปพักที่บ้านช่างชอบในช่วงปิดเทอมตนเองก็จะไปส่งแล้วก็จะซื้อกับข้าวไปให้ เพราะช่างชอบได้สอนความรู้เรื่องการแกะหนังตะลุงให้กับน้องพีทโดยที่ไม่คิดเงิน ในส่วนของการซื้ออุปกรณ์นั้น ตนเองจะสอนให้ลูกรู้จักทำงานเพื่อหาเงินและซื้อของที่ตนเองอยากได้ โดยตนเองจะจ้างลูกวันละ 20 บาทให้ล้างจาน และน้องพีทจะเก็บเงินจากที่ปู่ย่า ลุงป้า น้าอาให้มา เพื่อมาซื้ออุปกรณ์ในการแกะหนังตะลุง
.
จากก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่น้องพีทไปร้านสะดวกซื้อ น้องจะใช้เงินซื้อขนมของเล่นโดยไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อน้องพีทสนใจเรื่องหนังตะลุง น้องพีทจะเก็บเงินไว้ซื้อหนังวัวที่ใช้แกะตัวหนัง ซื้อสี และอุปกรณ์อื่น ๆ
.
นายศักย์ศรณ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนเองจะไม่บังคับลูก ว่าลูกจะชอบเรียนแบบไหน แต่จะคอยสนับสนุนลูกในสิ่งที่ลูกชอบ ซึ่งจากที่ผ่านมาได้เห็นการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาฝีมือของลูกตนเองรู้สึกภูมิใจและยิ่งได้เห็นความตั้งใจและแนวความคิดของลูกร่วมไปถึงการว่าคำกลอนของตัวหลังตะลุงแต่ละตัวนั้น ตนเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าลูกจะทำได้
.
ขณะที่น้องพีท อายุ 12 ปี ซึ่งน้องพีทกำลังเอาแผ่นหนังวัวใช้สำหรับแกะตัวหนัง มาทาบกับแบบตัวหนังที่พ่อของตนเองปริ้นมาไว้ให้ และเมื่อร่างแบบเสร็จเรียบร้อยน้องพีทก็หยิบเอาค้อนและตุดตู่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแกะตัวหลังตะลุง มาตอกลงบนแผ่นหนังที่ร่างไว้เรียบร้อนแล้ว อย่างคล่องแคล่วและตั้งใจ
.
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าทำไมถึงได้ชื่นชอบเรื่องหนังตะลุง และจุดเริ่มต้นที่น้องพีทสนใจในเรื่องหนังตะลุง เกิดขึ้นได้อย่างไร น้องพีทเล่าว่าตนเองชื่นชอบหนังตะลุงเพราะเป็นศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ที่ปัจจุบันมีคนให้ความสนใจน้อยลง ซึ่งตนเองอยากสืบสานศิลปะวัฒนธรรมเกี่ยวกับหนังตะลุงไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู จากครั้งแรกที่พ่อแม่พาไปเที่ยวงานวัดและได้ดูหนังตะลุงตนเองก็เกิดความชื่นชอบขึ้นมาทันที ซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.4 และตนเองได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เรื่องหนังตะลุงกับครูที่เรียนจบศิลปะที่โรงเรียนบ้านบางจาก
.
แต่ความตั้งใจคืออยากแกะตัวหนังตะลุงได้ ก็ได้ค้นหาข้อมูลจนเจอ ช่างชอบแกะหนังตะลุง ซึ่งอยู่ที่ตำบลวิสัยเหนือ จึงได้ทักเฟสพูดคุยและบอกกับช่างชอบว่าอยากจะไปเรียนการแกะหนังตะลุงกับช่างชอบ ช่างชอบก็ยินดีที่จะให้ตนเองไปเรียนและได้บอกให้มาพักที่บ้านของช่างชอบในช่วงปิดเทอม ช่างชอบก็ได้สอนเรื่องการร่างแบบ การตอกตุดตู่ การลงสี การตัด ขั้นตอนทุกอย่างกว่าจะมาเป็นตัวหลังแต่ละตัว
.
น้องพีทได้เอาตัวหนังตะลุงแต่ละตัวที่ตนเองแกะมาให้ได้ดู รวมไปถึงบางตัวที่ซื้อมาเพราะชื่นชอบในความสวยงาม และยังนำเอาตัวหนังตะลุงที่ก่อนหน้านี้ตนเองยังไม่ได้ไปเรียนกับช่างชอบ ซึ่งทำจากกระดาษแข็งมาให้ดู ซึ่งเห็นได้ถึงความุ่งมั่นตั้งใจ รวมไปถึงการพัฒนาฝีมือของน้องพีท
.
นอกเหนือจากการแกะตัวหนังตะลุงแล้วนั้น น้องพีทยังสามารถว่าบทกลอน และสามารถจำจุดเด่นการว่ากลอนการพากษ์ของหนังตะลุงแต่ละตัวได้อีกด้วย น้องพีทเล่าว่าตนเองเคยขอขึ้นไปนั่งดูหนังตะลุงหลังเวที เพราะโตขึ้นตนเองอยากมีโอกาสขึ้นไปนั่งเล่นหนังตะลุงบนเวที ได้มีโอกาสเป็นนายหนังบ้าง ซึ่งต่อจากนี้จะตั้งใจเรียนควบคู่ไปกับการแกะหนังตะลุงเพื่อพัฒนาฝีมือตนเองไปเรื่อยๆ
.
ในขณะที่นายสรวิศ รัตนพันธ์ หรือ ครูชอบ หรือ ช่างชอบ ช่างแกะตัวหนังตะลุง วัย 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 ม.1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร กล่าวว่า ตนเองมีความรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ที่เด็กอย่างน้องพีท ซึ่งอายุเพียง 10 กว่าปี มีความสนใจในศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ และยอมรับในความใฝ่รู้ ค้นคว้าหาสิ่งที่ตนเองอยากรู้ รู้จักใช้โซเชียลอย่างมีประโยชน์ ซึ่งนับว่าเป็นลูกศิษย์ที่มีอายุน้อยที่สุด ที่เคยสอนการแกะหนังตะลุงมา.
.
ครูชอบ กล่าวว่า ถึงแม้น้องพีท จะเป็นเด็ก แต่ความคิดความอ่าน ไม่แพ้ผู้ใหญ่ รู้จักคิดนอกกรอบ ซึ่งดูจากการที่บ่มสอนการแกะ การขึ้นรูป การลงสี ต่างๆ น้องพีทเรียนรู้เร็วมาก ขยันฝึกฝนอย่างขมักเขม่น และยังคิดต่อยอดปรับเปลี่ยนรูปทรง ท่าทางของตัวหนังตะลุงได้ดีอีกด้วย ซึ่งตนเองก็ต้องดีใจกับทางครอบครัวที่เปิดโอกาสและส่งเสริมให้เด็กได้คิดอ่านตามความสนใจของเค้าเอง และเชื่อว่าอนาคตน้องพีท ก็จะเป็นช่างแกะหนังตะลุงอีกคนหนึ่งของภาคใต้ต่อไป
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint