โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ซีสต์รังไข่…อันตรายกว่าที่คิด” ตัวการโรคร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง

Inzpy

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 04.15 น. • inzpy.com

แพทย์เตือนสาว ๆ ยุคใหม่ “ซีสต์รังไข่..อันตรายกว่าที่คิด” ตัวการโรคร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พบสถิติหญิงป่วยเป็นซีสต์รังไข่พบได้ 15% ของจำนวนประชากรผู้หญิงทั่วประเทศ โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.แสงชัย พฤทธิพันธุ์ สูติ-นรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “รังไข่” เป็นอวัยวะชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือ รังไข่มีหน้าที่ผลิตฟองไข่ และมีการตกไข่ ในแต่ละรอบจังหวะที่มีการตกไข่ร่างกายจะสร้างถุงน้ำขึ้นมา หลังจากไข่ตกถุงน้ำก็ยุบ ซึ่งอันนี้คือถุงน้ำรังไข่ที่เกิดขึ้นเป็นปกติทุกเดือน กรณีที่มีการตกไข่ที่ผิดปกติ ตัวอย่างเช่น มีถุงน้ำมีไข่แล้วแต่ไม่ตก หรือไข่ตกไปแล้ว ถุงน้ำไม่ยุบ ก็จะเป็นถุงน้ำทำให้มีปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้

ซีสต์รังไข่ หรือ ถุงน้ำรังไข่ มีทั้งหมด 5 ชนิด

1.ซีสต์ที่เกิดจากการรังไข่ที่ทำงานบกพร่อง

2.ซีสต์เนื้องอก มีลักษณะเป็นก้อนมีน้ำใส หรือน้ำขุ่นอยู่ด้านใน

3.ซีสต์ที่เกิดจากเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ มีน้ำขุ่นผสมเลือดเก่า หรือที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์

4.ซีสต์ที่มีเนื้อเยื่อลักษณะเหมือนเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid Cysts) เช่น เนื้อเยื่อผิวหนัง ไขมัน ผม และฟัน

5.มะเร็ง ซึ่งจะมีองค์ประกอบของน้ำและก้อนเนื้อเยื่อต่าง ๆ

โรงพยาบาลพระรามเก้า

จากสถิติพบว่าผู้หญิงป่วยเป็นซีสต์รังไข่ พบได้ 15% ของจำนวนประชากรผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และวัยหมดประจำเดือน ในบรรดาซิสต์หรือถุงน้ำรังไข่ทั้งหมด จะพบว่าผู้หญิงจำนวน 30-35% ตรวจพบซีสต์ที่เกิดจากรังไข่ทำงานบกพร่อง ตรวจพบเนื้องอกที่รังไข่ ประมาณ 20%ซีสต์ที่เกิดจากเนื้อเยื่อมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์ ประมาณ 15% ซีสต์ที่มีลักษณะเหมือนเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย 15% และตรวจซีสต์มะเร็ง ประมาณ 1-5% ซึ่งจากสถิติดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และวัยหมดประจำเดือนทุกช่วงอายุ มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็น “ซีสต์รังไข่”

สัญญาณของโรค “ซีสต์รังไข่” ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ป่วยเป็นซีสต์รังไข่ จะไม่มีอาการใด ๆ ให้เห็น จะรู้อีกทีเมื่อตอนมาตรวจสุขภาพร่างกาย หรือซีสต์มีขนาดโตมากขึ้น มากกว่าหรือเท่ากับ 5 เซนติเมตร จะทำให้มีอาการปวดท้องน้อย รู้สึกหน่วงท้องประจำเดือนจะเริ่มผิดปกติ มาไม่ตรง มา ๆ หยุด ๆ กะปริบกะปรอย หากก้อนซีสต์โตขึ้นจะไปเบียดอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ ทำให้คนไข้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย ทำให้การขับถ่ายผิดปกติ ท้องผูก หากพบสัญญาณเหล่านี้ให้มาพบแพทย์ เพื่อตรวจทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะหากเกิดภาวะถุงน้ำรังไข่บิดขั้ว จะมีอาการปวดท้องกะทันหัน ปวดรุนแรง คนไข้อาการรุนแรงมาก หรือในกรณีถุงน้ำรังไข่มีอาการปริ แตก จะมีการตกเลือดในช่องท้อง อาจจะเป็นลม ช็อกหมดสติ ถ้าวินิจฉัยไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้

โรงพยาบาลพระรามเก้า

สำหรับขั้นตอนการรักษา แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย เพื่อตรวจดูว่าซีสต์ที่เกิดขึ้นเป็นประเภทไหน มีขนาดเท่าไร ถ้าเป็นถุงน้ำปกติที่ไม่อันตราย ก็ติดตามอาการ ทุก 3-6 เดือน หากตรวจพบว่าเป็นซีสต์เนื้องอก ต้องทำการผ่าตัดรักษาทันที ส่วนถ้าเป็นช็อกโกแลตซีสต์ ก็ต้องทำการผ่าตัดเช่นกัน กรณีมีการบิดขั้ว และปริแตก มีเลือดออก ต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินทันที

“ในปัจจุบันแพทย์ทำการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดมีหลายวิธี ผ่าตัดในยุคก่อนไม่มีกล้อง ก็ต้องเปิดหน้าท้องทุกคนเหมือนผ่าคลอด เพื่อไปเอาถุงน้ำหรือถุงช็อกโกแลตซีสต์ หรือซีสต์ที่เป็นเนื้องอกออก พร้อมเลาะพังผืด แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ คือ การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช เป็นการผ่าตัดด้วยการเจาะรูเล็กๆ บาดเจ็บน้อย ด้านความสวยงามจะมีแผลเป็นรูเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง เป็นการผ่าตัดเสียเลือดน้อยคนไข้ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้เร็ว”

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1270 และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า

บทความที่น่าสนใจ

4 ท่าเบสิคในชีวิตประจำวัน ที่มักทำผิดจนอาจก่อโรคแบบไม่รู้ตัว

บอกรักแม่แบบคุณภาพ ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพ

ดื่ม “ชานม” ทุกวัน ระวังเสี่ยง “นิ่วในไต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...