“หุ้นยุโรป” ไม่หวือหวาแต่มาเรื่อยๆ “ของดี-ราคาไม่แพง”… โมเมนตัมยังมี “ดอกเบี้ยขาลง” หนุน “ศก.-กำไรบจ.” ฟื้นต่อเนื่อง !!!
ลายแทงกองทุน: ไม่เพียงสหรัฐเท่านั้น ที่เข้าสู่ดอกเบี้ยขาลง ก่อนหน้านั้น ทาง “ธนาคารกลางยุโรป” (ECB) เองก็เดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยสู่ขาลงมาก่อนแล้วจาก 4.5% เหลือ 3.4% ในปัจจุบัน
หลังตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลดลงเข้าสู่เป้าหมายปัจจุบันที่ระดับ 1.7% แม้ว่าทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) จะปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนลงรอบล่าสุด แต่ภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังขยายตัวได้ 0.8% ในปีนี้ และ 1.2% ในปีหน้า
“หุ้นยุโรป” เองก็ยังไม่แพง ดัชนี “STOX600” มี Forward 12m P/E ที่ 13.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.5 เท่า ในขณะที่กำไรบจ.ยังโตได้จากปีนี้ที่คาดว่ายังติดลบอยู่ -2% จะกลับเป็นบวกได้ 7% ในปีหน้า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 25 ต.ค. 24)
ปีนี้ “หุ้นยุโรป” ก็บวกเช่นกัน ประมาณ +8.42% นั่นทำให้ภาพรวมของ “กองทุนหุ้นยุโรป” ผลตอบแทนไม่เลวทำได้เฉลี่ย +7.7% กว่า 92% ผลตอบแทนเป็น “บวก” เขียวขจีไปตามๆ กัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นยุโรป” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นยุโรป"…รับวงจร "ดอกเบี้ยขาลง" หนุนศก.ฟื้นตัว
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ เป็นกองทุนที่ “บริหารเชิงรุก” (Active Fund) ทั้งหมด แต่มี “กองแม่” (Master Fund) ที่ต่างกันออกไป ประกอบด้วย
- “KT-EUROSM: กองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน อิควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นขนาดเล็ก” ในกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ยกเว้นสหราชอาณาจักร ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco Continental European Small Cap Equity Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Invesco Management S.A
- ถัดมาเป็น “ES-EG: กองทุนเปิดอีสท์สปริง European Growth” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศยุโรป ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Strategic European Equity Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Wellington Management International Ltd.
- มาต่อกันด้วย “ASP-EUG: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ยุโรป โกรท” ของบลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นยุโรป” ที่บริษัทมีโอกาสเติบโตมากและมีความสามารถในการ reinvest ในอัตราผลตอบแทนที่สูง ผ่านกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Worldwide Pan-European Fund (Class B - EUR Accumulation Shares)’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford Worldwide Funds plc
- ปิดท้ายกันด้วย “UES: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูโรเปี้ยน สมอล แคป ฟันด์” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนระยะยาวใน “หุ้นยุโรป” ขนาดเล็ก ที่มีธุรกิจหรือได้ประโยชน์จากการทำธุรกิจในยุโรป ผ่านกองทุนหลัก ‘Amundi Funds European Equity Small Cap Class I2’ ที่บริหารจัดการโดย Amundi SGR S.p.A
“หุ้นยุโรป” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” ที่สำคัญราคายัง “ไม่แพง” ในขณะที่เศรษฐกิจก็มีแนวโน้มฟท้นตัวเช่นเดียวกับกำไรบจ.ในยุโรปด้วยเช่นกัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจและรับความเสี่ยงได้ก็สามารถแบ่งเงินกระจายลงทุนมาไว้ติดพอร์ตได้เช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน