โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

10 อันดับไวน์ราคาแพงที่สุดในโลก

LSA Thailand

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • Lifestyle Asia Thailand
ไวน์ราคาแพงที่สุดในโลก

ไวน์ราคาแพงที่สุดในโลก ขวดนึง ราคาจะแพงได้ถึงแค่ไหนกันนะ ? แล้วทำไมเหล่านักสะสมไวน์ถึงยอมจ่ายเงินจำนวนหลายหลัก เพื่อที่จะได้มาไว้ในครอบครอง ?

วันนี้ Lifestyle Asia จะพาทุกคนไปรู้จักกับเหล่า ไวน์ราคาแพงที่สุดในโลก ที่จิบแล้วแทบจะลืมหายใจ เงินหายไปเป็นล้าน พร้อมทั้งไขความลับว่า อะไรที่ทำให้ไวน์เหล่านี้มีค่ามีราคาราวกับเพชร

Image Credit : Romanee-conti official website

อันดับ 1 Domaine de la Romanée-Conti 1945

‘โดเมน เดอ ลา โฮรมาเน กงติ 1945’ กับฉายาไวน์ในตำนาน ‘Unicorn of wines’ ที่ปัจจุบันยังคงครองแชมป์ ไวน์ราคาแพงที่สุดในโลก โดยมีราคาประมูลสูงสุดอยู่ที่ 558,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 18 ล้านบาท) และมีเพียง 600 ขวดในโลกเท่านั้น

ซึ่งความพิเศษของไวน์แดงขวดนี้ ผลิตมาจากองุ่นแดงพันธุ์ Pinot Noir ในไร่องุ่นเล็ก ๆ ชื่อว่า Domaine de la Romanée-Conti ในประเทศฝรั่งเศส ที่มีสภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน จึงทำให้มีอุปสรรค์ความยากในการเก็บเกี่ยว แต่น่าแปลกที่ดินกลับมีคุณภาพสูงมาก ทำให้ไวน์ที่ถูกผลิตออกมา มีรสชาติที่ดีแบบยอดเยี่ยม และเมื่อเก็บเกี่ยวองุ่นเสร็จแล้ว ต้นองุ่นเดิมก็จะถูกถอนออก และปลูกต้นใหม่ในทุกครั้ง ทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนาน กว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในแต่ละครั้ง

อันดับ 2 Screaming Eagle Cabernet Sauvignon 1992

‘สครีมมิ่ง อีเกิ้ล กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 1992’ ผลิตจากองุ่น Cabernet Sauvignon ชั้นดี จากไร่องุ่น Napa Valley รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากเป็นไวน์ที่ผลิตได้ในปริมาณที่จำกัด และมีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่ไร่มีสภาพอากาศ ที่เหมาะสมต่อการปลูกองุ่นเป็นอย่างมาก โดยตัวไวน์นั้นมีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อน ด้วยกลิ่นแบล็กเคอร์แรนต์ แฝงด้วยความเผ็ดของ สมุนไพรและทรัฟเฟิล ทำให้ สครีมมิ่ง อีเกิ้ล กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 1992 มีราคาประมูลสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 17 ล้านบาท)

อันดับ 3 Chateau Mouton-Rothschild 1945

‘ชาโต มูตอง ร็อธส์ชิลด์ 1945’ หนึ่งในไวน์ที่ดีที่สุดในโลก จากไร่องุ่น Nathaniel Rothschild แคว้นบอร์โด (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในไวน์ที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 เพราะมีความสำคัญทางประวิตศาสตร์ โดยมีป้ายสัญลักษณ์เป็นตัวอักษร ‘V’ อันโด่งดัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ (Victory) อยู่บนขวด เพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของ สงครามโลกครั้งที่ 2 และเนื่องจากผลิตจำนวนจำกัดเพียงปีละ 3,000 ขวด แถมยิ่งเก่าก็ยิ่งหายาก ทำให้ไวน์ขวดนี้มีราคาประมูลสูงถึง 310,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 10 ล้านบาท)

Image Credit : Chateau Cheval Blanc official website

อันดับ 4 Château Cheval Blanc 1947

เป็นไวน์แดงที่ถูกยกให้เป็น หนึ่งในไวน์ที่ดีที่สุดในโลก จากแคว้น Bordeaux เมือง Saint-Emilion ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งความพิเศษของไวน์ ‘ชาโต เชอวาล บลอง’ นั้น เป็นไวน์ที่เกิดจากความบังเอิญ เพราะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไวน์ผลิตได้น้อย เนื่องจากถังไม้โอ๊คหาได้ยาก และสภาพถังก็ไม่คงทนเท่าไหร่นัก ทำรสชาติของไวน์ไม่คงที่ แต่ในช่วงเวลานั้น ไวน์ชาโต เชอวาล บลอง ที่มีรสชาติสุดพิเศษก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

โดยรสชาติของไวน์ขวดนี้ มีความเข้มข้น ที่เกือบจะเหมือนกับน้ำมัน และมีรสชาติที่แตกต่างออกไปจากไวน์ปกติ มีกลิ่นคล้ายเค้กผลไม้ ช็อคโกแลต หนัง กาแฟ และเครื่องเทศ ผสมผสานกัน ทำให้ไวน์ ชาโต เชอวาล บลอง มีราคาประมูลสูงถึง 304,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 10 ล้านบาท)

อันดับ 5 Chateau Lafite Rothschild 1869

‘ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ชิลด์ 1869’ จากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส เป็นเหล้าองุ่นรุ่นแรก ที่ผลิตโดยตระกูล Rothschild ซึ่งคุณค่าของไวน์ขวดนี้มาจาก อายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน และผลิตจากแหล่งไวน์ชั้นเลิศ ที่ตั้งอยู่ในเมือง Pauillac ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ทำให้ ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ชิลด์ ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งไวน์ Bordeaux ที่ดีที่สุดในโลก ที่มีราคาประมูลสูงถึง 233,972 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 8 ล้านบาท)

อันดับ 6 Chateau Margaux 1787

ไวน์อายุกว่า 230 ปี อย่าง ‘ชาโต มาร์โก 1787’ มีราคาประมูลสูงถึง 212,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 7 ล้านบาท) เป็นอีกหนึ่งไวน์ชั้นเลิศ จากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส ที่รู้จักกันดีในฐานะ หนึ่งในไวน์ที่มีคุณภาพสูงสุดในโลก รวมถึงมีชื่อเสียงเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ซึ่งเป็นนักสะสมไวน์ตัวยง โดยไวน์ขวดนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันของเขามาก่อน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวที่น่าจดจำ เนื่องจากไวน์ขวดนี้แตกด้วยอุบัติเหตุ จากการที่พนักงานเสิร์ฟทำขวดหล่น ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นที่นิวยอร์ก ทำให้ไวน์ขวดนี้ ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า เป็นไวน์ที่มีราคาสูงที่สุดที่เคยแตก เลยทำให้ ชาโต มาร์โก 1787 ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเหล่านักสะสมไวน์

Image Credit : Penfolds Official Youtube

อันดับ 7 Ampoule from Penfolds, Block-42 Cabernet Sauvignon 2004

ไวน์จากประเทศออสเตรเลีย ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้าน ความหรูหรา ในวงการไวน์ ด้วยขวดแก้วรูปร่างพิเศษ ดูแปลกตา ที่บรรจุไว้ในกระจกทำมือ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างไวน์ที่มีคุณภาพสูงและงานศิลปะ ผลิตโดย Penfolds หนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของออสเตรเลีย

Ampoule from Penfolds ทำจากองุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon ที่ปลูกใน Block 42 ของไร่องุ่น Penfolds ซึ่งเป็นแปลงองุ่นเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 120 ปี ซึ่งไวน์จาก Block 42 เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของรสชาติที่เข้มข้นและความซับซ้อน ทำให้ไวน์แอมพูลเป็นหนึ่งในไวน์ Cabernet Sauvignon ที่ดีที่สุดในโลก และมีเพียงแค่ 12 ขวดในโลกเท่านั้น ทำให้มันมีมูลค่าประมูลสูงถึง 168,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 5 ล้านบาท)

อันดับ 8 Chateau Lafite Rothschild 1787

‘ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ชิลด์’ ที่ผลิตในปี 1787 เป็นอีกหนึ่งไวน์ของตระกูล Rothschild ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ที่นอกจากจะเก่าแก่และมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง Thomas Jefferson อดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา

โดยหลายคนเชื่อว่าไวน์ขวดนี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันไวน์ของ Thomas Jefferson มาก่อน เพราะมีตัวอักษรย่อ Th.J. แกะสลักอยู่บนขวด และในปี 1985 ไวน์ขวดนี้ได้ถูกซื้อโดย Malcolm Forbes เจ้าของนิตยสาร Forbes ในราคาประมูลประมาณ 156,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 5 ล้านบาท)

อันดับ 9 Henri Jayer, Vosne-Romanée Cros Parantoux 1999

เป็นไวน์ที่มีชื่อเสียง ที่ผลิตจาก องุ่น Pinot Noir จากแปลงองุ่น Cros Parantoux ในเขต Vosne-Romanée แคว้น Burgundy ประเทศฝรั่งเศส โดย Henri Jayer หนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเบอร์กันดี

ไวน์ Henri Jayer, Vosne-Romanée Cros Parantoux 1999 ถือเป็นตำนานในวงการไวน์ระดับโลก ด้วยวิธีการผลิตไวน์แบบดั้งเดิม ที่เน้นความพิถีพิถัน โดยการหมักองุ่นทั้งลูก และไม่ใช้การกรองน้ำ เพื่อรักษารสชาติและเอกลักษณ์ของไวน์ไว้ รวมถึงใช้ถังไม้โอ๊กใหม่ในการบ่มไวน์ทุกครั้ง ทำให้ไวน์ออกมามีคุณภาพสูง

และเนื่องจากมีการผลิตในปริมาณที่จำกัด ทำให้เป็นที่ต้องการในหมู่นักสะสมไวน์อย่างมาก โดยมีราคาประมูลอยู่ที่ 136,955 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 4 ล้านบาท)

อันดับ 10 Massandra Sherry de la Frontera 1775

เป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของคอลเลกชันไวน์ Massandra ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเลกชันไวน์ที่เก่าแก่ และหายากที่สุดในโลก

ไวน์นี้มาจากโรงผลิตไวน์ Massandra ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไครเมีย (Crimea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียในอดีต ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในถังไม้โอ๊กมาหลายทศวรรษ ก่อนที่จะถูกบรรจุลงขวด แล้วเก็บรักษาไว้ในห้องใต้ดินของ Massandra เป็นอย่างดี

ทำให้ไวน์ Massandra Sherry de la Frontera 1775 มีราคาประมูลสูงถึง 43,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1 ล้านบาท)

Hero Image Credit : Freepik.com by senivpetro

Feature Image Credit : Freepik.com by freepik

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

5 แคว้น Wine Route การเดินทางแห่งรสชาติ ประวัติศาสตร์ ความเป็นเลิศของ ไวน์ฝรั่งเศส

ไวน์เมกเกอร์ Steph Dutton พูดคุยกับนักปรุงไวน์ชั้นเลิศพร้อมจับคู่อาหารอันเลอรส

เบียร์และไวน์แคเลอรี่ต่ำ ดื่มทั้งทีต้องดีต่อสุขภาพด้วย

ประโยชน์ของไวน์ ที่สายดื่ม สายดริงค์ควรรู้

Brad Pitt เปิดตัว Le Domaine Skincare สกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสมจากไร่ไวน์ชั้นนำ

The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...