'อันวาร์' เผยผลแยกวงคุย 'มินอ่องลาย-รบ.เงาเมียนมา' น่าพอใจ หวังปูทางเจรจากันเอง 'เอ็นยูจี' ตั้ง 6 เงื่อนไข
‘อันวาร์’ เผยผลแยกวงคุย ‘มินอ่องลาย-รบ.เงาเมียนมา’ น่าพอใจ หวังปูทางเจรจากันเอง ‘เอ็นยูจี’ ตั้ง 6 เงื่อนไข
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การจัดเจรจาแยกกันระหว่างเขากับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหาร และกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(เอ็นยูจี) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาเมียนมาเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ที่นับเป็นการปูทางครั้งแรกสำหรับการติดต่อโดยตรงระหว่างสองฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งในสงครามกลางเมืองอันยืดเยื้อและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้
“เรามีการติดต่อแยกกันอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าถึงเวลาที่พวกเขาควรจะพูดคุยกันเองได้แล้ว” นายอันวาร์กล่าวกับผู้สื่อข่าว ที่เมืองปุตราจายาเมื่อวันพุธ(21 พ.ค.) และกล่าวว่า เขาหมายถึงประชาชนในเมียนมาควรเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเอง
ทั้งนี้นายอันวาร์ได้พบปะพูดคุยกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ในการหารือแบบปิดที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งมีขึ้นหลังจากเมียนมาประสบภัยพิบัติจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง และหนึ่งวันหลังจากนั้นนายอันวาร์ก็ได้พูดคุยกับกลุ่มเอ็นยูจีทางออนไลน์ โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักถึงการมีส่วนร่วม ซึ่งยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความเต็มใจของมิน อ่อง ลาย ที่จะมีส่วนร่วมในความพยายามเพื่อสันติภาพ แม้เขาจะตราหน้ากลุ่มเอ็นยูจีว่าเป็นผู้ก่อการร้ายก็ตาม
โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมายังไม่ได้ตอบสนองต่อการติดต่อขอความเห็นในเรื่องนี้ของทางรอยเตอร์
ขณะที่นายเน โพน ลัต โฆษกของกลุ่มเอ็นยูจี กล่าวว่า รัฐบาลเงาจะเปิดรับการเจรจากับกองทัพเมียนมา หากยอมตกลงในเงื่อนไข 6 ประการ ซึ่งรวมถึงการก่อตั้งสหภาพประชาธิปไตยแห่งสหพันธรัฐใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่โดยที่กองทัพต้องไม่มีบทบาททางการเมือง และการสร้างกรอบกระบวนยุติธรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
“หากกองทัพเมียนมาตกลง เราจะเจรจากับรัฐบาลทหารเกี่ยวกับการยุติการรัฐประหารและการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ” โฆษกของเอ็นยูจีกล่าว
รอยเตอร์ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่กองทัพเมียนมาที่กุมอำนาจปกครองประเทศเป็นส่วนใหญ่หลังได้รับเอกราช จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวของเอ็นยูจี แต่ความริเริ่มของนายอันวาร์ในนามของกลุ่มอาเซียน ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผู้ปกครองทหารเมียนมาดูเหมือนจะยอมเปิดรับการเจรจา นับจากเมียนมาตกอยู่ในวิกฤตขัดแย้งหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียยังได้เริ่มติดต่อกับกลุ่มติดอาวุธในเมียนมาส่วนหนึ่งด้วย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด
ความริเริ่มดังกล่าวของนายอันวาร์จะครอบงำการประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะมีขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในสัปดาห์หน้า ที่จะมุ่งเน้นหารือถึงความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งนายอันวาร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงการผลักดันของเขาในเรื่องนี้ว่าเป็นความพยายามอย่างจริงจังครั้งแรกในการมีส่วนร่วมโดยกลุ่มอาเซียน
แหล่งข่าวอีก 3 ราย กล่าวว่า การทำงานเบื้องหลังก่อนจะเกิดการเจรจาที่กรุงเทพฯ ได้มีขึ้นมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แต่ภัยพิบัติครั้งนั้นได้เปิดโอกาสให้นายอันวาร์ได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงในประเด็นด้านมนุษยธรรมกับมิน อ่อง ลาย
อย่างไรก็ดี นายจอร์จ เยียว อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของนายอันวาร์ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรมนั้นมีความสำคัญในตัวของมันเอง แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เราจำเป็นต้องมีการหยุดยิง และการหยุดยิงชั่วคราวจะเปิดโอกาสให้เกิดสันติภาพและการปรองดองในอนาคต
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตนักการทูตไทยผู้คร่ำหวอด กล่าวให้ความเห็นถึงประเด็นความขัดแย้งในเมียนมาว่า หากทุกคนเคารพการหยุดยิงและมองเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการนำฝ่ายต่างๆ เข้ามาเจรจา และว่า การเจรจาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเลือกตั้ง หากปราศจากสิ่งนั้นก็จะไม่มีความชอบธรรม เราต้องอยู่บนความเป็นจริงให้เพียงพอที่จะเห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความขัดแย้ง
เมื่อวันก่อนนายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อประเด็นที่อ้างว่ากองทัพเมียนมายังคงถล่มโจมตีกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหาร แม้จะมีการตกลงหยุดยิงหลังเมียนมาเผชิญภัยพิบัติแผ่นดินไหวก็ตาม โดยเลขาธิการอาเซียนกล่าวแต่เพียงว่ายังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ละเมิดการหยุดยิงก่อน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อันวาร์’ เผยผลแยกวงคุย ‘มินอ่องลาย-รบ.เงาเมียนมา’ น่าพอใจ หวังปูทางเจรจากันเอง ‘เอ็นยูจี’ ตั้ง 6 เงื่อนไข
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th