เอกนัฏ กร้าว จับหมด บ.ขนกากพิษ รับลูกฝ่ายค้าน สั่งแจ้งความแล้ว ลั่น รับทุกข้อมูลไม่ต้องใช้ชื่อย่อ
เอกนัฏ กร้าว จับหมดบริษัทขนกากอุตสาหกรรมพิษ ผิดกฎหมาย แม้มีเงินแค่ไหนก็ต้องไปใช้เงินในคุก-ในนรก ลั่นใครมีข้อมูลส่งมาเลยใครบงการ ไม่ต้องใช้ชื่อย่อ ส.,ศ.,ซ.
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 4
เวลา 11.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงว่า การตั้งงบการจัดการกากอุตสาหกรรมเป็นปัญหาใหญ่และเป็นวาระสำคัญของประเทศ เรากำลังปฏิรูปการตั้งอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ต้อนรับนักลงทุนดีๆ เข้ามาในประเทศไทย แต่สิ่งที่เราพบเห็นเป็นสิ่งที่สุดส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยคือ ภาพของกล่องขยะขนาดมหึมาที่เป็นอนุสรณ์สถาน ถูกทิ้งไว้เป็นภาพเตือนใจคนไทย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็น รมว.อุตสาหกรรม โดยมีกลุ่มธุรกิจที่ไม่หวังดีต่อประเทศ ทั้งกลุ่มทุน กลุ่มนักธุรกิจคนไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมกับขบวนการเหล่านี้ อ้างตัวว่าเป็นคนรักโลก ทำธุรกิจคัดแยกขยะ จัดการกับของเสีย นำของเสียไปแปลงสภาพรีไซเคิลกลับมาเป็นของดี แต่ในความเป็นจริงที่พบเห็นธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินการตามที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีไว้ เช่น โรงงานวิน โพรเซส ที่ จ.ระยอง ที่ต้องนำของเสียมาแปลงสภาพเป็นของดี แต่ในสภาพความเป็นจริงไม่เคยนำของเสียไปแปลงสภาพเลย สร้างมลภาวะ มลพิษต่อประชาชนใกล้เคียง ทั้งที่การทำธุรกิจอุตสาหกรรมต้องไม่กระทบต่อพี่น้องประชาชน
นายเอกนัฏกล่าวว่า ตนใช้ทุกเวทีในการพูดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญของปัญหา จนปี’69 ได้งบให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม จาก 17 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท ผูกพันปี’70 อีก 400 กว่าล้านบาท ขอให้สบายใจว่าปัญหาที่เราพบจะได้รับการแก้ไข แต่เราต้องระมัดระวังไม่ให้การนำงบ ซึ่งเป็นภาษีของประชาชนไปใช้ในลักษณะเหมือนกับเป็นการอุดหนุนจุนเจือกลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านั้น ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการจับกุม ปราบปรามธุรกิจสีเทาเหล่านี้มาก และขอให้มั่นใจว่าตั้งแต่ทำงานการจับกุมเราไม่มีการปล่อยปละละเลย ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมเราก็ขยายต่อ
นายเอกนัฏกล่าวว่า เมื่อวาน (30 พฤษภาคม) ที่ ส.ส.ฝ่านค้านพูดถึงรถขนกากอุตสาหกรรมที่ จ.ระยอง ที่มีสติ๊กเกอร์ มีทะเบียนของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ตนไม่เคยละเลยกับข้อมูลทุกข้อมูลที่ได้มาไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและประชาชน ผมทำงานรับข้อมูล คือข้อมูลมาประกอบการทำงานหมด เมื่อคืนได้ให้อุตสาหกรรมจังหวัดไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เรียบร้อยแล้ว โดยนำข้อมูลทั้งหมดที่สมาชิกอภิปรายไปแจ้งความเพื่อที่จะดำเนินคดีกับรถยนต์ที่ขนกาก และนำสำนวนเหล่านั้นส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปประกอบการพิจารณาด้วย
“เพราะฉะนั้น ใครก็ตามกระทำความผิดกฎหมายไทย เรามีศัตรูคนเดียวกัน ผมทำงานอยู่ตรงนี้ไม่เคยกลัวใคร ถึงจะถูกกดดันจากภายนอกภายในหนักขนาดไหน ผมมีภารกิจ มีหน้าที่ที่ผมต้องทำถ้าท่านมีข้อมูลเพิ่มเติมส่งมาเลย ไม่ต้องเป็นตัวอักษรย่อ ส., ศ., ซ. บอกชื่อมาเลยว่ามันผู้นั้นคือใคร เป็นใครที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้ ผมจะจับให้หมดทุกอย่าง ผมไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีสุดซอยแค่ชื่อ แต่ผมทำจริง ดังนั้นส่งข้อมูลมาเลย ผมจัดการแน่นอน และกลุ่มธุรกิจที่ทำผิดเหล่านี้ผมขอประกาศไว้ล่วงหน้าเลยว่าไม่ปล่อยปละละเลย วันนี้ก็ยังออกอยู่เลย ใบอนุญาต 105, 106 ถ้าออกไปแล้ว แล้วไปกระทำผิด เดี๋ยวผมจะระงับหมด ปิดประตูหมด หากยังทำผิดอยู่อีกถึงท่านจะมีเงินขนาดไหน ที่เดียวที่ท่านสามารถใช้เงินของท่านได้คือในคุก อย่างวิน โพรเสส ก็เข้าไปในคุ ก ตายในคุก ถ้าอย่างนั้นก็ไปใช้เงินที่นรก เพราะท่านกำลังทำธุรกิจที่เป็นพิษและทำร้ายพี่น้องประชาชนคนไทย” นายเอกนัฏกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกนัฏ กร้าว จับหมด บ.ขนกากพิษ รับลูกฝ่ายค้าน สั่งแจ้งความแล้ว ลั่น รับทุกข้อมูลไม่ต้องใช้ชื่อย่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th