โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : PTG แนวโน้มธุรกิจแข็งแกร่ง ค่าการตลาดทรงตัวระดับสูง ราคาน้ำมันลด หนุนดีมานด์

Share2Trade

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • Share2Trade

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เติบโตต่อเนื่อง อนาคตสดใส หลังค่าการตลาดเพิ่มขึ้น ตามสถานะกองทุนน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น หนุนผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี โบรกเกอร์แนะนำ “ซื้อ”

PTG_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ประกอบการธุรกิจน้ำมันภายใต้แบรนด์ PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักติด Top 3 ของอุตสาหกรรม และจากการลงทุนที่มีทั้งธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ทำให้เป็นหุ้นที่โบรกเกอร์ยังคงให้คำแนะนำเข้าลงทุน

บล.ดาโอ ออกบทวิเคราะห์ หุ้นPTG หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจพลังงานของไทย เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT ที่ครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกน้ำมันเป็นอันดับ 2 โดยระบุว่า บริษัทปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) แต่คงราคาเป้าหมายที่ 8.50 บาท อิง PER 13X หรือเทียบเท่ำ -1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประเมินแนวโน้มแรงกดดันค่าการตลาดลดลงจากสถานะกองทุนน้ำมันที่ดีขึ้นและแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของปีจากภาวะ supply ที่เพิ่มขึ้นแต่ demand ฟื้นตัวช้าจะเป็น catalyst ให้กับหุ้น

ทั้งนี้ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 166 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน และ 27% จากไตรมาสก่อน ลดลงทั้งจากปีก่อน และไตรมาสก่อน จาก Oil sales volume ที่ไม่โต ลดลง 2% จากปีก่อน, ทรงตัว จากไตรมาสก่อน

ส่วนค่าการตลาดอยู่ที่ 1.60 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 3%จากปีก่อน ลดลง 3% จากปีก่อน ส่งผลให้ GP โดยรวมเติบโตเพียง 12% จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน เพี่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน จากการขยายธุรกิจและเงินสนับสนุนงาน Motor GP คอยกดดัน เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 19% จากปีก่อน

สมมติฐานหลักค่าการตลาดที่ระดับ 1.65 บาท/ลิตร ในขณะที่ oil sales volume เติบโตที่ราว +5% ทั้งนี้ค่าการในเดือน เม.ย. กลับขึ้นมาในกรอบ 1.7-1.8 บาท/ลิตร มีโอกาสที่จะทรงตัวในระดับสูงในช่วงที่เหลือของปีได้จากสถานะกองทุนน้ำมันที่ดีขึ้นและแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงลดแรงกดดัน ช่วยหนุนผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี

ราคาหุ้นเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1-3 เดือน และปัจจุบันเทรดอยู่ PER 11X และอยู่ใน PER band -1.5SD ต่ำสุดในช่วง 7 ปี ในขณะที่ค่าการตลาดมีแรงกดดันน้อยลงจากสถานะกองทุนน้ำมันที่ดีขึ้นกอปรกับแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะเป็นปัจจัยให้หุ้นกลับมา outperform ตลาดได้

ซึ่งการวิเคราะห์ของบล.ดาโอ เป็นไปในทิศทางเดียวกับการวิเคราะห์ของบล.ฟิลลิป ที่คาดกำไรไตรมาส1/68 ลดลง จากไตรมาสก่อน, จากปีก่อน ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 1/68 อยู่ระดับ 164 ล้านบาท ลดลง 28% จากไตรมาสก่อน 36% จากปีก่อน

ปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลงและ SG&A เพิ่มขึ้น โดยคาดกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1.62 บาท/ ลิตร หรือ-1.8% จากไตรมาสก่อน ด้านปริมาณขายน้ำมันคาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งนี้คาดมีปัจจัยหนุนจากกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ตามการเพิ่มสาขาของกาแฟพันธุ์ไทย +32% จากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามคาด SG&A ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13%จากไตรมาสก่อน ตามการขยายสาขาและค่าสปอนเซอร์ Moto GP โดยรวมทำให้คาดว่า กำไรลดลง q-q, y-y

ค่าการตลาดเริ่มมีปัจจัยหนุน: จากการที่กบน.ได้มีมติให้ลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากฐานะกองทุนน้ำมันที่ติดลบลดลง คาดว่าจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อค่าการตลาด และมีสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี ดังนั้นมองว่าหากหุ้น ปรับตัวลงสะท้อนงบไตรมาส 1/68 ที่อ่อนตัวจะเป็นจังหวะเข้าสะสม และคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...