สุนทรพจน์ของ ‘โรเบิร์ต เดอ นีโร’ นักแสดงวัย 81 ระหว่างขึ้นรับรางวัลเกียรติยศในเทศกาลหนังเมืองคานส์ แสดงจุดยืนต่อต้านมาตรการการเก็บภาษีหนังต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์
ระหว่างขึ้นรับรางวัลปาล์มทองคำเกียรติยศที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในวัย 81 ปี โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) นักแสดงอาวุโสแห่งฮอลลีวูด ได้ก้าวขึ้นมารับรางวัลพร้อมกล่าวสุนทรพจน์อัน เรียกประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น ‘ประธานาธิบดีผู้ไร้วัฒนธรรม’ และเป็น ‘ปรปักษ์ต่อวงการศิลปะ’ แสดงจุดยืนต่อต้านมาตรการการเก็บภาษีสุดโหดจากหนังต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ด้วยก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เริ่มเดินหน้าเล่นเกมภาษีนำเข้ากับประเทศทั่วโลก ได้ลามมาถึงมาตรการที่เขาประกาศว่าจะทำการเก็บภาษีนำเข้า 100% สำหรับหนังจากต่างประเทศที่ไม่ได้สร้างในอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ว่าอุตสาหกรรมหนังของอเมริกาตอนนี้กำลังเข้าสู่วิกฤติ ซึ่งวิธีนี้จะป็นการช่วยปกป้องอุตสาหกรรมหนังฮอลลีวูดของอเมริกาได้ เพราะเขายังมองว่าหนังจากต่างประเทศถือเป็น ‘ภัยคุกคาม’ ต่อความมั่นคงของชาติ (!?) และตั้งใจทำให้ “ภาพยนตร์ที่ผลิตในอเมริกา กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”
นี่คือหนึ่งในผลพวงจากการขยายวงนโยบายจัดเก็บภาษีสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่เพียงแค่กำลังลามมากระทบถึงอุตสาหกรรมบันเทิง แต่ในแง่ของการที่ ‘หนัง’ ยังเป็นหนึ่งในผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ และเป็นงานศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่อาจชี้วัดคุณค่าในด้านอื่นๆ และมีความหมายต่อมวลมนุษย์มากกว่านั้น หลายคนจึงมองว่า มาตรการภาษีของทรัมป์จึงอาจนำมาสู่ผลกระทบในทางลบมากกว่าในทางบวก
เช่นเดียวกับบรรดานักแสดง คนทำหนัง รวมถึงคนเบื้องหลังในอุตสาหกรรมนี้ต่างออกมาเคลื่อนไหวต่อเรื่องนี้ นักแสดงผู้โรเบิร์ต เดอ นีโร เองก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวแสดงจุดยืนของตัวเองเช่นกันในสุนทรพจน์ของเขาบนเวทีเมืองคานส์ล่าสุดที่ผ่านมา
“เราตีราคางานสร้างสรรค์แบบนั้นไม่ได้หรอก แต่เรากำลังจะไปเก็บภาษีเอากับสิ่งนั้น ซึ่งแน่นอนว่ายอมรับไม่ได้เลย ทั้งหมดนี้กำลังเป็นการโจมตีที่ยอมรับไม่ได้”
“ที่ประเทศของผม เราต่อสู้กันแทบตายกว่าจะได้ความเป็นประชาธิปไตยซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยมองข้ามมัน และนั่นเองที่มันกระทบเราเต็มๆ เพราะศิลปะก็คือประชาธิปไตย ศิลปะคือการหลอมรวมความหลากหลายที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ศิลปะมองหาความจริง ศิลปะโอบรับความแตกต่าง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมศิลปะถึงเป็นภัยคุกคาม ทำไมพวกเราถึงเป็นภัยคุกคาม ต่อพวกเผด็จการและฟาสซิสต์”
เดอ นีโรกล่าวด้วยว่าประธานาธิบดีของอเมริกาคือ ‘คนเถื่อน’ ผู้ไร้ซึ่งวัฒนธรรมที่ตัดงบประมาณสนับสนุนในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่วงการศิลปะ ยันแวดวงที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์ ดังที่เราจะเห็นตลอดในช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงบด้านสิทธิมนุษยน ด้านสาธารณสุข ไปจนถึงด้านการศึกษาวิจัยที่แน่นอนว่ามันได้ส่งผลกระทบไปเรียบร้อยแล้วกับทั่วโลก
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่คุณปู่เดอ นีโร ไม่นิ่งเฉย เขาเป็นนักแสดงเบอร์ใหญ่ของฮอลลีวูดอีกคนหนึ่งที่แสดงออกชัดเจนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าอยู่ขั้วตรงข้ามกับนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์มาโดยตลอด แม้ว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและการทำงานของนักการเมืองหลายต่อหลายครั้งจะทำให้ตัวเขาเองต้องตกเป็นเป้าความเกลียดชังของบรรดาผู้สนับสนุนก็ตาม
“ใช่แหละ บางครั้งคุณก็ต้องกังวลกับมันบ้างเหมือนกัน แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะคิดเรื่องนั้นแล้ว หากคนคนหนึ่งเป็นคนชอบใช้อำนาจรังแกคนอื่น เราก็ไม่ควรให้เขาเป็นฝ่ายชนะ เพราะถ้าเขารังแกคุณโดยเอาเงินคุณไปได้ในวันหนึ่ง เขาก็จะต้องขอมากขึ้นอีกในวันถัดไป คุณจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาสู้ แล้วผมเองก็คงมองหน้าตัวเองไม่ได้หรอก ถ้าผมมัวแต่ปิดปากเงียบไม่พูด” ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian หลังจากการขึ้นรับรางวัลปาล์มทองคำ “เราต้องหยุดไอ้สิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ เพราะมันบ้าเกินไปแล้ว เราไม่แยแสและมัวแต่เงียบไม่ได้”
“ผมไม่คิดว่าอุตสาหกรรม (หนัง) จะไม่อยู่ข้างๆ ผม แต่การที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ พวกเขาต้องตัดสินใจแล้วว่าจะยอมจำนนหรือ ‘Say No!’ มีหลายมหาวิทยาลัยที่ปฏิเสธ มีหลายองค์กรที่ไม่เอานโยบายนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ต่อไป ให้พวกเขากล้าหาญและกล้าที่จะสู้ด้วย”
โรเบิร์ต เดอ นีโร นับเป็นคนวัย 81 ปีที่ยังคงไม่หยุดสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะคนทำงานเบื้องหลังผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน การออกมาส่งแมสเสจแสดงจุดยืนของเขาจึงอาจเป็นการเตือนให้เรารู้ว่านี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับวงการหนังอเมริกัน หรือกับชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ผลกระทบจากเกมการเมืองอันแข็งกร้าวของอเมริกาที่มีต่อชาติอื่นๆ ทั่วโลก จะกระทบมาถึงเราด้วยอย่างแน่นอนในทางใดทางหนึ่ง และในฐานะพลเมืองของโลก มันก็อาจจะจำเป็นที่เราทำอะไรสักอย่าง ‘ด้วยกัน’ ด้วยสิ่งที่คุณปู่เดอ นีโรบอกว่า “ไม่ใช่ความรุนแรง หากแต่เป็นแพชชั่นและความตั้งใจที่ดี” นี่ละ
อ้างอิง
https://www.instagram.com/p/DJmrHJyN3em/
https://www.theguardian.com/film/2025/may/15/robert-de-niro-on-battling-age-apathy-and-trump
https://www.bbc.com/thai/articles/c9vewmj7jw3o
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- สุนทรพจน์ของ ‘โรเบิร์ต เดอ นีโร’ นักแสดงวัย 81 ระหว่างขึ้นรับรางวัลเกียรติยศในเทศกาลหนังเมืองคานส์ แสดงจุดยืนต่อต้านมาตรการการเก็บภาษีหนังต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์
- #BringOysterBack แฟนคลับต่างชาติทวงคืนหอยนางรม หลังชาวเน็ตเกาหลีทัวร์ลงทีเซอร์มินิอัลบั้มของไอรีนและซึลกิ ที่สื่อนัยยะถึง ‘กี’ จนค่ายต้องลบภาพทิ้ง
- ‘in the minor of everything’ งานแสดงละครเชิงสารคดีกึ่งคอนเสิร์ตที่ SILVY และ MAMIO จะอยู่บนเวทีเดียวกัน ในเทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย H0M0HAUS 2025
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com