จับตาราคาทองคำ! มั่นใจปีนี้ยังเป็นขาขึ้น ลุ้นทดสอบ 55,000 บาทอีกครั้ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 06.01 น. • The Bangkok Insightจับตาราคาทองคำ! YLG มั่นใจปีนี้ภาพรวมยังเป็นขาขึ้น ลุ้นทดสอบ 55,000 บาทอีกครั้ง เหตุนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ หลังเกิดปรากฎการณ์ Sell America
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG กล่าวว่า ราคาทองคำเริ่มกลับมายืนเหนือ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาแกว่งตัวจากการขายทำกำไรรับข่าวสถานการณ์ตึงเครียดหลายด้านผ่อนคลายลงทั้งการร่างข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่กับยูเครนกำลังมีความคืบหน้า อย่างไรก็ดี ล่าสุดราคาทองคำได้รับความสนใจอีกครั้งจากแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ส่งผลให้เกิดกระแส Sell America หรือ การขายการลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หุ้นสหรัฐ และดอลลาร์
ประกอบกับมีความเคลื่อนไหวของอิสราเอลที่ยังเดินหน้าโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางฝั่งรัสเซีย-ยูเครน แม้กำลังอยู่ในช่วงความหวังในการเจรจาสันติภาพ แต่ล่าสุดทางรัสเซียยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ (25 พ.ค.) ซึ่งทำให้ "โดนัล ทรัมป์" แสดงความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย ปัจจัยเหล่านี้จึงช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ดีสถาบันการเงินชั้นนำในต่างประเทศได้ประเมินว่าปรากฎการณ์ Sell America ถือว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น โดยความกังวลรอบนี้ถูกกระตุ้นจากบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody's) ที่ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของสหรัฐ จาก Aaa เป็น Aa1 และประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐ โดยระบุว่าการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐเพื่อให้สอดคล้องกับระดับหนี้สิน อีกทั้งยังมีร่างกฎหมายที่ต้องจับตา ซึ่งถูกผลักดันโดย "ทรัมป์" ให้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสหรัฐ และกำลังอยู่ในกระบวนการในสภาคองเกรส หลังโหวตผ่านสภาล่างแล้ว และหากสำเร็จจะทำให้รัฐบาลสหรัฐมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 36.9 ล้านล้านดอลลาร์
จากสถานการณ์ความกังวลต่อเศรษฐกิจจากภาระหนี้สินของสหรัฐ และประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มากระตุ้นความผันผวน ส่งผลให้เงินทุนกลับมาไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โดย YLG มองว่าราคาทองคำปีนี้ภาพรวมจะยังคงเป็นขาขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าระหว่างทางจะมีแรงเทขายออกมาเป็นระยะ ๆ แต่หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 3,250-3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็จะยังไม่เสียโมเมนตัมขาขึ้นในระยะกลาง
"ยืนยันเป้าหมายระดับราคาของทองคำปีนี้จะไปได้ถึง 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ตามเดิม ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ มองเป้าหมายที่ 54,000-55,000 บาทต่อบาททองคำ (โดยคำนวนจากค่าเงินบาทในช่วง 32.50-33.10 บาทต่อดอลลาร์)" นางพวรรณ์ ระบุ
สำหรับคำแนะนำในการลงทุนทองคำในช่วงนี้ YLG แนะนำ ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำแต่มีเงินลงทุนเริ่มต้นจำกัด YLG ได้เปิดให้บริการ Gold Wallet บริการซื้อขายทองคำแท่ง 99.99% ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ด้วยราคาเรียลไทม์ ซื้อขายทองต่อครั้งด้วยขั้นต่ำ 0.1 ออนซ์ สูงสุดแบบเต็มเพดาน ได้สูงสุดถึง 700 ออนซ์ หรือ 20 กิโลกรัม
ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการลงทุนระยะยาวนั้นแนะนำสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการสะสมทอง และเข้าถึงราคาทองได้หลากหลาย อีกทั้งปัจจุบันยังสามารถตั้งเวลาซื้อล่วงหน้าได้อีกด้วย สำหรับนักลงทุนมือใหม่วายแอลจีแนะนำแอปพลิเคชัน Get Gold by YLG ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง
โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- YLG ชี้ราคาทองผันผวน แต่ลงไม่ลึก ลุ้นแตะเป้าหมายปีนี้ 3,600-3,700 ดอลลาร์
- YLG มองราคาทองคำยัง All Time High ได้ต่อ แม้มีแรงขายสลับ สั่งจับตา ‘ทรัมป์’
- YLG ชี้ราคาทองคำโมเมนตัมแกร่ง ขยับเป้าหมายพุ่งเป็น 3,200 ดอลลาร์
ติดตามเราได้ที่