โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดด่านชายแดน ทำคนถูกหลอกลวงน้อยลง ธปท. ชี้เทคโนโลยี AI ทำให้โจรมีความสามารถสูงขึ้น แนะวิธีการป้องกันตัวจากมิจฉาชีพออนไลน์

The Structure

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 23.34 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • The Structure

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่บทความเรื่อง “AI กับโลกไซเบอร์: เสี่ยงภัย X ปลอดภัย” โดยมีใจความโดยสรุปว่า ในปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายด้าน ทั้งการศึกษา งานวิจัย และในภาคธุรกิจ แต่ก็รวมถึงมิจฉาชีพที่ใช้ AI ในการหลอกลวง จนทำให้กลายเป็นภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

มีการใช้ AI ในการสร้างสื่อปลอมแปลง เช่น Deepfake ที่สามารถสวมรอยบุคคลที่มีชื่อเสียง เพื่อใช้ในการหลอกลวง ซึ่งเหยื่อของมิจฉาชีพไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ระดับบุคคล แต่ในสหราชอาณาจักร เคยมีกรณีที่บริษัทวิศวกรรม ถูกหลอกเอาเงินไปมากถึง 20 ล้านปอนด์ (ราว 882 ล้านบาท)

และในปัจจุบันมิจฉาชีพสามารถใช้ AI ในการรับข้อมูลและความสนใจส่วนตัวของเหยื่อ เพื่อใช้ในการปรับแต่งเนื้อหาและรูปแบบการสื่อสารให้ตรงจริตของเหยื่อ และในอนาคตข้างหน้าอาจจะเลยเถิดไปถึงการใช้ AI สร้างโลกคู่ขนาน multiverse ไปหลอกลวงเหยื่อได้

นอกจากนี้ พัฒนาการของ AI ทำให้มิจฉาชีพมีต้นทุนที่ใช้ในการหลอกลวงได้ถูกลง ในขณะที่ประสิทธิภาพการหลอกลวงสูงขึ้น เจาะจงกลุ่มเป้าหมายระดับรายบุคคลได้ และในอนาคตจะสามารถปลอมแปลงเป็นบุคคลที่ไม่มีอยู่จริง จนทำให้ไม่สามารถติดตามจับกุมได้

สำหรับขั้นตอนการใช้งาน AI ของมิจฉาชีพมีดังนี้

1 เล็งเป้า: ใช้ข้อมูลจาก Dark Web เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมออนไลน์ของเหยื่อ และหาช่องทางขโมยตัวตน (Identity) ผ่าน Web scraping, Data Analytics, และ Phishing email

2 ติดต่อและสานสัมพันธ์: ปลอมแปลงสถานะทางสังคม ใช้ Identity Theft และ Deepfake ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์, SMS, Instant Messaging, Phishing email, และ Chatbot

3 ลงมือ (Hook): หลอกให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีม้า ผ่าน Payment หรือ Fake website และตัดการติดต่อเมื่อเหยื่อรู้ตัว

ธปท. แนะนำแนวทางการป้องกันภัยจาก AI ของมิจฉาชีพดังนี้

– ปิดกั้นข้อมูลส่วนตัว: ไม่ให้คนต้องสงสัยเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ง่าย

– ตรวจสอบผู้ติดต่อ: ใช้ Caller ID screening, Digital ID proofing, Deepfake detection, Phishing email detection, และ Family secret code

– ระงับบัญชี: แจ้งระงับบัญชีทันทีเมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัยในการชำระเงินออนไลน์

– สร้างความตระหนักรู้: รณรงค์และให้ความรู้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย เพื่อรับมือกับมิจฉาชีพ

ธปท. ยังรายงานด้วยว่าขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติมีจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเงินจากเครือข่ายธุรกิจการพนันในเอเชียตะวันออก และในปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายมายังประเทศเพื่อนบ้านของไทย ภายหลังจากที่ถูกปราบปรามในประเทศต้นทาง

ในส่วนของประเทศไทย พบว่ามีศูนย์กลางการดำเนินการในพื้นที่ตะวันออก เพราะอยู่ใกล้สนามบินและคนในพื้นที่มีความคุ้นเคยในการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติที่นำเงินเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก จึงไม่รู้สึกผิดสังเกตในการทำธุรกรรมกับกลุ่มทุนมิจฉาชีพที่ทำธุรกิจบังหน้า

ต่างจากในภาคเหนือที่กลุ่มทุนมิจฉาชีพจะต้องเก็บตัวอย่างมิดชิดและนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์มากกว่าการเปิดธุรกิจโดยตรง

ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดที่ติดตามประเมินผลจากการปิดชายแดนไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเจ้าหน้าที่ในท้องที่ได้รับการร้องเรียนลดลงอย่างชัดเจน แต่มิจฉาชีพอาจเคลื่อนย้ายการปฏิบัติการได้ จึงต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามร่วมกับมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวด

ธปท. รายงานว่า จากผลการศึกษาล่าสุดพบว่าเส้นแบ่งระหว่างเหยื่อและมิจฉาชีพเริ่มบางลงจนทำให้คนที่เผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอาจตัดสินใจเข้าร่วมกับมิจฉาชีพได้ และเป็นที่น่ากังวลว่าคนรุ่นใหม่ในยุค post-modern ที่ต้องอยู่ในสังคมที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ในขณะที่ค่านิยมด้านศีลธรรมทางสังคมอ่อนแอลง อาจถูกผลักดันให้จำต้องเข้าร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเห็นว่าสำคัญกว่าเรื่องคุณธรรม

#TheStructure
#TheStructureNews
#AI #แก๊งคอลเซ็นเตอร์

#ธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านรายงานฉบับเต็มของ ธปท.: https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-20250703.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...