UN ถกเดือด “รัสเซีย-จีน” ประณามสหรัฐ หลังถล่มนิวเคลียร์อิหร่าน
ผู้นำ UN เตือนโลกเสี่ยงวิกฤตครั้งใหญ่ จีน-รัสเซีย ประณามสหรัฐ หลังโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน ยืนกรานต้องหยุดอิหร่าน ด้านอิสราเอลชี้ถึงเวลาแนวป้องกันสุดท้าย
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 04.49 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีของสหรัฐต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่รัสเซีย จีน และปากีสถานเสนอให้ที่ประชุม 15 ประเทศออกมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในตะวันออกกลางอย่างทันทีและไม่มีเงื่อนไข
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงเมื่อวันอาทิตย์ว่า"การทิ้งระเบิดใส่สถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่อันตราย เราต้องดำเนินการทันทีและเด็ดขาดเพื่อหยุดยั้งการสู้รบ และกลับเข้าสู่การเจรจาอย่างจริงจังและต่อเนื่องเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน"
ขณะที่ทั่วโลกต่างจับตาปฏิกิริยาของอิหร่าน หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่าสหรัฐได้ทำลายล้างสถานที่นิวเคลียร์สำคัญของเตหะราน โดยปฏิบัติการครั้งนี้สหรัฐร่วมกับอิสราเอล ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่สุดของชาติตะวันตกต่ออิหร่าน นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979
รัสเซียและจีนออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐ
นายฟู่ ฉง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า "สันติภาพในตะวันออกกลางจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้กำลัง วิธีการทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่หมดหนทาง และยังมีความหวังสำหรับทางออกอย่างสันติ"
ในขณะที่นางโดโรธี เชีย รักษาการเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงเรียกร้องให้อิหร่านยุติความพยายามทำลายล้างอิสราเอล และยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
"อิหร่านปิดบังโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนมานาน และเพิกเฉยต่อความพยายามเจรจาโดยสุจริตของเรา อิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"
ด้าน นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำสหประชาชาติ กล่าวย้ำถึงเหตุการณ์ในปี 2003 ที่อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นายคอลิน พาวเวลล์ เคยกล่าวอ้างต่อคณะมนตรีความมั่นคงว่าประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ของอิรักมีอาวุธเคมีและชีวภาพ ซึ่งสุดท้ายพิสูจน์ไม่ได้
"ตอนนี้เรากำลังถูกขอให้เชื่อในนิทานของสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อสร้างความทุกข์ยากให้กับชาวตะวันออกกลางนับล้านคน นี่ตอกย้ำความเชื่อของเราว่าสหรัฐไม่ได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนในอดีตเลย"
อิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอให้จัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงในครั้งนี้
นายอาเมียร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวหาอิสราเอลและสหรัฐฯ ว่าทำลายโอกาสทางการทูต พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐว่าไร้หลักฐาน และกล่าวว่า สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ (NPT) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
"แทนที่จะรับประกันสิทธิอันชอบธรรมของแต่ละประเทศในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ สนธิสัญญาดังกล่าวกลับถูกใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานและการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศของข้าพเจ้า"
ด้านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ นายแดนนี่ แดนอน กล่าวชื่นชมสหรัฐที่ดำเนินการกับอิหร่าน โดยระบุว่า"นี่คือแนวป้องกันสุดท้าย เมื่อแนวทางอื่น ๆ ล้มเหลวหมดแล้ว"
นอกจากนี้เขากล่าวหาอิหร่านว่า ใช้การเจรจาโครงการนิวเคลียร์เป็นฉากบังหน้าเพื่อถ่วงเวลาในการสร้างขีปนาวุธและเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หากไม่ดำเนินการใด ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะหายนะ อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือโทษประหารสำหรับพวกคุณเช่นเดียวกับสำหรับพวกเรา
ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการลงมติเมื่อใด
ทั้งนี้ รัสเซีย จีน และปากีสถาน ได้ขอให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแสดงความคิดเห็นต่อร่างมติดังกล่าวภายในเย็นวันจันทร์นี้ ทั้งนี้การจะให้มติผ่านได้ ต้องมีคะแนนเสียงอย่างน้อย 9 จาก 15 เสียง และต้องไม่มีการใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) จากสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย และจีน
สหรัฐคาดว่าจะคัดค้านร่างมติที่รอยเตอร์ได้เห็น ซึ่งมีเนื้อหาประณามการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐหรืออิสราเอลอย่างชัดเจน
นางบาร์บารา วู้ดเวิร์ด เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า "การดำเนินการทางทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปสู่ทางออกที่ยั่งยืนของความกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ เราขอเรียกร้องให้อิหร่านแสดงความยับยั้งชั่งใจ และเราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อหาทางออกทางการทูตที่หยุดยั้งการยกระดับความขัดแย้งและยุติวิกฤตนี้"
นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้แม้จะสามารถเห็นหลุมระเบิดบริเวณสถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ภูเขาที่เมืองฟอร์โดว์ แต่ยังไม่มีใคร รวมถึง IAEA ที่สามารถประเมินความเสียหายใต้ดินได้
กรอสซีกล่าวว่า ทางเข้าอุโมงค์ที่ใช้เก็บวัสดุเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในคอมเพล็กซ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่เมืองอิสฟาฮานดูเหมือนจะถูกโจมตี และโรงงานเสริมสมรรถนะที่เมืองนาตานซ์ก็ถูกโจมตีอีกครั้ง
"อิหร่านแจ้ง IAEA ว่า ไม่มีการเพิ่มขึ้นของระดับกัมมันตภาพรังสีภายนอกพื้นที่ทั้งสามแห่ง" กรอสซีกล่าว
อ้างอิง : reuters.com