โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ศาลโลก” คือใคร ? ชี้ขาดได้แค่ไหน ทำไมถึงกลายเป็นความหวังของกัมพูชา !

BT Beartai

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.03 น.
“ศาลโลก” คือใคร ? ชี้ขาดได้แค่ไหน ทำไมถึงกลายเป็นความหวังของกัมพูชา !

จากกรณีข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาได้จุดประเด็นเรื่องการครอบครองดินแดนอีกครั้ง โดยล่าสุดกัมพูชาได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกในปมพิพาทชายแดน 4 จุดสำคัญ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันครบรอบของการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ปี พ.ศ. 2505 ที่ในครั้งนั้นประเทศไทยได้แพ้คดีต่อกัมพูชา โดยมาจากคำตัดสินของศาลโลก และนำมาซึ่งผลของการที่ไทยต้องเสียปราสาทพระวิหารให้กับทางกัมพูชา

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่า “ศาลโลก” ที่มีบทบาทในการตัดสินข้อพิพาทระหว่างประเทศ แท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไร ?

ศาลโลก ทำหน้าที่อะไร มีอำนาจพิจารณาคดีใด ?

“ศาลโลก” ที่เราได้ยินจนคุ้นหูและเรียกจนชินปาก จริง ๆ แล้ว มีชื่อเป็นทางการคือ “ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)” หนึ่งใน 6 องค์กรหลักของสหประชาชาติ (UN) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1945 และตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีหน้าที่หลัก คือชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างประเทศต่าง ๆ
และให้ความเห็นทางกฎหมายในประเด็นที่เสนอโดยองค์กร UN อื่น ๆ

ที่สำคัญศาลโลกเป็นองค์กรอิสระจาก UN ถือเป็นศาลระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวที่พิจารณาข้อพิพาทระหว่าง 193 ประเทศสมาชิก UN และเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แก้ปัญหาระหว่างกันโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงหรือเข้าสู่สงคราม

ศาลโลกมีอำนาจในการพิจารณาสองประเภท คือ

  • คดีข้อพิพาท (Contentious cases) คือข้อขัดแย้งทางกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิก
  • คดีให้คำปรึกษา (Advisory proceedings) คือคำถามทางกฎหมายที่องค์กรหรือหน่วยงานใน UN ส่งมาขอความเห็น

ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาประมาณ 200 คดีแล้ว

สำหรับคดีที่เคยผ่านการพิจารณาของศาลโลก เช่น คดีข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา (ปี 2505), คดีโคโซโวประกาศเอกราชจากเซอร์เบียฝ่ายเดียว ระหว่างเซอร์เบียและโคโซโว (ปี 1998-1999), คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา ระหว่างชาวโรฮิงญาและเมียนมา (ปี 2019) เป็นต้น

ใครคือคนตัดสิน ? ผู้พิพากษาที่มีบทบาทอย่างมากในการตัดสินคดีของศาลโลก มาจากไหน

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก มีผู้พิพากษาทั้งหมด 15 คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยสมัชชาใหญ่และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ดำรงตำแหน่งวาระละ 9 ปี โดยมีการเลือกตั้งใหม่ทุก 3 ปี สำหรับ 1 ใน 3 ของที่นั่ง

ผู้พิพากษาเหล่านี้ทำหน้าที่อย่างอิสระ ไม่ใช่ตัวแทนของรัฐบาล และไม่สามารถมีผู้พิพากษาสัญชาติเดียวกันเกิน 1 คนในศาลได้

ปัจจุบัน สัดส่วนของผู้พิพากษาทั้ง 15 ตำแหน่งมาจากสัญชาติและภูมิภาคที่แตกต่างกัน ได้แก่ โซมาเลีย, จีน, สโลวาเกีย, ฝรั่งเศส, โมร็อกโก, บราซิล, สหรัฐอเมริกา, อูกันดา, อินเดีย, จาไมกา, ออสเตรเลีย, รัสเซีย, เลบานอน, ญี่ปุ่น และเยอรมนี (ข้อมูลล่าสุดในประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ)

ในการสมัครเข้าคัดเลือกเป็นผู้พิพากษานั้น รัฐทุกรัฐที่เป็นภาคีสมาชิกของธรรมนูญศาลโลก (ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 193 ประเทศ รวมประเทศไทย) มีสิทธิที่จะเสนอผู้สมควรดำรงตำแหน่ง เมื่อมีการเลือกตั้งที่ศาลโลก กลุ่มสมาชิกสัญชาติแต่ละกลุ่มจะสามารถเสนอชื่อบุคคลสมควรดำรงตำแหน่งได้ 4 คน

ใครสามารถยื่นเรื่องต่อศาลโลกได้ ?

ประเทศสมาชิกใน UN 193 ประเทศ สามารถยื่นฟ้องประเทศอื่นได้ หากเห็นว่าข้อพิพาทนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ร่วมของประชาคมโลก แม้จะไม่ได้มีความขัดแย้งโดยตรงก็ตาม

คำตัดสินของศาลโลกมีอำนาจบังคับหรือไม่ ?

คำตัดสินของศาลโลกถือเป็นที่สุด ไม่มีช่องทางในการอุทธรณ์ต่อไป อยู่ที่ประเทศคู่กรณีจะนำคำตัดสินไปบังคับใช้ในระดับประเทศ โดยทั่วไป ประเทศต่าง ๆ มักจะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิบัติตาม หากไม่ทำ หนทางเดียวที่เหลืออยู่คือขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง UN ลงมติเพื่อดำเนินการตามกฎบัตรสหประชาชาติ

ดังนั้น จึงเกิดคำถามว่า ถ้ากัมพูชาฟ้องไทยที่ศาลโลกและไทยไม่ยอมมาพิจารณา ศาลโลกจะบังคับให้ไทยปฏิบัติตามข้อพิพากษาได้หรือไม่ ?

คำตอบ คือไม่ได้ ศาลโลกไม่สามารถบังคับไทยได้ เนื่องจากศาลโลกไม่มีอำนาจที่จะบังคับรัฐหรือประเทศใดก็ตามให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยขาดความยินยอมของรัฐนั้น

ดังนั้น ในกรณีการยื่นฟ้องต่อศาลโลกของกัมพูชาครั้งล่าสุดนี้ เรื่องข้อพิพาทใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาควาย และบริเวณสามเหลี่ยมมรกต หลังจากที่การเจรจาไม่สามารถนำมาซึ่งข้อสรุปที่ลงตัวระหว่างสองประเทศได้

สถานการณ์นี้ยังคงน่าเป็นห่วงและยังต้องจับตากันต่อไป ทั้งการดำเนินการตอบโต้และการเจรจาที่อาจจะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งกระบวนการของศาลโลกหลังจากที่กัมพูชาได้ยื่นฟ้องไทยไปแล้วนั้น จะมีผลสรุปอย่างไร เพราะนี่เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...