เจาะโมเดล “ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรส” แฟรนไชส์ “Passive Income” รายได้ 7 หลักต่อเดือน
ถอดสูตรสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรส” จะเกิดได้ต้องเลือกธุรกิจ “ยั่งยืน” ไม่ใช่ธุรกิจตามกระแส จะโตได้ต้องสร้างธุรกิจให้เป็น “Passive Income” ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาทให้ได้ 7 หลักต่อเดือน พร้อมสยายปีกบุกตลาดต่างประเทศ
คุณชยานิษฐ์ จิรธรบุญญาสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนำรวย 6542 จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรส” เปิดเผยบนเวที Franchise zone ในงาน Money Expo 2025 Bangkok ในหัวข้อ ไขความลับ เปิดร้านสร้างแบรนด์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรส” ในระบบแฟรนไชส์ ว่า ปัญจะ มีความหมายว่า “5” ดังนั้นปัญจะรสแปลว่ารสชาติ 5 อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือปัญจะรสมีทั้งรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม รวมๆ แล้วคือ “รสชาติกลมกล่อมไม่ต้องปรุง”
“เราสนใจธุรกิจอาหารเพราะอาหารเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยและสามารถสร้างเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ แต่เราไม่อยากได้อาหารกระแสเลยเลือกก๋วยเตี๋ยวเรือ ในช่วงแรกซื้อสูตรมาทำธุรกิจ ซึ่งในความเป็นจริงไม่ง่ายเพราะเราไม่สามารถรักษามาตรฐานและรสชาติให้คงที่ได้ ทำให้ในช่วงแรกเราไม่สามารถสร้างลูกค้าประจำได้เลย บวกกับปัญหาจากจุดรั่วไหลจากการที่เราไม่มีระบบก่อนจะปรับปรุงแก้ไขสูตร รสชาติอย่างต่อเนื่อง
สูตรในการสร้างแบรนด์ของเราคือทำร้านต้นแบบให้เป็นที่ยอมรับก่อน เริ่มจากรสชาติที่ไม่นิ่งและเรื่องของระบบบริหารจัดการที่ไม่มี เราคิดค้นสูตรน้ำปรุงรสขึ้นมาเพื่อให้รสชาติคงที่ ไม่ว่าใครปรุงก็จะได้รสชาติที่คุมโทน ส่วนระบบบริหารจัดการเรานำระบบ POS เข้ามาใช้บริหารจัดการระบบหน้าบ้าน รวมไปถึงระบบหลังบ้านซึ่งสามารถตรวจสอบจุดรั่วไหล”
หลังจากสามารถสตาร์ตความสำเร็จก้าวแรกซึ่งสามารถแก้ปัญหา pain point ได้แล้ว ปัญจะรสเริ่มขยายสาขา 2 ซึ่งได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเกินที่ตั้งเป้าหมาย ทำรายได้มากกว่าวันละ 20,000 บาท หรือเดือนละ “7 หลัก” จากการขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท ในร้านขนาด 30 โต๊ะ และใช้เวลาเพียง 1 ปีในการสร้างแบรนด์ให้จุดติดและเริ่มมีคนสนใจแฟรนไชส์
“จากนั้นเราเริ่มเข้าสู่โหมดของการขยายแฟรนไชส์ เริ่มจากการสร้างระบบเพราะระบบคือเรื่องสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจ หลังจากหน้าร้านประสบความสำเร็จ ลูกค้ายอมรับในรสชาติ มาตรฐานการบริการของเรา เราเริ่มสร้างระบบบริหารจัดการ สิ่งสำคัญคือต้องทำสิ่งยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่อยากทำธุรกิจ
เรานำระบบเข้ามาซัปพอร์ตหาจุดรั่วไหล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีจุดรั่วไหลก็เหมือนเราโดนขโมยขึ้นบ้านทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าอะไรหายไปบ้าง ถ้ามีระบบที่ควบคุมได้ หากมีสิ่งรั่วไหลเราก็จะรู้ตัวและสามารถป้องกันและแก้ไขได้ทัน ทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้”
นอกจากนี้ยังมีระบบอบรม Training ให้กับ “แฟรนไชส์ซี” ตั้งแต่วัตถุดิบ สถานที่ ค่าเช่า รวมทั้งสิ่งที่คนร้านอาหารมือใหม่กังวลอย่าง “แรงงาน” ซึ่งปัญจะรสมีแหล่งหาแรงงานให้แฟรนไชส์ซี มีการอบรม มีการ Training ให้แรงงานสามารถทำงานได้จริง
“คนที่จะเปิดแฟรนไชส์กับเรา อย่างแรกต้องมีใจที่อยากจะทำธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะการทำร้านอาหารเหนื่อยไม่ใช่เรื่องสนุก กว่าจะประสบความสำเร็จต้องผ่านมรสุมต่างๆ ดังนั้นต้องเข้มแข็งพอสมควร สอง ต้องมีเงินทุนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งที่จะซัปพอร์ตเราได้ก็คือสถาบันการเงินที่สนับสนุน SME ให้สามารถต่อยอดธุรกิจและขยายธุรกิจได้ สิ่งสำคัญที่ต้องมีประกอบการยื่นสินเชื่อคือ “ทะเบียนการค้า” และการเตรียม Statement ให้ดี”
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ปัญจะรส เปิดบริการมาแล้ว 8 ปี มีสาขาทั้งหมด 64 สาขา แบ่งเป็นสาขาของปัญจะรส 6 สาขา และแฟรนไชส์ซี 58 สาขา มีโมเดลธุรกิจหลายแบบทั้งโมเดลร้านก๋วยเตี๋ยว food truck และซุ้มร้านค้า ซึ่งช่วยให้แฟรนไชส์ซีสามารถควบคุมเงินลงทุนได้ งบไม่บานปลาย สามารถนำไปวางได้ทั้งห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ แม้แต่สถานีบริการน้ำมัน
อนาคต ปัญจะรส มองถึงการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังติดปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบซึ่งบางอย่างเป็นสมุนไพรที่ห้ามนำเข้า ซึ่งอาจต้องมีการแปรรูปให้สำเร็จรูปและง่ายในการขอ อย. ซึ่งจะทำให้การส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ง่ายขึ้น และมีโอกาสเติบโตในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
“การเลือกธุรกิจ สิ่งแรกที่พิจารณาคือความชอบ ลูกค้าของเราจะมาจาก passion หรือชอบทาน หรือคนในครอบครัวชอบทาน และมองว่าเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ เพราะไม่ใช่ธุรกิจอาหารตามกระแส แฟรนไชส์ซีของปัญจะรสเน้นให้ธุรกิจเป็น Passive Income ให้ได้”