อิลอน มัสก์ ประกาศแยกทางรัฐบาลทรัมป์ใน X แล้ว
อิลอน มัสก์ อำลาตำแหน่งในภารกิจสำนักงาน DOGE ของทรัมป์ พร้อมกล่าวขอบคุณที่ให้โอกาสเข้ามาช่วยลดการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง
วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 – อิลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla และ SpaceX ได้ประกาศว่า หน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ ของเขานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผ่านทางบัญชีโซเชียลมีเดีย X ในเวลา 7.01 น. ในวันที่ 29 พ.ค. พร้อมกล่าวขอบคุณถึงโอกาสที่ได้รับในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและข้อถกเถียงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับบทบาทของเขาในคณะทำงาน และการดำเนินนโยบายของรัฐบาล
แม้ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวหรือจากตัวมัสก์เอง แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับความไม่เห็นด้วยในนโยบายสำคัญบางประการของรัฐบาล รวมถึงแรงกดดันจากสาธารณะและข้อจำกัดด้านเวลาส่วนตัวของมัสก์เอง ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถทุ่มเทให้กับบทบาทดังกล่าวได้อย่างเต็มที่
อีลอน มัสก์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเมื่อประมาณสองปีก่อน โดยมีเป้าหมายหลักในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ การเข้ามาของมัสก์ในบทบาทนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและถูกมองว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลในการดึงดูดผู้มีความสามารถระดับโลกเข้ามาร่วมขับเคลื่อนประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การดำรงตำแหน่งของมัสก์ก็เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเกี่ยวกับการมีส่วนได้ส่วนเสียทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการตัดสินใจเชิงนโยบายบางอย่างที่อาจเอื้อประโยชน์แก่บริษัทของเขา ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสและความเหมาะสมของการที่นักธุรกิจระดับโลกเข้ามามีบทบาทในภาครัฐ
การแยกทางในครั้งนี้คาดว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม รวมถึงอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศว่าจะมีการแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามาแทนที่ตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ และคาดว่าในอีกไม่ช้า จะมีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทั้งอีลอน มัสก์ และทำเนียบขาว เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริงของการลาออกและผลกระทบที่อาจตามมา
อ้างอิง : economictimes.indiatimes.com