โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องเล่าทั้งหมดจาก Vlog ของ Rachel Zegler เมื่อสองปีก่อน ที่ถูกหยิบมาบิดจนเธอถูกเข้าใจผิดและเผชิญความเกลียดชังอีกระลอก

Mirror Thailand

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 07.11 น.
ภาพไฮไลต์

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันรู้สึกเศร้าหรือพ่ายแพ้ ฉันจะกลับมาดูวิดิโอของคุณ ความแข็งแกร่งของคุณนั้นทั้งเยี่ยมยอดและสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันจริงๆ” นี่คือถ้อยคำจากท็อปคอมเมนต์ใน vlog ที่ปารีสของ Rachel Zegler เมื่อปี 2023 ที่แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นใจและพลังใจที่คนดูได้รับจากเธอ ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกเกลียดชังที่คนจำนวนมากสาดเข้าใส่เธอ จากการได้อ่านหรือรับฟังเพียงบางโควตคำพูดจากวิดิโอชิ้นนี้ของเธอที่ชวนให้บางคนสนุกกับการด่าเธออีกระลอก

ขณะเดียวกัน มีบางคนฟังทั้งหมดที่เธอพูดจาก vlog นี้ และได้รับเอาความรู้สึกที่เป็นมนุษย์มากๆ ของเธอเข้าไว้ในใจ โดยไม่ได้รู้สึกเกลียดชังทั้งยังได้รับพลังกลับมา

โอกาสนี้ เราจึงอยากชวนทุกคนย้อนฟังสุ้มเสียงและเรื่องเล่าจาก vlog นี้ของเธอเมื่อสองปีที่แล้ว เผื่อเราบางส่วนจะได้รู้จักตัวตนด้านอื่นๆ ของเธอให้มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ในฐานะคนไม่สวยในสายตาชาวบ้านที่เผยอมารับบทสโนว์ไวท์ และไม่ใช่แค่นักแสดงปากแจ๋วที่พร้อมท้าตบกับทุกคนบนโลก แน่นอนว่าในฐานะมนุษย์ เธอเป็นมากกว่านั้นแน่ๆ

ในช่วงแรกของ Vlog นี้ ราเชลเล่าถึงความคิดถึงบ้าน ความรู้สึกประหลาดเมื่อต้องเดินทางหลายประเทศในปีนั้น รวมถึงความรู้สึกคิดถึงคนรักที่คอยซัพพอร์ตเธอเสมอ เธอยังเล่าถึงความเกร็งเมื่อต้องทำงานกับทีมงาน Dior และต้องนั่งฟรอนท์โรวในแฟชั่นโชว์ เธอยอมรับว่ามันยากมากที่จะบอกให้ตัวเองเชื่อว่าตัวเธอเหมาะกับการมาอยู่ที่นี่ ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ “มั่นหน้าตลอดเวลา” อย่างที่หลายคนเชื่อหรือพยายามยัดเยียดให้เธอเป็นอย่างนั้น ในเวลาเดียวกันเธอก็เสนอให้เห็นด้านที่เธอยังสนุกสนานกับการเที่ยวดิสนีย์แลนด์กับเพื่อน หรือพบกับทีมงานที่เธอต้องร่วมทำงานด้วย เราได้เห็นทั้งด้านสุขและทุกข์บ้างในเรื่องเล่าของเธอ และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งๆ พึงจะเป็นได้ ไม่ได้เต็มไปด้วยความเลวร้ายหรือยกตัวเองเหนือใครด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ชัดเจนในวิดิโอชิ้นนี้ คือความรู้สึกเจ็บปวดที่เธอพยายาม ‘ฮึบ’ และก้าวข้ามมันให้ได้ตลอดเวลาในการทำงาน เธอเล่าถึงสภาวะวิตกกังวลเมื่อต้องปรากฏตัวต่อสาธารณะ เพราะเธอได้รับความเกลียดชังมากมายแทบจะตลอดเวลา และในช่วงเวลานั้นเธอจึงโพสต์สิ่งต่างๆ น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเธอเล่าถึงเหตุผลบางส่วนเอาไว้ในวิดิโอนี้ว่า

“ฉันไม่อยากเปิดโอกาสให้ผู้คนที่หวังจะใช้คอนเทนต์ของฉัน เพื่อทุบทำลายฉันให้พัง เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันพูด สิ่งที่ฉันทำ รูปลักษณ์ของฉัน ฉันไม่สามารถโพสต์รูปตัวเองลงในทวิตเตอร์โดยไม่ถูกคนจำนวนมากคอยมาบอกว่าฉันน่าเกลียดแค่ไหน”

เธอยังเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้พูดคุยกับตัวเองว่า

“ทุกวันนี้ฉันค่อนข้างลังเล ว่าฉันจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับตัวเองกับโลกนี้ดีมั้ย …ฉันพยายาม active (ในโซเชียล) ให้น้อยลง เสพคอนเทนต์น้อยลง เช็คคอมเมนต์น้อยลง เพราะมันทำให้ฉันเจ็บปวด มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นคนที่เลวร้ายที่สุด… มันทำให้ฉันรู้สึกผิด เกิดคำถามกับตัวเอง วิตกกังวล และเศร้า”

จากนั้นเธอเล่าถึงตอนไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์และได้ฟังเสียงเล่าเรื่องระหว่างชมชิ้นงานในนั้น ซึ่งสิ่งที่จับใจเธอก็คืองานชื่อดังชิ้นหนึ่ง อย่าง The Winged Victory ที่ผู้คนทั่วโลกมาเพื่อชื่นชมด้วยตา และเธอก็เพิ่งได้รู้ว่า The Winged Victory มาถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แบบแตกเป็นชิ้นๆ ส่วนปีกนั้นหักออกไป แต่ถึงอย่างนั้นรูปปั้นนี้ก็ยังเป็นชิ้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากเคียงข้างกับโมนาลิซ่า

ซึ่งเรื่องของรูปปั้น The Winged Victory ที่เคยแตกเป็นชิ้นมาก่อนนี่เอง ทำให้เธอได้เชื่อมโยงกับตัวเอง

“ฉันเองก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ในปี 2023” และ “ฉันเองได้ทำอะไรผิดไปเยอะเหมือนกัน และฉันก็รับรู้มันแล้ว” เธอยังเรียกตัวเองว่า “คนโง่” เมื่อตอนที่ยังเด็กกว่านี้อีกด้วย “ฉันไม่ได้กลั่นกรอง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

เห็นได้ชัดว่าเธอแสดงความสำนึกเสียใจกับบางคำพูดที่เคย ‘ปากแจ๋ว’ เอาไว้ แต่หลายคนกลับไม่เคยรับรู้ถึงด้านนี้ของเธอเลย

เธอย้ำว่า “ฉันมาถึงปี 2023 ด้วยสภาพแตกเป็นเสี่ยงๆ และฉันพยายามจะกอบร่างตัวเองกลับมาในปี 2024 ฉันไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย มันอาจจะพังกว่าเดิมก็ได้ ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเดือนมกราคมมาถึง แต่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่ให้ตอนจบของฉันคือการพังทลาย”

เธอยังเล่าถึงความหวังว่าจะมีคนที่มองเห็นว่าเธอเคยผิดพลาดไปในตอนที่อายุเพียง 21 ปี แต่โลกอินเทอร์เน็ตนั้นแทบจะไม่เคยมีความเห็นใจหรือการให้อภัยกับคนที่เคยทำบางสิ่งบางอย่างลงไป ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ซึ่งสำหรับเธอแล้ว “ฉันควรได้รับอนุญาตให้อายุ 21 ฉันควรได้รับอนุญาตให้รับบทเรียน และฉันอยากให้คนฟังเข้าใจว่าฉันกำลังพูดถึงชีวิตส่วนตัวของฉัน และหากคลิปนี้จะถูกตัดไปลงทวิตเตอร์ ได้โปรดรวมเอาส่วนนี้ที่ฉันพูดเข้าไปด้วยค่ะ ว่าฉันพูดถึงชีวิตของตัวเองและเรื่องโง่เง่าที่ฉันเคยทำบนอินเทอร์เน็ต” ที่สุดแล้วเธอไม่ได้เรียกร้องความเห็นใจ เพียงแต่ต้องการโอกาสที่คนจะได้ลองเปิดใจมองเธอที่เติบโตและผ่านบทเรียนในชีวิตมากขึ้น

“และสำหรับใครที่จะเกลียดหากฉันประสบความสำเร็จ The Winged Victory มาถึงลูฟร์ในสภาพแตกเป็นเสี่ยง แต่คนก็ยังต่อแถวเพื่อมาดูเธอค่ะ และฉันก็ได้แต่หวังว่า ต่อให้ฉันจะมีจุดบกพร่อง มีรอยร้าว แตกสลาย และใดๆ แต่ในทุกๆ รอบฉายหนังและทุกๆ สิ่งที่ฉันทำ ก็จะยังมีคนต่อแถวรอชมค่ะ”

เธอเพียงแต่หวังเท่านั้น ให้ตัวเองรอดจากการแตกสลายมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่ในบางพื้นที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ น้ำเสียงทั้งหมดและเรื่องเล่าที่ร้อยเรียงกันของเธอถูกตัดออก ไม่ได้ถูกรับฟัง ทั้งยังถูกหยิบเพียงบางส่วนไปเพื่อตัดสินลงโทษเธออีกครั้ง และคนจำนวนมากก็คล้อยตาม พร้อมร่วมสาปส่งเธอเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ

เรื่องที่เกิดขึ้นกับราเชล จึงนับว่าน่าประหลาดใจพร้อมๆ กับที่ชวนให้สะท้านใจ ที่มนุษย์คนหนึ่งต้องเผชิญกระแสเกลียดชังอย่างมหาศาล ทั้งที่เธอไม่ได้ทำร้ายหรือกระทั่งละเมิดสิทธิของใครด้วยซ้ำ เราได้เห็นกันแล้วถึงพลังที่น่ากลัวของ hate speech ที่อาจส่งผลต่อชีวิตคนได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นความแข็งแกร่งของคนคนหนึ่ง ที่ยังสามารถยืนหยัดก้าวผ่านความรุนแรงเหล่านี้มาได้ และยังตั้งใจ “ทำงาน” ของตัวเองอย่างเต็มที่ และในแง่นี้ เราขอเห็นด้วยกับท็อปคอมเมนต์ในคลิปของเธออย่างยิ่ง

รับชม vlog ของเธอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=_tSY_kd9r-8

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...