โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แก้รัฐธรรมนูญมรดก คสช. ของร้อนในมือ 'รัฐบาลเพื่อไทย'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. 2568 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 04.11 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

รัฐธรรมนูญ 2560 อันถือเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นร่างเงาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เกิดขึ้นและดำรงอยู่ตั้งแต่ประกาศใช้ปี 2560 จนถึงเวลานี้เป็นเวลาเกือบ 8 ปี แก้ไขสำเร็จแค่ครั้งเดียว ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยแก้เรื่องระบบเลือกตั้ง

ส่วนความพยายามในการแก้ไขมาตราอื่น ๆ พบว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 2563 ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีการชงแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด 6 ครั้ง 26 ฉบับ ถูกตีตกทั้งหมด 25 ฉบับ

มาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีความพยายามในการแก้รัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับ ที่เข้าสู่การพิจารณาครั้งล่าสุด เมื่อ 13-14 กุมภาพันธ์ 2568 แต่แทบจะถึงทางตัน เมื่อเกิดเหตุที่สภาล่มทั้ง 2 วัน ต่อไปนี้คือ ไทม์ไลน์ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญในยุคเพื่อไทย

ย้อนไทม์ไลน์ รธน.

นโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เว้นหมวด 1 หมวด 2 เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อไทย มีตั้งลูกตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ มี “ภูมิธรรม เวชยชัย” เป็นประธาน ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก 3 ตุลาคม 2566

25 ธันวาคม 2566 คณะกรรมการได้ข้อสรุปเรื่องคำถามประชามติ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ให้มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไข หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์” และจะเสนอ ครม.ช่วงไตรมาสแรกของปี 2567

ยื่นศาล รธน.ตีความรอบที่ 1

1 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ร่วมกันยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ 2 ฉบับ เนื่องจากกฎหมายประชามติ 2564 ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลเกรงว่าประชามติรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน จึงต้องมีการ “ปลดล็อก” ประชามติ 2 ชั้น

29 มีนาคม 2567 ที่ประชุมรัฐสภา มีมติเสียงข้างมากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 ว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องทำประชามติกี่ครั้ง หลังจากเกิดการถกเถียงเรื่องการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

17 เมษายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เพราะคำร้องดังกล่าวเป็นเพียงข้อสงสัย และศาลรัฐธรรมนูญได้อธิบายคำวินิจฉัยที่ 4/2564 ไว้ละเอียดแล้ว

ครม.เศรษฐา โหวต 3 ครั้ง

23 เมษายน 2567 ครม.มีมติเห็นชอบรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการ พร้อมทั้งเห็นชอบแนวทางการทำประชามติ 3 ครั้ง

28 พฤษภาคม 2567 ครม.อนุมัติร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติ “ฉบับรัฐบาล”

18 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมสภาได้รับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติรวม 4 ฉบับคือ ของ ครม. ของพรรคเพื่อไทย ของพรรคก้าวไกล และของพรรคภูมิใจไทย และเข้าสู่การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ

ชุลมุน กม.ประชามติ

21 สิงหาคม 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเป็นเอกฉันท์ 409 เสียง เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการปรับแก้ จากการที่ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น เป็นใช้เสียงข้างมากธรรมดา ชั้นเดียว

30 กันยายน 2567 ที่ประชุมวุฒิสภา เสียงข้างมาก 164 ต่อ 21 เสียง มีมติแก้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จากการใช้เสียงข้างมากธรรมดาชั้นเดียว กลับมาเป็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น โดยมีกลุ่ม สว.สายสีน้ำเงินเป็นตัวหลัก

9 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตค้านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติของ สว.ด้วยมติ 348 ต่อ 0 เสียง และเสนอชื่อการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สส. และ สว. เพื่อพิจารณาร่วมกัน

21 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมวุฒิสภา โหวตยืนยันการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติของ สว. ยืนยันเสียงข้างมาก 2 ชั้น และเสนอชื่อการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สส. และ สว. ในฝ่ายของ สว.

20 พฤศจิกายน 2567 เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม สส.-สว. เห็นชอบตามร่างที่แก้ไขให้กลับไปทำประชามติเสียงข้างมาก 2 ชั้น

13 ธันวาคม 2567 พรรคประชาชน นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เตะถ่วง 180 วัน

18 ธันวาคม 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สส. และ สว. โดยใช้สิทธิยับยั้งกฎหมาย 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 เพื่อยืนยันร่างฉบับของ สส.

23 ธันวาคม 2567 คณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภา มีมติว่าให้ประธานรัฐสภาสามารถบรรจุวาระร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้

8 มกราคม 2568 พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เช่นกัน

ประชุมสภาป่วน

10 กุมภาพันธ์ 2568 ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์นี้ มีคนเตรียมชงญัตติส่งศาลวินิจฉัย ต้องทำประชามติก่อนพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ “เป็นใครเราก็รู้ ๆ กันอยู่ ทั้งวุฒิสภาและพรรคการเมือง ผมได้ยินมาเป็นเช่นนั้น”

11 กุมภาพันธ์ 2568 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กลุ่มสีขาว ได้แจ้งหมายข่าวต่อสื่อมวลชน จะยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

12 กุมภาพันธ์ 2568 พรรคภูมิใจไทย มีมติไม่ร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และหมวด 15/1 โดยระบุว่าเป็นการพิจารณาที่อาจขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย

13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ประชุมรัฐสภามีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และหมวด 15/1 เป็นวันแรก แต่เกิดความปั่นป่วนขึ้นในการพิจารณา เมื่อ นพ.เปรมศักดิ์ได้ยื่นญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งปรากฏว่าแกนนำพรรคเพื่อไทย และ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมลงญัตติในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญของ นพ.เปรมศักดิ์ด้วย ซึ่งในทีมล็อบบี้ของพรรคเพื่อไทยได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า

โดยระหว่างการประชุม มีการเสนอให้เลื่อนเป็นญัตติด่วนที่จะพิจารณา แต่ปรากฏว่าพรรคประชาชน บวก สว.สีน้ำเงิน ชนะการโหวตไม่ยอมให้เลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณา ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยเดินออกจากห้องประชุมไม่ร่วมการพิจารณาในวาระนี้ เป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยต้อง “แก้เกม” ด้วยการล้มองค์ประชุม ทำให้สภาล่ม

14 กุมภาพันธ์ 2568 องค์ประชุมรัฐสภาล่มลงอีกครั้ง โดยที่ สส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม

ที่สุดแล้ว แผนของพรรคเพื่อไทยคือการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ “ตีความ” เพื่อให้พิจารณาว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง ก่อนจะลงมือแก้รัฐธรรมนูญ

เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 คือจุดสูงสุดของอำนาจการเมือง ที่ทุกฝ่ายในกระดานอำนาจล้วนเดินตาม “ดีล” จึงกลายเป็น “หมากต้องห้าม” ที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ถ้าไม่แก้ก็โดนถล่ม ถ้าแก้ก็เกิดความเสี่ยงไม่เป็นตามดีล เกมแก้รัฐธรรมนูญจึงเป็นของร้อนรัฐบาลเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก้รัฐธรรมนูญมรดก คสช. ของร้อนในมือ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...