สรุป Opp Day: SCGP ปักธง EBITDA ปีนี้ 1.8 หมื่นลบ. - จ่อปิดดีล M&P โรงงานกล่องกระดาษอินโดฯ
สรุป Opp Day: SCGP ปักธง EBITDA ปีนี้ 1.8 หมื่นลบ. - จ่อปิดดีล M&P โรงงานกล่องกระดาษอินโดฯ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 68 11:58 น.
SCGP วางเป้าปี 68 ยอดขายโตต่อเนื่อง มี EBITDA แตะ 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมวางงบ 13,000 ล้านบาทขยายกำลังการผลิต แย้มเตรียมปิดดีล M&P โรงงานกล่องกระดาษในอินโดนีเซียอย่างน้อย 1 ราย พร้อมเร่งพลิกฟื้นกิจการ Fajar
นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า ในปี 68 บริษัทวางเป้ายอดขายเติบโตต่อเนื่อง และมีเป้าหมายจะเพิ่ม EBITDA เป็น 18,000 ล้านบาท
บริษัทวางงบลงทุนที่ 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 8,000-10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโต และการขยายกำลังผลิตของบริษัท (organic growth) ส่วนที่เหลือเป็นงบซ่อมบำรุง-การประหยัดต้นทุน
ส่วนแผนเข้าซื้อกิจการในธุรกิจกล่องกระดาษในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการกับพันธมิตร (M&P) หลายราย คาดได้เห็นความชัดเจนอย่างน้อย 1 ดีลภายในปี 68
"ตอนนี้คุยผู้ผลิต ดูถึงขนาด คุณภาพของฐานลูกค้า เครื่องจักร คุยกันอยู่ 2-3 ราย คาดปีนี้บรรลุ 1 ราย ส่วน timing รอดูเวลาที่เหมาะสม เพราะรีบไปก็ไม่ดี ช้าไปก็ไม่ดี" นายดนัยเดช กล่าว
ส่วนแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 1/68 เติบโตขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามการอุปโภคบริโภคในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่ราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ภาพรวมแม้จะทรงตัว แต่ในอินโดนีเซียมีโอกาสขยับขึ้นในไตรมาส 1/68 จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น จากที่ปรับตัวลงในไตรมาส 4/67
ส่วนราคาเศษกระดาษซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ยังคงมีทิศทางที่ดี ค่อนข้างทรงตัว น่าจะทำให้ต้นทุนเศษกระดาษที่ใช้ในไตรมาส 1/68 น่าจะปรับลดลงมาได้ หนุนให้มาร์จิ้นดีต่อเนื่องถึงครึ่งปีแรก รับผลเชิงบวก ส่งผลให้ทั้งปีเติบโตจากปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายสำคัญการทำให้บริษัท Fajar พลิกกลับมาทำกำไรได้ในปี 68 โดยช่วงม.ค.-ก.พ. 68 ความต้องการปรับตัวดีขึ้น และหนุนให้ราคาดีขึ้น รวมทั้งพยายามลดต้นทุนการผลิต
ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างการเงินของ Fajar ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มทุน เพื่อนำเงินไปลดภาระหนี้สินที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะช่วยเพิ่มผลกำไร โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปและดำเนินการได้ภายในไตรมาส 3/68
สำหรับเงินดิจิทัลเฟส 3 เป็นผลดีต่อการบริโภค จะช่วยขับเคลื่อนการบริโภค หนุนกำลังซื้อประชาชน
รายงาน โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ