บล.บัวหลวงส่องหุ้นแบงก์ สัญญาณความตึงตัวเริ่มต้นขึ้นแล้ว
#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.บัวหลวง
.
สัญญาณความตึงตัวเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเสี่ยงที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งในประเทศและทั่วโลก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐฯ กำลังกดดันการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มธนาคารที่บล.บัวหลวงให้คำแนะนำ ในรายงานฉบับนี้ บล.บัวหลวงประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร
ประเด็นสำคัญ
▪ การปรับลดประมาณการกำไร: บล.บัวหลวงคาดว่าการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มธนาคารที่บล.บัวหลวงให้คำแนะนำจะอยู่ในช่วง 10–25% ภายในระยะเวลา 6–9 เดือน
▪ กรณี Base-case: คาดกำไรสุทธิรวมกลุ่มธนาคารในปี 2568 อยู่ที่ 1.996 แสนล้านบาท ลดลง 7% YoY
▪ กรณี Bear-case: หากการปล่อยสินเชื่อและการติดตามหนี้ชะลอตัวลง อาจมีดาวน์ไซด์ 9% ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2568
▪ กรณี Bull-case: หากข้อพิพาททางการค้าผ่อนคลายเร็วกว่าที่คาด กำไรสุทธิอาจมีอัพไซด์ 6% จากประมาณการปัจจุบัน
.
กลยุทธ์การลงทุน
มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าชุดใหม่ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ดังนั้นตลาดจึงเริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของสินทรัพย์” มากกว่าการเติบโต บล.บัวหลวงจึงให้น้ำหนักการลงทุน น้อยกว่าตลาด สำหรับกลุ่มธนาคาร บล.บัวหลวงแนะนำ ซื้อ หุ้น BBL และ KTB เนื่องจาก BBL มีพอร์ตสินเชื่อที่เน้นลูกค้าองค์กร ส่วน KTB เน้นให้สินเชื่อแก่หน่วยงานรัฐ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่าการให้สินเชื่อ SME หรือรายย่อย และทั้งสองธนาคารยังมีอัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูง
.
บล.บัวหลวงยังคงคำแนะนำ ถือ หุ้น SCB อิงจากอัตราเงินปันผลที่สูงราว 8% และแนะนำ ขาย หุ้น KBANK, KKP, TISCO และ TTB