"ปริเยศ" ซัดรัฐบาลส่อ "ถังแตก" แถมไร้วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ
“โฆษกไทยสร้างไทย” ซัดรัฐบาลส่อ “ถังแตก” แถมไร้วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ หวั่น เดินหน้าบริหารชาติแบบกู้เวินมาแจกอีกรอบ ใช้เงินอนาคตเกินจำเป็น ซ้ำเติม ผลาญงบประมาณชาติไร้ทิศทางซ้ำซาก จับตาการใช้งบกลางหว่านซื้อใจพรรคร่วมฯ แก้ปัญหาการเมือง ไม่แก้ปัญหาชาติ
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าแผนการกู้เงินครั้งใหญ่ แม้จะมีรัฐมนตรีออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยอาจต้องใช้เหตุผลอ้างถึงปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงคล้ายช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่ที่ประชาชนต้องจับตาคือ อาจเป็นการแก้ปัญหาแบบไร้ทิศทาง และไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมได้เพราะจากการกู้ยืมที่ผ่านมาประชาชนเห็นผลงานชัดเจนว่าไร้ประสิทธิภาพ ใช้เงินแบบไม่ฟังคำทัดทานผู้มีความรู้ทางเศรษฐกิจ และนักวิชาการต่างๆ พรรค ทสท.จึงเชื่อว่า รัฐบาลกำลังประสบปัญหา ถังแตกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณจากกระทรวงการคลังที่บ่งบอกถึงความจำเป็นในการระดมทุนเพิ่มเติม เพื่อไปใช้กับการแก้ปัญหาต่างๆ แต่เชื่อว่าอาจเลือกนำไปใช้กับโครงการเดิมๆเช่น โครงการแจกเงิน การก่อสร้างอาคาร ถนนและโครงการประชานิยมต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการซื้อความนิยม มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะใช้งบกลางกระจายไปยังแต่ละกระทรวง เพื่อสยบความขัดแย้งภายในพรรคร่วม โดยอ้างสถานการณ์เศรษฐกิจและการเติบโตต่ำเป็นเหตุผลรองรับ
“พรรค ทสท.ขอตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า การกู้เงินครั้งใหม่นี้ จะกลายเป็นภาระซ้ำเติมประเทศในระยะยาว แม้รัฐบาลจะมีเป้าหมายเพื่อ แจกเงินต่อ แต่ก็ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิด พายุหมุนทางเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลเคยกล่าวอ้าง หรือเพื่อดำเนินโครงการผลาญงบประมาณแบบเดิมอีกครั้งหรือไม่ เพราะหากไม่ตอบให้ชัดเจน ประชาชนย่อมเกิดความไม่ไว้วางใจว่าจะเอาเงินกู้ไปทำอะไร อาจทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะกรณีร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร ที่พรรค ทสท.ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วย เพราะเปิดทางให้กาสิโนและพนันออนไลน์ ถือเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่ม ทั้งยังอาจทำให้ประชาชนต้องยากลำบากยิ่งขึ้นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ยิ่งทำให้รัฐบาลชุดนี้สูญเสียความชอบธรรม และสร้างความเคลือบแคลงใจถึงความสุจริตใจในการทำนโยบายของประเทศที่ควรมีตลอดสองปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ พรรค ทสท.จะจับตาการใช้งบกลางของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และจะใช้ทั้งเวทีสภาฯและเวทีสาธารณะเป็นช่องทางในการตรวจสอบ ฟ้องสังคมให้ประชาชนรับทราบ โดยยืนหยัดทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนที่กำลังตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลนี้ต่อไป” โฆษกพรรค ทสท. กล่าว