พบดาวเครื่อนที่ความรเ็วสูง 1.9 ล้านกิโลกเมตร/ชม. เร็วจนหลุดพ้นทางช้างเผือกได้
ดาวเคราะห์นอกระบบดวงหนึ่งกลายเป็นดาวที่เคลื่อนที่เร็วสุดด้วยความเร็ว 1.9 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในปี 2011 โลกได้เป็นพยานปรากฏการณ์ที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทำนายไว้ในทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วโลกจากการเรียงตัวของดาวเคราะห์ เลนส์ความโน้มถ่วงดังกล่าวได้บิดกาลอวกาศและทำให้แสงจากดวงดาวที่อยู่เบื้องหลังเผยตัวออกมากลายเป็นเอฟเฟกต์ที่เรียกว่า ‘ไมโครเลนส์’
วิธีนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นดาวเคราะห์นอกระบบที่เคยมืดมิดได้ ในวันดังกล่าวนักดาราศาสตร์ได้มองเห็นวัตถุ 2 ชิ้นแต่ก็ไม่สามารถระบุมวลที่แน่นอนได้ว่าพวกมันเป็นอะไรกันแน่โดยมีความเป็นไปได้ 2 อย่างคือหนึ่งมันเป็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ หรือในอีกทางหนึ่งมันอาจเป็นดาวเคราะห์และดวงจันทร์บริวาร
เพื่อยุติความสับสนนี้ David Bennett นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยใหม่ และ NASA ได้ร่วมมือกันรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งทั้งหอดูดาวภาคพื้นดินในฮาวายและยานอวกาศที่ติดตามการเคลื่อนที่ของดวงดาวชื่อไกอา แต่เรื่องราวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากดาวที่เห็น 2011 ได้กลับไปซ่อนตัวอีกครั้ง พวกเขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ด้วยการตรวจสอบท้องฟ้าอย่างไม่ลดละ ทีมวิจยัได้พบคู่ดาวลึกลับคู่หนึ่งที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 24,000 ปีแสง และเมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งดวงดาวต่าง ๆ กับปรากฏการณ์ปี 2011 และปี 2021 เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ พวกเขาก็เชื่อว่าพบยักษ์ใหญ่ตัวดังกล่าวที่แอบซ่อนอยู่แล้ว
“เราคิดว่านี่คือดาวเคราะห์ที่เรียกว่า ‘ซูเปอร์เนปจูน’ (ดาวเคราะห์ที่มีมวลมากกว่าเนปจูนประมาณ 30 เท่า) ที่โคจรรอบดาวฤกษ์มวลน้อยในระยะห่างที่มีอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวศุกร์และโลกหากดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ในระบบสุริยะของเรา” Sean Terry หัวหน้าทีมวิจัยจาก NASA กล่าว
แต่สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือเมื่อพวกเขาคำนวณความเร็วของระบบดาวดวงนี้แล้วก็ต้องตกใจ หากมันเป็นดาวดวงเดียวกับ 2011 และปรากฏตัวในปี 2021 จริง ดาวฤกษ์ดวงนี้จะต้องลากดาวเคราะห์ไปด้วยความเร็ว 1.9 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก
เนื่องจากความเร็วดังกล่าวสูงกว่าความเร็วหลุดพ้นของทางช้างเผือก นั่นหมายความว่าระบบดาวนี้จะหลุดออกจากทางช้างเผือกและเดินทางข้ามจักรวาลได้ แม้อาจจะต้องใช้เวลาหลายล้านปีก็ตาม (เราสามารถจินตนาการสนุก ๆ ได้ว่าดาวเคราะห์ดวงนั้นเป็นโลกที่กำลังถูกดวงอาทิตย์ลากข้ามจักรวาล ทิวทัศน์ที่เราเห็นบนท้องฟ้าจะเปลี่ยนไปขนาดไหน)
อย่างไรก็ตามทีมวิจัยได้เน้นย้ำว่ายังคงมีความไม่แน่นอนหลายประการ ทั้งที่ว่าใช่ดาวดวงเดียวกับปี 2011 หรือไม่ และมันกำลังเคลื่อนที่จริง ๆ ใช่ไหม ความคลาดเคลื่อนเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อศึกษาจักรวาล ทีมวิจัยหวังว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน ที่มีแผนจะเปิดตัวในพฤษภาคม 2027 นี้อาจช่วยไขความกระจ่างได้
“ในกรณีนี้ เราใช้ MOA (Minute of Angle หรือ ลิปดาของมุม) เพื่อให้ได้มุมมองที่กว้าง จากนั้นจึงใช้ Keck (หอดูดาวภาคพื้นดิน) และ Gaia เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้น แต่ด้วยมุมมองที่ทรงพลังและกลยุทธ์การสำรวจที่วางแผนไว้ของโรมัน เราจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งกล้องโทรทรรศน์เพิ่มเติมอีก” Terry กล่าว “โรมันจะจัดการทุกอย่างเอง”
ที่มา
https://iopscience.iop.org/…/10.3847/1538-3881/ad9b0f/meta
https://www.space.com/hypervelocity-star-drags-fastest…
https://www.livescience.com/…/astronomers-may-have-just…
https://www.sciencealert.com/nasa-may-have-found-the…
Photo: NASA/JPL-Caltech/R. Hurt (Caltech-IPAC))