โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ไฟไหม้บ้านพัก! ของอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง สุดเศร้าพบภรรยาวัย 69 ปี เสียชีวิตภายในบ้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 04.16 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 02 .14 น.ร้อยตำรวจเอก อภิวัฒน์ พวกอินแสง รอง สว.สอบสวน สน.ทุ่งครุ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ภายในซอยประชาอุทิศ 72 จึงรีบรุดจัดกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ พร้อมทั้งอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ( อปพร.เขตทุ่งครุและ ราษฎร์บูรณะ ) เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยมาถึงที่เกิดเหตุพบเหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ซอยประชาอุทิศ 72 ถนน ประชาอุทิศ แขวง ทุ่งครุ เขต ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร เป็นลักษณะบ้านทาวเฮาส์ สูง 3 ชั้นปลูกติดกันหลายหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยมาถึงที่เกิดเหตุพบแสงเพลิงและกลุ่มควันเป็นจำนวนมากบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว แล้วลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นสู่ชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 ของตัวบ้าน เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเร่งจัดวางหัวฉีดน้ำดับเพลิงทำการเร่งระงับเหตุอย่างเร่งด่วน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงทำการระงับเหตุเอาไว้ได้และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าวพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย เป็นหญิงอายุ 69 ปี เสียชีวิตอยู่บนชั้นที่ 3 ของบ้านหลังดังกล่าวภายในห้องทำงานและเป็นห้องนอน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ส่วนถัดมาบริเวณหน้าบ้านทีาเกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันเป็นชายอายุ 71 ปีอีก 1 ราย อาชีพเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาลัยชื่อดังย่านปทุมวัน และเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวอีกด้วย อาสาสมัครจึงให้การปฐมพยาบเบื้องต้นจนอาการดีขึ้นผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล

และจากการสอบถาม ชายอายุ 71 ปีที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่าไม่มั่นใจว่าสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจาก แบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าระเบิด หรือไม่ เพราะ ขณะลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ได้ยินเสียงระเบิด ที่โรงรถหน้าบ้าน และเห็นแสงไฟขึ้น ตนจึงใช้ถังดับเพลิงพยายามควบคุมไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมได้จึงใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกแล้วออกมานอกบ้าน เพื่อจะตามคนมาช่วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลังฐานได้เก็บเศษซากของแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้า และซากของรถจักรยาน ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตแพทย์นิติเวชได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และเมื่อตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วจะใหญาตินำเอกสารไปรับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าวต้องรอผลจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...