โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังร้านซีฟู้ดที่ทำให้คนทั้งโลกหันมองศรีลังกาในฐานะประเทศหนึ่งที่ปูอร่อยที่สุดในโลก

Capital

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • Insight

ไม่น่ามีเด็กไทยคนไหนที่โตมาแล้วไม่ได้อ่านเรื่องราวของ รามเกียรติ์ วรรณกรรมชิ้นเอกของไทยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมหากาพย์อันศักดิ์สิทธิ์ของอินเดียเรื่อง รามายณะ

เรื่องราวยิ่งใหญ่ของรามเกียรติ์ที่มีความยาวเป็นร้อยตอน แต่เส้นเรื่องที่สำคัญคือการรบพุ่งกันของพระรามและไพร่พลลิงที่ยกทัพไปช่วยนางสีดาซึ่งถูกลักพาตัวโดยราชาแห่งยักษ์ผู้ปกครองกรุงลงกา จึงเป็นที่มาของชื่อตอนที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น นางสีดาถูกลักพา ยกทัพไปตีลังกา หนุมานถวายแหวน เป็นต้น

เวลาต่อมาก็มีคนต่างตีความไปนานาว่า กรุงลงกา ที่ว่าน่าจะเป็น เมืองลังกา หรือ ประเทศศรีลังกา ในปัจจุบัน

แต่ใช่ว่าศรีลังกาจะมีดีแค่ว่าเป็นฉากหลังในมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของไทยและอินเดีย แต่ประเทศนี้เป็นประเทศที่น่าสนใจทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือธุรกิจอาหาร ก็ถือเป็นพลังอันนุ่มลึกของประเทศนี้ที่ส่งออกไปครองใจคนอีกมากมายทั่วโลก

ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย

ศรีลังกาได้รับฉายาว่าไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย ด้วยเหตุผลตรงตามตัวและตรงตามความหมาย ประเทศนี้มีลักษณะเป็นเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและมีรูปร่างเหมือนไข่มุก ฉะนั้นภูมิประเทศโดยรอบจึงโดนโอบล้อมด้วยทะเล พื้นที่ตรงกลางและทางใต้ของประเทศเป็นป่าและเทือกเขาสลับซับซ้อน

ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่มากมายทั้งหินแร่ อัญมณี และที่สำคัญประเทศนี้โด่งดังเรื่องการปลูกชา เพราะพื้นที่หลายแห่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,000-2,000 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศเย็นสบาย หมอกบางๆ แสงแดดอ่อนๆ แถมมีดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ชาที่เก็บเกี่ยวได้จึงเป็นชาที่มีความสมบูรณ์ในรสชาติ มีกลิ่นหอม และใบชาเรียวสวย แถมระบบการซื้อ-ขายชาในศรีลังกาก็ถูกเซตไว้เป็นอย่างดีโดยพ่อค้าชาวอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 เนื่องด้วยประเทศนี้เคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน

ใช่แล้ว ประเทศนี้เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน ในยุคล่าอาณานิคม

เกาะลังกา สู่ชาซีลอน

พูดไปก็น่าเศร้าใจ แต่ก็อาจจะถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่ไม่ได้เกิดมาในยุคล่าอาณานิคม ยุคที่เราคงจินตนาการกันไม่ออกว่ามันเป็นไปได้ยังไงที่ผู้คนถือวิสาสะรบพุ่งเอากำลังพลเข้ายึดประเทศคนอื่นตามใจชอบ เพียงเพราะเห็นแก่ทรัพยากรธรรมชาติของเขา คนเรามันใจร้ายใจดำกันได้อย่างนั้นเชียวหรอ

ในยุคล่าอาณานิคมศรีลังกา โดยเดิมถูกเรียกว่าลังกา (Lanka) ซึ่งแปลว่าเกาะ ในภาษาสันสกฤต ถูกยึดครองโดยโปรตุเกสในปี 1505-1658 เมื่อคนโปรตุกีสเข้ามาปกครองก็เริ่มเรียกเกาะนี้ว่า Ceilao (เป็นสำเนียงโปรตุเกสของชื่อเรียก Lanka) ต่อมาชาวดัตช์มาขับไล่คนโปรตุเกสและเข้ายึดศรีลังกาอีกในปี 1658-1796 คนเนเธอร์แลนด์เริ่มเรียกเกาะนี้ว่า Zeylan และด้วยความที่เป็นไข่มุกล้ำค่าแห่งมหาสมุทรอินเดีย อังกฤษก็มาเข้ายึดศรีลังกาต่อจากฮอลแลนด์อีกทีในปี 1796-1948 และช่วงนี้เองที่ชาวอังกฤษเริ่มเปลี่ยนชื่อเรียกเกาะนี้ให้เป็น Ceylon หรือซีลอน ซึ่งกลายเป็นชื่อเรียกอีกชื่อของเกาะศรีลังกาไปโดยปริยาย

เล่าถึงตรงนี้ทุกคนน่าจะเห็นภาพว่าประเทศนี้ผ่านมือการปกครองของชาติมีอำนาจมามากมาย จึงเป็นประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย และที่สำคัญวัตถุดิบที่ต่อมาชาวลังกาเอามาทำอาหารอย่างแพร่หลายมากมาย หลายต่อหลายอย่างก็มาจากประเทศผู้ล่าอาณานิคมเหล่านี้แหละที่เอามาแนะนำให้ชาวศรีลังการู้จัก เช่น พริก (ที่ชาวโปรตุเกสเอามาจากแอฟริกาแล้วเอามาเผยแพร่ในอินเดียและศรีลังกา)

และที่ร่ายคลาสวิชาประวัติศาสตร์อาหารมายืดยาวเพราะอยากพาคุณไปรู้จักร้านอาหารร้านหนึ่งที่ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่มีพลังการส่งออกวัฒนธรรมระดับมหาศาลเพราะสามารถทำให้คนทั้งโลกหันมามองศรีลังกาในฐานะประเทศที่มีปูที่ดีที่อร่อยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

ร้านอาหารร้านนั้นมีชื่อว่า Ministry of Crab

กระทรวงปู

หลักการบริหารบ้านเมืองคือเรื่องการจัดการ การจัดการทุกอย่างในประเทศให้เป็นระบบระเบียบก็ต้องมีการตั้งหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อเป็นโต้โผในการดูแลอะไรสักอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะกิจนั้นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องการปกครองบ้านเมือง, กระทรวงกลาโหม ดูแลเรื่องทหารและความมั่นคง, กระทรวงการคลัง ดูแลเรื่องเงินตรา

แล้วถ้ามีใครสักคนคิดอยากจะเอาจริงเอาจังกับ ‘ปู’ อยากจะให้ปูเป็นหน้าเป็นตาระดับประเทศ อยากให้คนทั้งประเทศหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับปู ว่าแล้วเจ้าของไอเดียนี้ก็เลยริเริ่มการทำร้านอาหารที่มีปูเป็นตัวชูโรงและตั้งชื่อร้านนี้ว่า Ministry of Crab ที่แปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวว่า ‘กระทรวงปู’

เจ้าของไอเดียการทำร้าน Ministry of Crab คือคุณ Dharshan Munidasa เชฟดังลูกครึ่งศรีลังกา-ญี่ปุ่น

ประวัติของคุณดาร์ชันอาจจะไม่ได้ตรงตามขนบความเป็นเชฟมืออาชีพสักเท่าไหร่ เพราะคุณดาร์ชันไม่ได้เรียนจบโรงเรียนสอนทำอาหารที่ไหน ตรงกันข้ามคุณดาร์ชันจบ ดีกรีแบบ double degree (หลักสูตรแบบเรียนจบแล้วได้ปริญญาพร้อมกัน 2 ใบ) ได้แก่ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย John Hopkins University

เคยมีคนสัมภาษณ์คุณดาร์ชันแล้วถามเขาว่า “เสียดายไหมที่เรียนปริญญามาตั้งสองใบ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ใช้”

คุณดาร์ชันตอบว่า “ไม่เคยเสียดายเลย”

เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่คุณดาร์ชันเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาจึงต้องทำอาหารด้วยตัวเองทุกมื้อทุกวัน แถมยังทำเผื่อเพื่อนและครอบครัวอีก เวลาที่คุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมที่อเมริกา คุณดาร์ชันจึงได้ฝึกปรือทำอาหารตอนเรียนหนังสือและได้ค้นพบตัวตนว่า เป็นคนชอบทำอาหารและอยากเดินเส้นทางสายนี้

ชีวิตพัดพาให้คุณดาร์ชันมาอยู่ในเส้นทางการทำอาหารจนได้กลายมาเป็นเชฟ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหารที่ไหนเลย อาจจะเพราะใจรักและเป็นลูกครึ่งศรีลังกา-ญี่ปุ่น คุณดาร์ชันจึงได้เรียนรู้ทั้งการใช้วัตถุดิบต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์อย่างศรีลังกา และการดึงรสชาติของวัตถุดิบที่อร่อยกลมกล่อมเป็นธรรมชาติในตัวของวัตถุดิบแต่ละชนิดในอาหารออกมาอย่างชาวญี่ปุ่น จึงทำให้คุณดาร์ชันเป็นเชฟที่โด่งดังมีชื่อเสียงและได้ออกรายการอาหารทางทีวีที่สิงคโปร์ชื่อว่ารายการ Culinary Journeys with Dharshanในปี 2009 ในรายการนั้นมีตอนหนึ่งที่คุณดาร์ชันเลือกใช้ปูจากศรีลังกา เป็นวัตถุดิบหลักของการทำเมนู

หลังจากที่เทปรายการนั้นออกเผยแพร่ มีฟีดแบ็กที่ดีมากมายมาถึงคุณดาร์ชันรวมถึงคำถามยอดฮิตที่ว่า “ทำไมคุณไม่เปิดร้านอาหารที่ใช้ปูจากศรีลังกาเป็นวัตถุดิบหลักล่ะ”

คุณดาร์ชันจึงไปชวนเพื่อนสนิทอีก 2 คนที่เป็นนักคริกเก็ตระดับตำนานชาวศรีลังกามาร่วมลงทุน นั่นคือคุณ Mahela Jayawardene และ Kumar Sangakkara

สองปีต่อมา เราจึงได้เห็นร้าน Ministry of Crab แห่งแรกของโลกเปิดที่เมืองโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา

จากเกาะแห่งชาสู่ร้านปูทะเลสุดเท่ของเอเชีย

หลักการทำร้าน Ministry of Crab ฟังดูเหมือนเรียบง่าย ไม่มีอะไรยาก และทุกครั้งที่คุณดาร์ชันให้สัมภาษณ์มันก็ดูเป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นคือ การใช้วัตถุดิบที่สด นั่นคือปูทะเลของศรีลังกาซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปูที่ถูกจับมาโดยธรรมชาติ

เมื่อปูเป็นๆ ถูกจับและส่งมาถึงร้านแล้ว จะมีเวลาอยู่ในร้านไม่เกิน 2 วัน ก่อนที่ปูนั้นจะถูกปรุงและเสิร์ฟมาอยู่บนจานของคุณลูกค้าที่ร้าน ฉะนั้นความสด ความใหม่ของปูสำคัญมากสำหรับคุณดาร์ชัน

อีกทั้งเรายังต้องอย่าลืมว่าคุณดาร์ชันเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น เขาเก่งกาจเรื่องการผสมผสานรสชาติและการดึงรสชาติให้กลมกล่อมอูมามิ จังหวะไหนที่ต้องเผ็ดร้อนเขาทราบดีว่าต้องใช้พริกไทยดำ พริกป่น น้ำมัน กระเทียมยังไงให้เค็ม เผ็ด จัดจ้านในแบบที่คนศรีลังกาและชาวเอเชียนิยม จังหวะไหนที่ต้องปรุงแบบกลมกล่อมให้รสชาติหอมหวนเขาก็สามารถทำให้ลูกค้าชมได้ไม่หยุดปากจากการปรุงและตวัดปลายตะหลิวของเขาเช่นกัน

ไซส์ปูที่เสิร์ฟที่ร้าน Ministry of Crab มีตั้งแต่ไซส์เล็กสุดคือ ½ kilo crab (แปลเป็นไทยคือตัวละครึ่งกิโลฯ) ไปจนถึง Crabzilla (ปูตัวละ 2 กิโลฯ!)

วิกฤตศรีลังกา กับความกล้าในการตั้งกระทรวงของเชฟ

นอกจากคลาสประวัติศาสตร์โดยย่อแล้ว เราขอพาคุณเข้าห้องเลกเชอร์คลาสเศรษฐศาสตร์แบบรวบรัดจบใน 5 นาที ตามนี้

ข่าวที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี 2021-2022 ของประเทศในแถบเอเชียคงหนีไม่พ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเรียกได้ว่าความพังพินาศที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินของศรีลังกา ความโดยย่อต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือ รัฐบาลศรีลังกาล้มเหลวในการบริหารประเทศ มีการไปกู้ยืมเงินจากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสถาบันการเงินอื่น แต่พอถึงนัดชำระหนี้กลับไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ จึงถือว่าผิดนัดชำระหนี้ พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เท่ากับว่าประเทศติดหนี้อยู่มหาศาล รัฐบาลก็หาวิธีมากมายที่พยายามประคับประคองเศรษฐกิจก็แล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าทำอะไรก็ผิดไปหมดในสายตาชาวโลก เช่น การลดภาษี ที่หนักเกินไปที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้เป็นนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการทำให้รายได้รัฐยิ่งลดลง, การพิมพ์เงินมากเกินไป ทำให้เงินเฟ้อ พอเงินเฟ้อค่าเงินรูปีก็ร่วง เมื่อค่าเงินร่วงก็หมายความว่า ราคาข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลายก็จะสูงขึ้นจนคนศรีลังกาจ่ายไม่ไหว แถมให้อีกปัญหาคือ เมื่อรัฐบาลศรีลังกามีเงินเหลือไม่พอในคงคลัง รัฐจึงไม่มีเงินในการซื้อพลังงานจากต่างประเทศ เช่น น้ำมันดิบ ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ทำให้ศรีลังกาเคยเกิดวิกฤตพลังงาน คือไฟฟ้าดับวันละ 10-13 ชั่วโมง ทั้งเกาะ!

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้หากสาธยายไปก็รังแต่จะทำให้คุณต้องปวดหัว เลยขอสรุปความว่า ศรีลังกาเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสที่สุด จนผู้คนรวมตัวออกมาประท้วงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในปี 2022

วิกฤตทั้งหมดพอจะผ่านพ้นไปได้ เมื่อศรีลังกาได้รับการอนุมติเงินกู้จาก IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ในปี 2023

เหตุผลที่นำพาวิกฤตมายังศรีลังกาที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั่วโลกว่ากันคือ การบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐ บ้างก็ว่าปัญหาคอร์รัปชั่นสะสม และการทำงานที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่รัฐที่ศรีลังกาที่เป็นต้นตอของปัญหาการบริหารงานภายในประเทศ

สื่อหลายที่เคยโยงเอาการตั้งชื่อร้านอาหารว่า Ministry of Crab หรือ กระทรวงปู ของคุณดาร์ชันว่าเป็นการจิกกัดเสียดสีรัฐบาลศรีลังกาที่ล่าช้าและคงจะไม่เอาจริงเอาจัง ถ้ารัฐบาลจะทำอะไรช้าตลอด อย่างนั้นผมตั้งกระทรวงขึ้นเองเลยก็แล้วกัน ตั้งชื่อร้านว่ากระทรวงปู หรือ Ministry of Crab เอาเองซะเลย

ย้ำอีกครั้งว่า ทั้งหมดนี้คุณดาร์ชันไม่เคยพูดตรงๆ พูดเพียงแต่ว่า “เราแค่ต้องการชื่อที่เอาจริงเอาจังและดูซีเรียส มีความเป็นสถาบัน”

จะอย่างไรก็ตาม คุณดาร์ชันก็พาความเป็นปูทะเลศรีลังกาให้คนมากมายทั่วโลกได้รู้จักจริงๆ เพราะปัจจุบันนี้ Ministry of Crab เปิดไปแล้ว 8 สาขา คือ โคลอมโบ, เซี่ยงไฮ้, เฉิงตู, มุมไบ, มัลดีฟส์, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์ รวมถึงที่กรุงเทพมหานคร

จะเพราะความกล้า ความบ้า หรือความเนิร์ดก็ตาม แต่คุณดาร์ชันก็ได้ทำให้โลกเห็นว่าศรีลังกาไม่ได้มีดีแค่ชา และไม่ได้เป็นแค่กรุงลงกาที่โด่งดังจากมหากาพย์รามเกียรติ์เท่านั้น แต่วันนี้โลกได้รู้จักกับศรีลังกาในมุมใหม่ว่า ปูทะเลที่นี่ก็อร่อยและชื่อร้านก็ยังเท่ไม่แพ้ใครอีกด้วย

อ้างอิง

ministryofcrab.com/colombo/2014/12/01/the-origins-of-ministry-of-crab

ministryofcrab.com/colombo/about-us/?utm_source=chatgpt.com

ministryofcrab.com/colombo/?gad_source=1&gbraid=0AAAAACpoA37tT7o8UN1-qrTTmJYj_E8BW&gclid=Cj0KCQjw2ZfABhDBARIsAHFTxGwRrp8IU0ZV12ISr9g7TO3mqFr2A-0MMy_vQJOELrghIVyi102hRCoaAneIEALw_wcB

worldsofflavor.com/dharshan-munidasa

culinary journey mud crab 2009 dharshan

sundaytimes.lk/online/business/MINISTRY-OF-CRAB-MAKES-ITS-MALAYSIAN-DEBUT/10-1148492

timeout.com/hong-kong/restaurants/ozone-x-ministry-of-crab-pop-up

theworlds50best.com/discovery/Establishments/Sri-Lanka/Colombo/Ministry-of-Crab.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...