โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : กว่าจะเรียนจบได้ใบปริญญา เด็กไทยต้องสอบอะไรบ้าง?

Dek-D.com

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • DEK-D.com
กว่าจะเรียนจบได้ใบปริญญา เด็กไทยต้องสอบอะไรบ้าง?

เกือบ 20 ปีในวงการการศึกษา กว่าจะเรียนจบได้ใบปริญญา ใครว่าเด็กไทยต้องสอบแค่กลางภาค หรือปลายภาคเท่านั้น? ยังมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่าเป็นสนามสอบสำคัญระดับชาติ นอกจากนี้ ยังมีการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่าง ๆ เช่น ม.1 และ ม.4 รวมถึงการสอบวัดระดับความรู้ด้านต่าง ๆ สอบแข่งขันวิชาการอีกมากมายที่เด็กไทยต้องเจอ

วันนี้คอลัมน์ ‘เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน’ รวบรวมมาให้แล้วว่ากว่าจะเรียนจบเด็กไทยต้องสอบอะไรบ้าง? เพื่อให้น้องๆ รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้เตรียมตัวและวางแผนการศึกษากันได้อย่างเหมาะสม

กลุ่มที่ 1 สอบเข้าศึกษาต่อระดับชั้น ม.1 และ ม.4

ระบบการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศไทยมีรูปแบบข้อสอบ และเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันไปตามประเภทของโรงเรียน เนื่องจากปัจจุบันมีโรงเรียนหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • โรงเรียนรัฐบาล ภายใต้ สพฐ.
  • โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
  • โรงเรียนสาธิตต่าง ๆ เช่น สาธิต มศว. / สาธิต มธ. / สาธิต มก. ฯลฯ
  • โรงเรียนเอกชน
  • โรงเรียนทางเลือก เช่น รุ่งอรุณ / เพลินพัฒนา / อมาตยกุล
  • โรงเรียนวิทยาศาสตร์ เช่น จุฬาภรณราชวิทยาลัย / มหิดลวิทยานุสรณ์ / กำเนิดวิทย์

ดังนั้น รูปแบบการสอบเข้าจึงมีความแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะครอบคลุมในรายวิชาหลักอย่าง วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

วิชาที่ต้องสอบ

ม.1

ม.4

- บางโรงเรียนสอบครบทั้ง 5 วิชา
(คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา)

- บางโรงเรียนอาจจัดสอบเพียงบางวิชาเท่านั้น

- บางโรงเรียนสอบครบทั้ง 5 วิชา
(คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา)

- บางโรงเรียนจัดสอบเพียงบางวิชา
เช่น รร.เตรียมอุดมศึกษา สายศิลป์-คำนวณ ไม่ต้องสอบวิชาวิทยาศาสตร์ หรือสายศิลป์-ภาษา สอบแค่ 3 วิชา ได้แก่ สังคม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

เกณฑ์คะแนนที่ใช้คัดเลือก

เกณฑ์การคัดเลือกในการสอบเข้าจะอิงตามรูปแบบการคัดเลือกเป็นหลัก และจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น คัดเลือกจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว หรือมีการคัดเลือกโดยพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX), เกรดเฉลี่ยรายวิชา (GPA), กิจกรรมพิเศษ หรือความสามารถพิเศษ รวมถึงการสอบสัมภาษณ์เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในระดับชั้น ม.4 บางโรงเรียนอาจมีให้สอบวิชาอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ จุฬาภรณราชวิทยาลัย, มหิดลวิทยานุสรณ์, กำเนิดวิทย์ การสอบเข้าข้อสอบจะเน้นไปที่วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมถึงอาจมีเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ เคมี หรือชีววิทยา ซึ่งจะเป็นความรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายรวมอยู่ด้วย

กลุ่มที่ 2 สอบเข้ามหาวิทยาลัย

กลุ่มนี้จัดเป็นการสอบระดับประเทศ โดยใช้ระบบ TCAS ซึ่งสามารถสมัครได้ทุกวุฒิ ทั้ง ม.6 / สายอาชีพ (ปวช.) / และเทียบวุฒิ GED และจะใช้ข้อสอบกลางในการสอบ คะแนนที่ได้จากการสอบสนามนี้จะถูกใช้เป็นคะแนนหลักในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งข้อสอบกลางที่ต้องสอบเพื่อสมัครในระบบ TCAS แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หลัก ได้แก่ TGAT TPAT และ A-Level ซึ่งน้องๆ ไม่จำเป็นต้องสมัครทุกวิชา เลือกสอบตามที่ทางคณะ หรือสาขากำหนดได้เลย

นอกจากนี้ ยังมี O-NET ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการบังคับสอบแล้ว เนื่องจากไม่ได้เป็นคะแนนหลักในการยื่นสมัครสอบ TCAS โดยแต่ละวิชามีรายละเอียด ดังนี้

1. TGAT

TGAT คือ ข้อสอบวัดความถนัดทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 พาร์ต

  • TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ (60 ข้อ)
  • TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล (80 ข้อ)
  • TGAT3 สมรรถนะการทำงาน (60 ข้อ)

Note :TGAT ทั้ง 3 พาร์ต ถือเป็น 1 วิชา น้องๆ ไม่สามารถเลือกสอบแบบแยกพาร์ตได้ ทั้งนี้อาจมีบางมหาวิทยาลัยนำคะแนนแค่บางพาร์ตไปใช้ เวลาสอบน้องๆ จะสอบแค่พาร์ตที่ใช้คะแนนก็ได้ แต่พี่แป้งแนะนำว่าทำให้ครบทั้ง 3 พาร์ตไปเลยจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

2. TPAT

TPAT คือ ข้อสอบความถนัดวิชาชีพ แบ่งออกเป็น 5 วิชาให้เลือกสอบ

  • TPAT1 กสพท หรือ ความถนัดทางแพทย์
  • TPAT2 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ (150 ข้อ)
  • TPAT3 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (70 ข้อ)
  • TPAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ (80 ข้อ)
  • TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ (100 ข้อ)

3. A-Level

A-Level คือ ข้อสอบวัดความรู้วิชาการ แบ่งออกเป็น 16 วิชาให้เลือกสอบ

  • A-Level 61 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (พื้นฐาน + เพิ่มเติม) (30 ข้อ)
  • A-Level 62 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 (พื้นฐาน) (30 ข้อ)
  • A-Level 63 วิทยาศาสตร์ประยุกต์ (30 ข้อ)
  • A-Level 64 ฟิสิกส์ (30 ข้อ)
  • A-Level 65 เคมี (35 ข้อ)
  • A-Level 66 ชีววิทยา (40 ข้อ)
  • A-Level 70 สังคมศึกษา (50 ข้อ)
  • A-Level 81 ภาษาไทย (50 ข้อ)
  • A-Level 82 ภาษาอังกฤษ (80 ข้อ)
  • A-Level 83 ภาษาฝรั่งเศส (50 ข้อ)
  • A-Level 84 ภาษาเยอรมัน (50 ข้อ)
  • A-Level 85 ภาษาญี่ปุ่น (50 ข้อ)
  • A-Level 86 ภาษาเกาหลี (50 ข้อ)
  • A-Level 87 ภาษาจีน (50 ข้อ)
  • A-Level 88 ภาษาบาลี (50 ข้อ)
  • A-Level 89 ภาษาสเปน (50 ข้อ)

โดยการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันจะใช้ระบบ TCAS แบ่งออกเป็น 4 รอบ ดังนี้

  • รอบที่ 1 Portfolio เน้นคัดเลือกจากคุณสมบัติผู้สมัคร และพิจารณาจากแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio), เกรดเฉลี่ย (GPAX) หรือคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับสาขานั้นๆ
  • รอบที่ 2 Quotaเน้นรับสมัครนักเรียนที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น นักเรียนในเขตพื้นที่, นักเรียนในโควตาโรงเรียน ฯลฯ โดยแต่ละมหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดเกณฑ์คัดเลือกเอง
  • รอบที่ 3 Admissionเปิดรับสมัครพร้อมกันผ่านเว็บไซต์ myTCAS เกณฑ์ในรอบนี้มหาวิทยาลัยจะกำหนดเอง โดยจะเลือกใช้คะแนนจากข้อสอบกลาง TGAT/TPAT และ A-Level ตามสัดส่วนค่าน้ำหนักที่ต้องการ
  • รอบที่ 4 Direct Admissionเป็นรอบที่มหาวิทยาลัยเปิดรับเองหลังจากประกาศผลในรอบ 3 Admission เน้นรับกลุ่มนักเรียนที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือกรอบต่างๆ หรือนักเรียนที่สละสิทธิ์เพื่อมารอรอบถัดไป

เกณฑ์ที่ใช้คัดเลือก

  • รอบที่ 1 Portfolio : แฟ้มสะสมผลงาน, GPAX (5 เทอม) คะแนน TGAT/TPAT หรือคะแนนอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะกำหนด เช่น CU-TEP, SAT, BMAT เป็นต้น

  • รอบที่ 2 Quota :GPAX (5 หรือ 6 เทอม), คะแนนสอบ A-Level, TGAT/TPAT หรือคะแนนอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะกำหนด เช่น NETSAT

  • รอบที่ 3 Admission

  • คณะทั่วไป :GPAX (6 เทอม), คะแนนสอบ A-Level, TGAT/TPAT หรืออื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะกำหนด

    • คณะ กสพท :TPAT1 30% และ A-Level 70% (ฟิสิกส์ + เคมี + ชีวะ 28% , คณิต 1 14% , ภาษาอังกฤษ 14% , ภาษาไทย 7% , สังคม 7%)
  • รอบที่ 4 Direct Admission : GPAX (6 เทอม), คะแนนสอบ A-Level / TGAT/TPAT หรืออื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะกำหนด

หมายเหตุ : ในแต่ละปีวิชาที่ใช้สอบ และสัดส่วนคะแนนอาจมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การคัดเลือกของแต่ละมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ บางรอบอาจมีการสอบวิชาเฉพาะของทางมหาวิทยาลัยด้วย แนะนำว่าให้น้อง ๆ รอติดตามข่าวสาร ทั้งจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย, เว็บไซต์ mytcas.com หรือดาวน์โหลด App “เด็กดี TCAS” ติดเครื่องไว้ ทันทีที่มีข่าวเปิดรับสมัครจะมีแจ้งเตือนบอกทันที โหลดฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

4. O-NET

O-NET คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

วิชาที่ต้องสอบ

ป.6 ม.3 ม.6 - ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
- คณิตศาสตร์
- วิทยาศาสตร์ - ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
- คณิตศาสตร์
- วิทยาศาสตร์ - ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
- คณิตศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- สังคมศึกษา

ทำไมการสอบ O-NET มีความสำคัญต่อนักเรียน?

  • สอบได้ครั้งเดียวแต่คะแนนจะติดตัวตลอดชีวิต
  • บางโรงเรียนใช้คะแนน O-NET ในการสมัครเข้าเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือ 4
  • ทดสอบความรู้ของนักเรียน และประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน
  • ประเมินคุณภาพโรงเรียนระดับชาติ

เดิมทีการสอบ O-NET ต้องสอบทุกคน แต่ปัจจุบันมีการอนุโลมให้ว่าจะสอบหรือไม่สอบก็ได้ สำหรับเด็ก ม.6 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้มีการใช้คะแนนส่วนนี้แล้วอย่างไรก็ตาม บางอาจโรงเรียนก็อาจขอความร่วมมือให้นักเรียนสอบ เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ของนักเรียน และประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน

รวมถึงบางโรงเรียนอาจใช้คะแนน O-NET ในการสมัครเข้าเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือ 4 ด้วย ดังนั้น น้องๆ และผู้ปกครอง ควรอ่านรายละเอียดเกณฑ์การรับสมัครกันอย่างรอบคอบด้วยนะคะ

กลุ่มที่ 3 สอบเฉพาะทาง

สำหรับการสอบในกลุ่มนี้เป็นการสอบเฉพาะบุคคลเท่านั้น โดยจะเป็นข้อสอบเฉพาะทางสำหรับผู้ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีการใช้คะแนนสอบด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ภาษาอังกฤษ แพทย์ วิศวกรรม ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วคะแนนเหล่านี้มักจะถูกนำมาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกในรอบ 1 Portfolio

TBAT - Thai Biomedical Admissions Test

เป็นข้อสอบความถนัดทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาหลักสูตรนานาชาติ ที่ทาง CU-ATC (Chulalongkorn University Academic Testing Center) พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้ทดแทนข้อสอบ BMAT เหมาะสำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์/คณะทันตแพทยศาสตร์/คณะเภสัชศาสตร์/คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน TBAT

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์/ทันตแพทย์ศาสตร์ ต้องยื่นคะแนน TBAT ควบคู่ไปกับคะแนนสอบ CU-AAT ด้วย
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2567) ต้องยื่นคะแนน TBAT ควบคู่ไปกับคะแนนสอบ CU-AAT หรือ MCAT ด้วย

UCAT - University Clinical Aptitude Test

เป็นข้อสอบวัดระดับความถนัดทางคลินิกสำหรับการศึกษาต่อในคณะวิชาสายการแพทย์ และทันตกรรม ที่นิยมใช้งานกันในประเทศอังกฤษและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน TBAT

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ CICM (วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์) ได้แก่
  • คณะแพทยศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • คณะแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ/หลักสูตรใหม่ 2567)
  • คณะทันตแพทยศาสตร์ (หลักสูตรทวิภาษา)

MCAT - The Medical College Admission Test

เป็นข้อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะทางการแพทย์ที่จัดสอบโดยสมาคมวิทยาลัยการแพทย์อเมริกัน (AAMC – Association of American Medical Colleges) เพื่อวัดความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยปกติแล้วการเข้าศึกษาต่อคณะแพทย์ในสหรัฐอเมริกาจะต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว (และต้องผ่านการเรียนวิชา Pre-Med Coursework เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ มาก่อน) ดังนั้น ข้อสอบ MCAT จึงออกแบบมาวัดความรู้และทักษะที่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัยและมีความยากกว่าเนื้อหาระดับม.ปลาย

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน MCAT

  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทยศาสตร์ (โครงการ MDX)
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2567)
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ CU-MEDi รับเฉพาะผู้จบปริญญาตรี

AKAT - Aptitude Knowledge Admission Test

เป็นข้อสอบวัดความถนัดทางการเรียนที่ทางสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ (มศว) เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาใช้งานทดแทนข้อสอบ BMAT เริ่มสอบครั้งแรกในปี 2567

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน AKAT

  • มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ เช่น
  • คณะแพทยศาสตร์ โครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (SWU-NOTT)
  • คณะทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (ภาษาไทย ปกติ)

NETSAT - North Eastern Thailand Scholastic Aptitude Test Center

เป็นศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประเมินความพร้อมของผู้เรียนก่อนเข้าสู่การเรียนในระดับอุดมศึกษา สำหรับนักเรียนในระดับ ม.ปลาย (ม.5 -6) รวมถึงระดับ ปวช. ชั้นปีที่ 2-3 ซึ่งเรียนกับโรงเรียนในสังกัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (แต่ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในภาคอีสาน) เพื่อใช้คะแนนในการยื่นสอบรอบ 2 โควตาเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน NETSAT

  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยื่นคะแนนในระบบ TCAS รอบ 2 โควตา

CU-AAT

ย่อมาจาก Chulalongkorn University Academic Aptitude Test เป็นข้อสอบวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ หรือภาคอินเตอร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน CU-AAT

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่น

  • The Bachelor of Business Administration or BBA International Program หลักสูตรบริหารธุรกิจ

    • Aerospace Engineering (AERO) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมอากาศยาน
    • Applied Chemistry (BSAC) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมีประยุกต์
    • Architectural Design (INDA) หลักสูตรการออกแบบสถาปัตยกรรม
    • Communication Management (COMMARTS) หลักสูตรการจัดการการสื่อสาร

CU-ATS

ย่อมาจาก Chulalongkorn University Aptitude Test for Science เป็นข้อสอบวัดความถนัดในด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับผู้มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน CU-ATS

  • หลักสูตรนานาชาติของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ (BSAC)
  • หลักสูตรนานาชาติของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (ISE และ ChPE)

CU-TAD

ย่อมาจาก Chulalongkorn University Test of Aptitude in Design เป็นข้อสอบวัดความถนัดด้านการออกแบบ สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (INDA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากเปรียบเทียบกับข้อสอบออกแบบหลักสูตรไทยเทียบได้กับ TPAT4

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน CU-TAD

  • หลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม จุฬาฯ (INDA) __

SAT

ย่อมาจาก Scholastic Aptitude Test เป็นการทดสอบการใช้เหตุผล เป็นข้อสอบมาตรฐานสำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถานบันอุดมศึกษา หลักสูตรนานาชาติ ทั้งนี้ข้อสอบได้รับการพัฒนาโดย College Board ซึ่งเป็นองค์การองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร SAT เป็นข้อสอบระดับ High School หรือ International Student ต้องสอบสำหรับใช้ยื่นเข้ามหาลัย โดยข้อสอบจะอบ่งเป็น 2 พาร์ตหลัก ได้แก่ Evidence-Based Reading & Writing และ Mathematics

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน SAT

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ เช่น

  • หลักสูตรบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA CU)

    • คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ ISE (International School of Engineering)
    • วิศวกรรมเคมี หรือ ChPE (Chemical and Process Engineering)
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ เช่น

  • คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (BJM)

    • คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (BEC)
    • คณะเศรษฐศาสตร์ สาขา Monetary and Financial Economics (เศรษฐศาสตร์การเงินและสกุลเงิน)

SAT SUBJECT TESTS

หรือ SAT II เป็นการสอบวิชาเฉพาะทางที่จำเป็น สำหรับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่ง SAT Subject Tests ได้มีการเปิดสอบด้วยกันหลายวิชา ดังนี้

Mathematics

(ยากกว่า SAT I)

- Mathematics Level 1

- Mathematics Level 2

Science

- Chemistry

- Physics

- Biology E/M

History & Social Studies

- U.S. History

- World History

English

- Literature

Reading ONLY

- French

- German

- Modern Hebrew

- Spanish

- Italian

- Latin

Reading & Listening

- French with Listening

- German with Listening

- Spanish with Listening

- Chinese with Listening

- Korean with Listening

-Japanese with Listening

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน SAT SUBJECT TESTS

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ (หลักสูตรนานาชาติ)

กลุ่มที่ 4 สอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ

สำหรับการสอบในกลุ่มนี้เป็นการสอบเฉพาะบุคคล เช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2 โดยจะเป็นข้อสอบเฉพาะทางสำหรับผู้ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีการใช้คะแนนสอบด้านภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่แล้วคะแนนเหล่านี้มักจะถูกนำมาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกในรอบ 1 Portfolio

IELTS

ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นการทดสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง พูด อ่าน และเขียน สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อ หรือทำงานในต่างประเทศ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก โดย IELTS สามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั้งภาคไทย และภาคอินเตอร์ในระดับปริญญาตรี หรือระดับปริญญาโทในประเทศไทยได้อีกด้วย

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน IELTS

  • สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตร : วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และการเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรนานาชาติ) (หลักสูตรร่วม สจล. และ ม.กรุงเทพ)
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การประกอบการ (นานาชาติ)

TOEFL

ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language เป็นแบบทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษ ครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะคือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยยึดตามภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) เพื่อวัดระดับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติหรือภาษาหลักในการสื่อสาร

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน TOEFL

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีบูรณาการ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรม สาขาวิชานวัตกรรมการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ)

TOEIC

โดยปกติแล้วการสอบ TOEIC จะนิยมใช้เพื่อนำคะแนนที่ได้ไปยื่นสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็น องค์กรในประเทศ หรือต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในบางมหาวิทยาลัยก็มีการเปิดให้ใช้คะแนน TOEIC เพื่อสมัครเรียนได้ด้วย ซึ่งข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ทักษะที่นิยมกัน ได้แก่ Reading (การอ่าน) และ Writing (การเขียน)

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน TOEIC

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะศิลปะศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

CU-TEP

ข้อสอบทดสอบความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา ซึ่งใช้ยื่นทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CU-TEP ข้อสอบจะประกอบไปด้วยการวัดทักษะ 3 ด้าน ได้แก่ การฟัง การอ่าน และการเขียน

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน CU-TEP

  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ หลักสูตรวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ (หลักสูตรนานาชาติ)

TU – GET

ข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งภาคไทยและอินเตอร์ จัดสอบโดยสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้อสอบมีทั้งหมด 3 พาร์ท คือ Grammar , Vocabulary และ Reading Comprehension

ตัวอย่างคณะที่ใช้คะแนน TU-GET

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรม สาขาวิชานวัตกรรมการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ

กลุ่มที่ 5 สอบเทียบ

สอบเทียบ คือ การสอบในหลักสูตรการเรียนอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับระบบการศึกษาหลัก เช่น สอบเทียบ ม.6 ด้วยหลักสูตรอื่น ๆ แล้วได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 เป็นต้น โดยการสอบเทียบนั้นส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นส่วนใหญ่ หลายคนจึงเรียกว่าเป็นการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นเอง ซึ่งในประเทศไทยจะมีหลักสูตรสำหรับการสอบเทียบให้เลือกทั้งภาคไทยปกติ และนานาชาติ ได้แก่

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

เป็นการศึกษาที่เปิดโอกาสให้กับนักเรียนที่ไม่สะดวกเรียนในระบบ สามารถเรียนให้ครบตามหลักสูตรที่กำหนด ซึ่งหลักสูตรและระยะเวลาการเรียนการสอนจะคล้ายกับระบบโรงเรียนปกติทั่วไป มีตั้งแต่หลักสูตรระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดยมีเวลาการเรียนที่ยืดหยุ่น รูปแบบการเรียนที่หลากหลาย ทั้งการเรียนในห้องเรียน การเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือการเรียน กศน. ออนไลน์ผ่านระบบของสำนักงาน กศน. ที่ชื่อว่า EDU Online ทั้งนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องเก็บหน่วยกิตและสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ถึงจะได้รับวุฒิเทียบเท่า ม.6 ซึ่งสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ โดยโครงสร้างหลักสูตร กศน. จะเน้นให้ครอบคลุมในหลาย ๆ ทักษะ เช่น ทักษะทางด้านวิชาการ ทักษะการดำเนินชีวิต ทักษะทางด้านการประกอบอาชีพ เป็นต้น

General Educational Development (GED)

การสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอเมริกัน หรือ US High School Equivalency Diploma จัดการสอบโดย GED Testing Service, USA โดยผู้สอบจะต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปีขึ้นไป และต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครอง หลังจากสอบผ่านแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรหรือวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่า ม.6 ซึ่งสามารนำไปใช้สมัครเรียนในมหาวิทยาลัยได้หลากหลาย ทั้งมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน ยื่นได้ทั้งในและต่างประเทศ GED จะต้องสอบทั้งหมด 4 รายวิชา ได้แก่ Mathematical Reasoning, Reasoning Through Language Arts, Social Studies และ Science

IGCSE / A-Level

การสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอังกฤษ หากเทียบ IGCSE กับระบบการศึกษาของประเทศไทย จะเทียบเท่าได้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนั้น เพื่อให้เพียงพอสำหรับการเทียบเท่าในระดับ ม.ปลาย น้อง ๆ จะต้องสอบ A Level ให้ผ่านด้วย

โดยน้อง ๆ ที่เลือกเรียนหลักสูตร IGCSE จะต้องเรียนและสอบให้ผ่านอย่างน้อย 5 รายวิชา และสำหรับ A Level ต้องสอบให้ผ่านอย่างน้อย 3 รายวิชา การสอบเทียบด้วยระบบนี้สามารถเลือกวิชาการเรียนและสอบได้ตามความสนใจของน้องๆ ได้ เช่น สนใจด้านธุรกิจ ก็สามารถเลือกวิชา Business ได้

ทั้งนี้จะมีเพียงแค่ 2 วิชาเท่านั้นที่การสอบเทียบ IGCSE ขอบังคับให้ทุกคนสอบ นั่นคือ Math และ ESL (English as a second language) เพราะถือว่าเป็นวิชาหลักที่สำคัญ นอกนั้นเราสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ โดย IGCSE นั้นมีรายวิชาให้เราเลือกเรียนมากกว่า 70 รายวิชา แบ่งเป็นกลุ่มวิชา Creative and professional, English language and literature, Humanities and social sciences, Languages, Mathematics และSciences

กลุ่มที่ 6 สอบแข่งขันทางวิชาการ

1. โอลิมปิกวิชาการ (สอวน.)

  • เป็นโครงการสอบเเข่งวิทยาศาสตร์ใน 7 สาขาวิชา ได้เเก่ ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, คณิตศาสตร์, ภูมิศาสตร์, ดาราศาสตร์ เเละคอมพิวเตอร์ เพื่อหาตัวเเทนประเทศไปเเข่งขันในระดับนานาชาติ
  • ต้องผ่านการสอบเเละการเข้าค่ายจาก สอวน. 2 ค่าย เเละ สสวท. 2 ค่าย ซึ่งทั้ง 4 ค่ายนี้น้องๆ จะได้ความรู้ทั้งวิชาการเเละการลงมือปฎิบัติจริง
  • เป็นการสอบที่เหมาะกับน้องๆ ม.ต้น เเละ ม.ปลาย สายวิทย์ โดยวิชา ภูมิศาสตร์, ดาราศาสตร์ เเละคอมพิวเตอร์ น้องๆ สายศิลป์ก็สามารถสอบได้

สอบเเข่งขัน โอลิมปิกวิชาการ (สอวน.) เเล้วได้อะไร?

  • ได้โควตาเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงได้รับทุนเรียนต่อต่างประเทศอีกด้วยค่ะ

2. International Junior Science OlympiadIJSO (IJSO)

  • การแข่งวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศสำหรับเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี รายวิชาที่เปิดสอบมี 4 วิชา ได้เเก่ คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์, เคมีเเละชีววิทยา
  • มีจัดการแข่งขันขึ้นทุกปีในแต่ละประเทศ โดยแต่ละประเทศจะต้องส่งนักเรียนเป็นทีม 6 คนและมีผู้นำทีม (อาจารย์ผู้ควบคุมทีม) 3 คน
  • ลักษณะคล้ายการสอบสอวน. เเต่จัดสอบสำหรับเด็ก ป.6 – ม.3
  • เมื่อผ่านการสอบคัดเลือกรอบเเรกจะได้เข้าค่ายอบรมภาคปฎิบัติ เปิดประสบการณ์ความรู้ที่ไม่ได้อยู่เเค่การเรียนหรือทำข้อสอบ เเต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
  • ต้องมีผลการเรียนคะเเนนเฉลี่ยวิชาพื้นฐานในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่า 3.5 หรือมีผลการเรียนดีและมีผลงานทางวิทยาศาสตร์ดีเด่น (ต้องมีใบรับรองจากสถาบันศึกษา)

สอบเเข่งขัน IJSO เเล้วได้อะไร?

  • โอกาสได้เข้าค่ายอบรมภาคปฏิบัติสำหรับผู้สอบผ่านการสอบคัดเลือกรอบเเรก
  • มีโอกาสได้เป็นตัวเเทนไปเเข่งโอลิมปิกวิชาการ
  • ได้ประสบการณ์เเละได้เรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆโดยตรง

3. MOS Olympic Thailand Competition (MOS)

  • การเเข่งขันโปรแกรม Microsoft โดยบริษัท เออาร์ไอที จำกัด เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตัวเเทนเยาวชนไทย เพื่อส่งเข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก MOS Olympic World Championship ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • เเข่งขันการใช้โปรเเกรม Microsoft พื้นฐาน คือ Microsoft Word, Microsoft Excel เเละ Microsoft PowerPoint
  • เหมาะกับน้องๆ ม.ปลาย, ปวช. ปวส. จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ไม่จำกัดสาขา หรือชั้นปี โดยมีอายุระหว่าง 16 – 21 ปี

สอบเเข่งขัน MOS เเล้วได้อะไร?

  • ได้เข้าค่ายอบรมการใช้งานโปรแกรมชุด Microsoft Office โดยวิทยากรผู้มีความชำนาญจาก บริษัท ARIT เป็นเวลา 3 วัน
  • ทุนการศึกษาจากการเป็นผู้ชนะการเเข่งขันประดับประเทศ
  • ได้เข้าร่วมการเเข่งขันระดับนานาชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าเดินทางเเละค่าที่พัก

4. โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.)

  • เป็นโครงการของรัฐบาลไทยโดยความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ทุนการศึกษาเเละจัดค่ายวิทยาศาสตร์
  • ทุนนี้เหมาะกับคนรักคณิตศาสตร์เเละวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นการให้ทุนการศึกษาตั้งเเต่มัธยมปลาย จนถึงปริญญาเอก เเละยังเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การทดลอง, การทำงานวิจัย ผ่านค่ายย่อยต่างๆ ภายในโครงการ
  • เหมาะกับน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.3 เเละ ม.6

สอบเเข่งขัน พสวท. เเล้วได้อะไร?

  • ทุนการศึกษาตั้งเเต่มัธยมปลาย ถึง ปริญญาเอก
  • โควต้าเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศที่ร่วมโครงการ 10 มหาวิทยาลัย
  • โอกาสฝึกทำงานวิจัยโดยมีอาจารย์พี่เลี้ยงในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยคอยให้การดูแลแนะนำอยู่เสมอ
  • การหาตำแหน่งงานให้แก่บัณฑิตใหม่ โดย สสวท
  • โอกาสไปทำวิจัยหรือเป็นนักเรียนเเลกเปลี่ยนในต่างประเทศ

5. เพชรยอดมงกุฎ

  • โครงการเฟ้นหานักเรียนที่มีความสามารถใน 13 สาขาวิชาทั้ง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เป็นต้น ดำเนินการภายใต้มูลนิธิร่มฉัตร
  • การสอบมีสาขาวิชาให้เลือกสอบหลากหลาย ข้อสอบที่มีทั้งสอบวัดความรู้พื้นฐานเเละความถนัดในสาขาวิชาต่างๆ เช่น การพูดสุนทรพจน์ภาษาจีน
  • เหมาะกับน้องๆ ม.1 – ม.6 เเละในบางสาขาวิชา เช่น ภาษาญี่ปุ่น เปิดรับสมัครถึงระดับมหาวิทยาลัย

สอบเเข่งขัน เพชรยอดมงกุฎ เเล้วได้อะไร?

  • โอกาสในการได้ไปเเข่งค่ายวิชาการต่างๆ
  • ทุนการศึกษาเเละโล่เกียรติบัตร

6. การเเข่งขันคณิตศาสตร์ โดย สมาคมคณิตศาสตร์

  • สมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จัดสอบเเข่งขันคณิตศาสตร์เป็นประจำทุกปีเพื่อเฟ้นหานักเรียนที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์จากทั่วประเทศ
  • จัดสอบเเข่งขันทั้งเเบบประเภททีมเเละบุคคล โดยการเเข่งขันเเบ่งเป็น 3 ระดับ ประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น เเละมัธยมศึกษาตอนปลาย

สอบการเเข่งขันคณิตศาสตร์ โดย สมาคมคณิตศาสตร์ เเล้วได้อะไร?

  • ทุนการศึกษาเเละโล่รางวัล
  • โอกาสในการเเข่งขันค่ายวิชาการต่างๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสนามสอบรูปแบบต่างๆ ที่พี่แป้งรวบรวมมาให้ ต้องบอกก่อนว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องสอบทั้งหมดจากที่กล่าวมานะคะ เลือกเฉพาะที่วิชาที่จำเป็นต้องใช้คะแนนเท่านั้น เนื่องจากการสอบในบางรายการเองก็มีค่าใช้จ่ายตามมาด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนจะสมัครสอบไม่ว่าจะสอบเข้า ม. 1 ม.4 หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย สิ่งสำคัญคือควรอ่านรายละเอียดของการรับสมัครให้ดี เนื่องจากเกณฑ์ของแต่ละแห่งแตกต่างกัน จะได้ไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญ หรือมีข้อผิดพลาดในการสมัครกันนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...