โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองปราบฯ ขยายผลจับเครือข่ายฮั้วประมูลรถซ่อมบำรุงทาง อบจ.สงขลา

กองปราบฯ ขยายผลจับเครือข่ายฮั้วประมูลรถซ่อมบำรุงทาง อบจ.สงขลา
ผบช.ก. แถลงข่าวตำรวจกองปราบฯ ขยายผลจับผู้ต้องหาสาว 1 ราย เครือข่ายฮั้วประมูลรถซ่อมบำรุงทาง อบจ.สงขลา

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. แถลงข่าวจับกุม น.ส.อาภาวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาในคดี “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม, ตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานรัฐอันมิใช่เป็นไปในการทางการประกอบธุรกิจปกติ” จับกุมได้ในพื้นที่เขตพัฒนาการ กรุงเทพฯ

สืบเนื่องมากจากเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2555-2556 อบจ.สงขลา สมัย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นนายก อบจ. ได้มีการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทาง ซึ่งมีการประกวดราคาจำนวน 3 ครั้ง โดยบริษัทพลวิศว์ เทค จำกัด ของนายอิทธิพล ดวงเดือน เป็นผู้ชนะการประมูลทั้ง 3 ครั้ง ต่อมาภายหลังทาง อบจ.สงขลา ได้ทำการตรวจสอบพบการกระทำความผิดของบริษัทผู้เข้าประมูล โดยพบว่ามีการฮั้วประมูลในการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางดังกล่าว มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท อบจ.สงขลา จึงได้เข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ สภ.เมืองสงขลา จำนวน 3 คดี เป็นคดีฮั้วประมูลทั้งหมด

ซึ่งในคดีแรก อยู่ในกระบวนการในชั้นอัยการ คดีที่ 2 และคดีที่ 3 นายอิทธิพล เจ้าของบริษัทรถซ่อมบำรุงทางที่ชนะการประมูล ได้ร้องขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โอนคดีไปให้ทาง บก.ป.ดำเนินการสอบสวน โดยในส่วนของคดีที่ 3 เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2564 บก.ป. ได้ทำการสอบสวนเรื่อยมา และพบว่าคดีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกระทำความผิดด้วย จึงต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.
ส่วนคดีที่ 2 ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย คือ 1.นายอิทธิพล 2.นายสุรพงษ์ ตรียานนท์ กรรมการบริษัท เอ็กซ์ ทู ที อินดัสตรี จำกัด และ 3.นางญาณี ไว้เเล้ว แต่อยู่ระหว่างหลบหนี ทางบก.ป.จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมจนพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 1 ราย คือ น.ส.อาภาวรรณ ตำรวจ กก.6 บก.ป. จึงได้นำหมายเข้าทำการตรวจค้นบ้านของ น.ส.อาภาวรรณ และสถานที่ซึ่งเป็นบริษัทของนายอิทธิพลฯ ในพื้นที่ กทม. โดยพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อาภาวรรณ สอบสวนเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีนั้น เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับฉบับใหม่ ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความ เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายจับไว้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว โดยพบว่านายอิทธิพล และนายสุรพงษ์ บินออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศจอร์เจีย และเดิมคดีได้ขาดอายุความเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับการออกหมายจับใหม่แบบไม่มีอายุความนั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ป.ป.ช. 2554 ฉบับที่ 2 มาตรา 74/1 กำหนดไว้ว่าในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่ให้นับระยะเวลาหลบหนีเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ มีผลให้คดีดังกล่าวไม่มีกำหนดอายุความ

ดูข่าวต้นฉบับ