โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ วัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ส.ค. 2565 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2565 เวลา 06.59 น.

เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน และกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในประเทศไทย ส่งผลให้ในหลาย ๆ องค์กร หันมาปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ตอบโจทย์โลกของการทำงาน และแนวคิดของพนักงานที่เริ่มเคยชินกับการทำงานจากบ้านมากขึ้น

สำหรับกรุงศรี คอนซูมเมอร์ (Krungsri Consumer) หนึ่งบริษัทในเครือกรุงศรี กรุ๊ป ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเชื่อว่า ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จจะต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงาน จึงได้ปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม-hybrid workplace & innovation culture และประกาศนโยบายการทำงานแบบไฮบริดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2565

“อุณา วัชโรบล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารทรัพยากรบุคคล กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า วัฒนธรรมองค์กรคือวิถีที่คนประพฤติปฏิบัติครอบคลุมถึงวิธีการคิดและวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรวางไว้

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 เร่งสปีดในการใช้ชีวิตให้เร็วขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น ถ้าองค์กรจะทำงานแบบเดิม ๆ คงไม่ได้ ซึ่งทางกรุงศรี กรุ๊ป มองเห็นว่าต้องทรานส์ฟอร์มองค์กรมานานกว่า 7 ปี จึงพยายามปรับเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นว่าสิ่งที่จะกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงได้คือ วัฒนธรรมองค์กร จึงมีการกำหนดค่านิยมหลักองค์กรเรียกว่า Krungsri Core Values 6 ประการ คือ

หนึ่ง customer centricity (ลูกค้าคือคนสำคัญ) ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก เข้าใจในความคาดหวังและความต้องการของลูกค้า พร้อมตอบสนองทางเลือกที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

สอง integrity (ซื่อสัตย์ ปฏิบัติถูกต้อง) ยึดความเป็นธรรมและเป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่น โดยปฏิบัติงานถูกต้อง โปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย และหลักจริยธรรม

สาม team spirit (ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทำ) ร่วมทำงานเป็นทีม ด้วยความคิดและจิตใจที่เปิดกว้าง โดยมุ่งบรรลุเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและกรุงศรี

สี่ passion for excellence (มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ) มุ่งมั่นด้วยจิตสำนึกในการสร้างความเป็นเลิศ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและบริการที่ดีที่สุด

ห้า making innovative change (เปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์) เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของลูกค้ากรุงศรี

หก global awareness (ก้าวสู่เวทีระดับโลก) มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องในฐานะสถาบันการเงินระดับโลก เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้า ทั้งภายในและภายนอกประเทศไทย

“Krungsri Core Values ถูกฝังลึกเข้าไปในกิจกรรมทุกอย่างขององค์กร เราใช้เป็นจุดตั้งต้นในการสื่อสารไปยังพนักงานถึงสิ่งที่อยากให้พวกเขาแสดงออก ในขณะเดียวกัน หัวหน้างานก็ต้องสนับสนุน ช่วยเหลือ และส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงออกถึงพฤติกรรมนั้น ๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้แสดงแนวทางการทำงานแบบที่พนักงานต้องการ”

การที่จะก้าวไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมที่ใช่ หลัก ๆ ต้องไปดูบริษัทที่เขาประสบความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรม ว่าเขามีพฤติกรรมแบบไหน คนขององค์กรนั้นแสดงออกอย่างไร ต่างจากของเราอย่างไร

แล้วกลับมามองที่องค์กรเราว่า ได้สร้างกระบวนการที่ส่งเสริมให้คนในองค์กรมีพฤติกรรมนั้น ๆ หรือยัง ถ้ายังไม่มี ต้องเปลี่ยนจุดนั้นก่อน ขณะเดียวกันผู้บริหารต้องเข้ามามีบทบาทสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย

ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม ทำให้องค์กรมองหาคนที่มี 3 ลักษณะหลัก ๆ คือ 1.dare to initiate and change กล้าคิดริเริ่มและกล้าที่จะปรับเปลี่ยน 2.test and learn การนำความผิดพลาดมาศึกษาและเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ทำผิดซ้ำอีกรวมถึงปรับปรุงให้ดีขึ้น และ 3.drive and manage change ต้องผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เวลาหาคนต้องหาคนที่มีจริตสอดคล้องกับวัฒธรรมขององค์กร มีการเน้นมองหาคนที่มาทำเรื่องการค้นคว้าสิ่งใหม่ ๆ การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า มีตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่รับแนวทางขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป”

“อุณา” กล่าวด้วยว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ พยายามมุ่งสู่ทำงานแบบ virtual มาหลายปี แต่พอเกิดโควิด-19 ทำให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปทำงานแบบ virtual เร็วกว่าที่วางไว้ เพราะโควิด-19 กระตุ้นให้ทุกคนต้องปรับตัวโดยอัตโนมัติ ดังนั้น ทุกคนเลยมี learning curve ในระยะเวลาอันสั้น ภายใน 2 สัปดาห์ก่อนล็อกดาวน์

ล่าสุดเรามีการประกาศนโยบายการทำงานที่มีทางเลือกให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านหรือที่สำนักงานก็ได้ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2565 โดยพนักงานจะกำหนดวันทำงานและสถานที่ทำงานที่เหมาะสมร่วมกันกับหัวหน้างาน โดยต้องไม่กระทบกับคุณภาพงานและคุณภาพการให้บริการ

ซึ่งการทำงานแบบไฮบริดอาจไม่เหมาะกับพนักงานทุกตำแหน่ง เช่น ส่วนที่ต้องพบลูกค้า โดยพนักงานกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีประมาณ 5,000 คน แบ่งเป็น ฝ่ายขายต้องพบลูกค้า 2,000 คน และฝ่ายอื่น ๆ 3,000 คน ซึ่งพนักงานส่วนที่ต้องพบลูกค้ากว่า 90% ยังต้องใช้สำนักงาน แต่เราให้พวกเขาสามารถเลือกสำนักงานที่จะไปทำในแต่ละวันได้

สำหรับข้อดีของการทำงานแบบไฮบริด คือ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว สามารถเลือกวิธีบริหารจัดการชีวิตตนเองได้ และเพิ่มผลผลิตให้พนักงานได้ นอกจากนั้นยังเพิ่มโอกาสให้องค์กรเข้าถึงการสรรหาบุคลากรจากทุกที่ ไม่จำเป็นต้องในพื้นที่ที่ใกล้กับสำนักงานเท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสในการหาทาเลนต์ได้มากขึ้น

ขณะที่ความท้าทายคือ การที่พนักงานอยู่บ้านมากขึ้น ไม่เจอกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน อาจเกิดช่องว่างในการสื่อสาร สร้างความห่างเหิน และกระทบต่อแรงจูงใจในการทำงาน เพราะไม่ได้เปิดหูเปิดตา และหากพนักงานไม่มีทักษะในการบริหารจัดการเวลาที่ดี ก็จะทำให้ขาดประสิทธิภาพในการทำงานได้

“อุณา” กล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากประกาศนโยบายทางเลือกในสถานที่การทำงานแล้ว บริษัทก็จะพิจารณาปรับลดการเช่าพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงรูปแบบสำนักงานใหม่ เป็นที่นั่งทำงานแบบ hot seat พนักงานที่เข้ามาสำนักงานสามารถเลือกนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะประจำ และสร้าง coworking space มากขึ้น

นับว่าการบริหารคนและรักษาคนที่มีความสามารถให้อยู่ทำงานกับองค์กรเป็นแต้มต่อในการทำให้ธุรกิจ เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้น วัฒนธรรมองค์กรจะต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงาน และต้องเป็นการทำงานที่มีส่วนผสมของการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างลงตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...